สุดารา สุจฉายา
วันนี้เป็นโอกาสพิเศษ เพราะว่าเป็นวันที่รำลึกงานวันเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ครั้งที่ ๔ ถ้าใครเป็นแฟนๆ ของร้านริมขอบฟ้าก็คงจะได้มาเมื่อปีที่แล้วด้วย เพราะว่าปีที่แล้วเราสนทนาในเรื่องของความเอื้ออาทร แต่ว่าในปีนี้เราจะสนทนาตลอดเดือนพฤศจิกายนในเรื่องของคุณธรรม เพราะดูเหมือนว่าที่ผ่านมา วิกฤติการณ์ด้านการเมือง ทำให้หลายๆ คนอึดอัดใจและทำให้เห็นว่า จากวิกฤตการเมืองที่ผ่านมานี้ เราเห็นถึงความล้มเหลวและสิ้นหวังในเรื่องของศีลธรรม จริยธรรมในสังคม ความซื่อสัตย์สุจริตที่เคยเป็นคุณธรรมของผู้ปกครองและของข้าราชการดูจะสูญหายไปและหาได้ยากเต็มทีในทุกวันนี้
ดังนั้น เมื่อมีความพยายามในการปฏิรูปการปกครองและต้องการที่จะฟื้นฟูบ้านเมือง มีหลายฝ่ายพูดถึงเรื่องของคุณธรรมว่าจะเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งตรงนี้คุณธรรมจะเป็นแนวทางสำหรับการแก้ปัญหาได้หรือไม่ เราก็เลยเชิญให้ท่านมาร่วมสนทนากับท่านอาจารย์สุลักษณ์ ศิวลักษณ์ ซึ่งเป็นนักคิดนักเขียนและนักวิจารณ์สังคม ผู้ไม่เคยสยบให้กับอำนาจอันไม่ชอบธรรม
ทางมูลนิธิฯ ก็ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์สุลักษณ์อย่างมากที่ให้เกียรติมาร่วมสนทนาในวันนี้ โดยเฉพาะในเรื่องประเด็นที่ว่า " ทำไม...ต้องพลิกฟื้นคืนคุณธรรมแก่แผ่นดิน " ร่วมกับท่านอาจารย์ ศรีศักร วัลลิโภดม ที่ปรึกษามูลนิธิฯ และดิฉันขอมอบเวทีนี้ให้กับท่านอาจารย์ศรีศักรและท่านอาจารย์สุลักษณ์ค่ะ
อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม
นมัสการพระคุณเจ้า ท่านผู้มีเกียรติครับ ผมรู้สึกดีใจที่ได้มางานครบรอบวันรำลึกถึงคุณเล็กและคุณประไพ วิริยะพันธุ์ และมีความยินดีอย่างยิ่งที่ท่านอาจารย์สุลักษณ์ได้มาร่วมด้วย เวลานี้เราต้องการความคิดเห็นท่านมาก ผมคิดว่าขณะนี้บ้านเมืองมีวิกฤติ ไม่ใช่วิกฤติทางการเมือง วิกฤติทางการเมืองเป็นเรื่องผิวพื้น แต่วิกฤติที่ลึกๆ ที่แก้กันไม่ได้มานานแล้ว ไม่ใช่เฉพาะในครั้งนี้ แต่มีมาหลายยุคหลายสมัย เป็นวิกฤติทางศีลธรรมและคุณธรรม เป็นมาทุกสมัย โกงกินกันต่างๆ แต่ว่าคนก็ไปบ้ากันเฉพาะเรื่องการเมือง เป็นสังคมที่สติแตกอย่างไรก็ไม่รู้
ผมคิดว่าปัญหาที่แท้จริงก็คือเรื่องของคุณธรรมและศีลธรรม ซึ่งคนพูดน้อย แม้ว่าจะพูดมากแต่ก็ไม่ให้ความลุ่มลึกเท่าไหร่ และผมคิดว่าคงไม่มีใครจะพูดในการเตือนสติได้ดีเท่ากับท่านอาจารย์สุลักษณ์ เพราะที่แล้วๆ มาทุกสมัย อาจารย์สุลักษณ์จะปรากฏตัวเองมาเตือนสติสังคม และมาแนะนำอะไรหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะครั้งหนึ่งท่านจำได้ไหมว่าท่านอาจารย์สุลักษณ์เชิญท่านดาไลลามะมาที่เมืองไทย แต่ปรากฏว่ารัฐบาลไม่ยอมให้เข้า ปัจจุบันนี้เราโหยหา GDH (ดรรชนีวัดความสุข-แทน GDP) ต้องไปดูที่ภูฏาน แล้วสิ่งที่ดีที่สุดของวันนั้นทำไมไม่ฟัง ซึ่งก็มีนักปราชญ์ในเมืองไทยที่มีความกล้าหาญในทางจริยธรรมได้พูด ได้เตือน และได้เขียนเตือน ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะได้มาพูดกันถึงเรื่องนี้ เพราะขณะนี้ความวิกฤติอันนี้มันลงไปถึงคนรุ่นใหม่ ผมไม่แคร์สำหรับคนรุ่นผมเดี๋ยวก็ตายแล้ว แต่คนรุ่นต่อไปโดยเฉพาะเด็กๆ ที่เติบโตมาอย่างไร้ศีลธรรม มั่วเซ็กซ์อะไรต่างๆ เหล่านี้ แล้วก็แก้กันไม่ถูกต้อง
เมื่อครั้งที่เกิดเรื่องที่สะพานมัฆวาน (ประท้วงทักษิณที่ถนนราชดำเนิน) ผมว่ามีคนจำนวนหนึ่งไม่ได้ไปถกเรื่องปัญหาการเมือง แต่เขาโวยวายว่าคนรุ่นใหม่ไม่มีศีลธรรม บ้านเมืองอะไรจะเกิดขึ้น คนที่แก่เฒ่าเขาเป็นห่วง แล้วปัจจุบันก็เกิดขึ้นตรงนี้ เป็นความล้มเหลวของการศึกษาโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะกระทรวงศึกษา ให้แก้ทุกรัฐมนตรีก็แก้ไม่ได้ ถ้าแก้ในคนรุ่นใหม่ให้เข้าใจในเรื่องศีลธรรมจริยธรรมไม่ได้ เราอย่าหวังเลยว่าอนาคตเราจะรุ่งเรือง ปัญหาอย่างนี้เราเทียบไม่ได้กับเพื่อนบ้าน ผมเคยยกตัวอย่างเพื่อนบ้านอยู่เสมอ อย่างประเทศเวียดนามที่เป็นบ้านแตกเมืองแตก แตกเพราะว่าคนข้างนอกไปทำลายเขา แต่ขณะนี้สามสิบปีที่ผ่านมา เมืองเราสติแตก เพราะบ้ากันเองภายใน แล้วครั้งสุดท้ายผมคิดว่าอันตรายขณะนี้สังคมไทยถูกครอบงำด้วยสิ่งที่ผมเรียกว่า โครงสร้างเดียรฉาน เพราะอะไรรู้ไหม เพราะว่าผู้บริหารประเทศไม่มีจิตใจที่เป็นมนุษย์พอควร คือ มองในเรื่องปัจเจกบุคคลนิยม มองในแง่ประโยชน์ส่วนตัว แล้วครอบงำหมด ทำอย่างไรเราจะแหกวงล้อมนี้
เพราะฉะนั้นจำเป็นที่ต้องมาพูดกันวันนี้ แล้วถ้าจะพูดวันนี้ ก็ต้องเชิญนักปราชญ์ที่มีความกล้าหาญและมีความรอบรู้ที่จะมาชี้แนะ ผมคิดว่า ไม่จำเป็นจะต้องพูดให้คนในสังคมได้รับรู้เพราะมันต้องค่อยๆ แก้ การมาพูดในวันนี้เป็นการเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ เพื่อให้มีพลัง ให้เห็นคุณค่า แล้วค่อยขยายไป การสื่อด้วยการใช้สื่อสารมวลชนเป็นการสื่อแบบโฆษณาชวนเชื่อมากกว่า แต่เรามาสื่อกันด้วยความลุ่มลึก ความเข้าใจ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ ผมก็จะไม่รบกวนเวลาท่านที่รอคอย ขอเรียนเชิญท่านอาจารย์สุลักษณ์ครับ
อาจารย์สุลักษณ์ ศิวลักษณ์
ผมว่าประการแรกเราต้องตีประเด็นให้แตกก่อน บางท่านก็บอกว่าจะต้องตีถ้อยคำ ตีพยัญชนะแล้วถึงจะตีคุณธรรม คุณธรรมมันคำสองคำ คุน+นะ หรือคุณกับธรรมะ คุณธรรมต่างจากศีลธรรมต่างจากจริยธรรม จริยธรรมหมายความว่าธรรมะซึ่งเอามาประพฤติปฏิบัติ ศีลธรรมหมายถึงธรรมะเอามาใช้ให้เป็นปกติ คำว่าศีลเป็นไวพจน์จากคำว่าปกติ ส่วนคุณธรรมนั้น ธรรมะซึ่งเอามาใช้ให้เกิดคุณประโยชน์ ทีนี้คุณประโยชน์แปลหมายความว่าอย่างไร ในทางไสยศาสตร์ใช้คำว่าคุณไสย์ให้ประโยชน์ในสิ่งที่ลี้ลับก็ได้ บางคนต้องคุณต้องไสย์ อันนี้เป็นภาษาไทยโบราณ
ทีนี้ธรรมะเองเป็นบาลีด้วยสันสกฤตด้วย รากแปลว่า ทรงไว้ ธรรมะทรงไว้ ทรงไว้ซึ่งอะไร ทรงไว้ในสิ่งซึ่งถือว่าดีงามตามพจนะของคำสอนนั้นๆ เช่น สินธูธรรม ธรรมตามลุ่มแม่น้ำสินธู ซึ่งพราหมณ์เป็นผู้กำหนด ธรรมะนี้แบ่งชนชั้นออกเป็น ๔ ชัดเจนเลย พราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ ศูทร เกิดมาต้องอยู่ในวรรณะเหล่านี้ ถ้านอกวรรณะถือเป็นจัณฑาล แล้วต้องทำตามนี้ แก้ไขไม่ได้จนกว่าจะไปเกิดใหม่ในชาติหน้า สิ่งนี้เป็นข้อขัดแย้งสำคัญระหว่าง DR. Ambedkar [Bhimrao "Babasaheb" Ambedkar. April 14 , 1891 December 6 , 1956 ] ซึ่งเป็นคนที่เขียนรัฐธรรมนูญอินเดีย ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชีย ไม่มีรัฐประหารล้มกัน ๑๗-๑๘ หนอย่างบางบ้านบางเมือง เขาถือว่ารัฐธรรมนูญเป็นธรรมะสำคัญในการปกครองประเทศอินเดีย แล้วคนที่เขียน คือ DR. Ambedkar แต่ Ambedkar เป็นจัณฑาล เป็นคนที่วรรณะต่ำที่สุด Ambedkar บอกว่าเกิดมาเป็นฮินดูแต่จะไม่ตายในฮินดู มหาตมะคานธีบอกไม่ได้ คุณ มีคุณค่าหลายอย่าง ทำดีเอาไว้เถอะ แล้วชาติหน้าจะเกิดมาดี Ambedkar บอกว่าไม่ต้องการ แล้วท่านก็มานับถือพุทธ ท่านมาถือพุทธครบ ๕๐ ปีเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคมนี้เอง
อีกนัยยะหนึ่งในแง่ของพระพุทธเจ้าคือ ท่านพลิกฟื้นคืนคุณธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงพลิกฟื้นคืนคุณธรรมมาเมื่อ ๒๕๐๐ ปีก่อน แต่ DR. Ambedkar พลิกฟื้นคืนคุณธรรมที่อินเดียเมื่อ ๕๐ ปีที่แล้วเป็นเหตุให้คนจัณฑาลจำนวนล้านๆ มาถือพุทธศาสนา ผมเชื่อว่าเรื่องเหล่านี้ คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่อง ระหว่างที่ DR. Ambedkar สมาทานพุทธศาสนา เป็นวันเพ็ญเดือนตุลาคม ซึ่งก็ยืนยัน วันนี้แหละเป็นวันที่พระเจ้าอโศกสมาทานพุทธศาสนา อีกนัยยะหนึ่งพระเจ้าอโศกก็ฟื้นคืนคุณธรรม เพราะพระเจ้าอโศกนั้นเดิมทีเดียวชื่อว่าจันทราโศก พระเจ้าอโศกซึ่งเต็มไปด้วยน้ำจัณฑ์ เต็มไปด้วยความมึนเมา ฆ่าผู้คนมามากโดยเฉพาะเมื่อไปตีพระกลินทราช ฆ่าคนเป็นแสน ท่านรู้สึกผิด ท่านพลิกฟื้นคืนคุณธรรมสมาทานพุทธศาสนา ระหว่างที่ท่านสมทานนั้นถือวันเพ็ญเดือนตุลาคม สำคัญมาก คุณจะพลิกฟื้นคืนคุณธรรมได้เมื่อคุณรู้ว่าคุณเป็นอธรรมซึ่งบุชไม่รู้ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอธรรม แล้วบุชเป็นต้นตอที่มาของจักรวรรดิอเมริกันซึ่งโยงมาถึงเมืองไทย เมืองไทยก็อยู่ใต้ลัทธิจักรวรรดิอเมริกัน ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้ ทักษิณเป็นคนสุดท้ายที่สมาทานลัทธิจักรวรรดิอเมริกัน เป็นลัทธิซึ่งมีคุณธรรมในทางไสยยะ คุณธรรมให้ประโยชน์แก่ชนชั้นปกครอง ให้ประโยชน์แก่คนจำนวนน้อย ให้ประโยชน์แก่บริษัทข้ามชาติ แต่ไม่ให้ประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ แต่ถูกสะกดด้วยคำว่า " โลกาภิวัตน์ " ให้คนส่วนใหญ่ถูกมอมเมา ถ้าเข้าใจอธรรมเหล่านี้คุณจะฟื้นคืนคุณธรรมแก่แผ่นดินได้ ที่ผมพูดนี้ปรารภมา แล้วคนจะรู้สึกฟื้นคืนคุณธรรมก็ต่อเมื่อมันมีวิกฤติเกิดขึ้น เมื่อวิกฤติไม่เกิด มองไม่เห็นวิกฤติก็มองไม่เห็นว่าทำไมจะต้องฟื้นคืนคุณธรรม
กรุงศรีอยุธยาตั้งมานาน พระเจ้าแผ่นดินปกครองบ้านเมืองมา พระเจ้าแผ่นดินไม่เคยรู้สึกเลยว่าตัวเองนั้นได้ห่างไกลคุณธรรมออกไปทุกที หลงในขนบประเพณี ในราชสำนัก มอมเมาต่างๆ จนกระทั่งเมื่อพม่ามาตีครั้งสุดท้าย จะยิงปืนทีก็ต้องบอกลูกขุนเข้าไป เพราะคนข้างในกลัว จนต้องอุดหูกัน กรุงแตกเพระเหตุนี้ หมายความว่าคุณธรรมหมดไป เมื่อพระพุทธยอดฟ้ามาตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นใหม่ก็พยายามจะกลับไปหาคุณธรรมดั้งเดิม ในแง่ของท่านก็พลิกฟื้นคืนคุณธรรมกลับไปหาสมัยบ้านเดิมเมืองเดิม ที่ผมพูดชัดๆ นี้ก็เพื่อจะชี้ให้เห็นว่า พระพุทธยอดฟ้าฯ ไม่เห็นว่ากรุงธนบุรีเป็นการฟื้นคุณธรรม แต่มองในแง่ผมกรุงธนบุรีเป็นการฟื้นคุณธรรม ซึ่งท้าทายคุณธรรมแบบอยุธยา
ถ้าศึกษาให้ชัดจะเห็นได้ว่า กรุงธนบุรีนั้นเป็นเมืองซึ่งมีระบบศักดินาน้อยกว่าอยุธยา พระเจ้าแผ่นดินมีความเป็นพ่อมากกว่า ท่านจะเรียกตัวเองว่าพ่อตลอดเวลา แต่ขณะเดียวกันพระเจ้าตากสินเองท่านรู้สึกผิด คุณธรรมของท่านนั้นผิด เพราะว่าคุณธรรมของท่านห่างจากศีลธรรม เพราะท่านไปฆ่าคนมาก เป็นเหตุหนึ่งที่เสด็จไปประพฤติวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อจะเอาชนะบาปบุญคุณโทษ มองในทางโลกก็ถือว่าทำให้พระองค์อ่อนแอลง ในทางธรรมเข้มแข็งขึ้น ทางโลกอ่อนแอลงก็เลยเป็นเหตุให้พี่น้องสองคนแย่งบัลลังก์ไปได้สำเร็จ สำหรับคนที่แย่งไปนั้นก็ขึ้นครองคุณธรรมนั้น ๙ รัชกาลแล้ว แต่คนก็ยังมองไม่เห็นเลยว่าราชวงศ์นี้ตั้งขึ้นมาโดยปราศจากคุณธรรม ปราศจากศีลธรรม ปราศจากจริยธรรม และทั้งหมดนี้ก็โฆษณาชวนเชื่อกัน ยกย่อง ยกย่องในทางคุณธรรมไม่ได้หรอก
ฉลอง ๖๐ ปีเสวยราชย์ครั้งนี้จะว่าเป็นคุณธรรมก็ได้ แต่ว่าเป็นคุณธรรมที่ปราศจากสัจธรรม เพราะว่าเมื่อวันที่เสวยราชย์ครบ ๖๐ ปี เมื่อ ๖๐ ปีที่แล้วนั้นในหลวงรัชกาลที่ ๘ สวรรคต สัจธรรมในการสวรรคตนั้นยังไม่เคยปรากฏออกมาเลย ไม่เคยปรากฏออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร พระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบันท่านรับสั่งเป็นครั้งแรก ถ้าเราเชื่อหนังสือ The Revolutionart King ที่ William Stevenson เขียนเป็นหนังสือต้องห้ามครับ แต่ถ้าใครอ่านจะเห็นเลยว่า เล่มนี้ในหลวงท่านใช้ Stevenson เป็นปากเสียงของท่าน แล้วเป็นครั้งแรกที่ท่านพูดกับ Stevenson ว่า อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ เป็นผู้บริสุทธิ์ โดยที่เราโจมตีอาจารย์ ปรีดี พนมยงค์กันมาเกือบ ๖๐ ปีว่าเป็นผู้วางแผนปลงพระชนม์รัชกาลที่ ๘ เป็นผู้บริสุทธิ์ และผู้ที่ถูกประหารชีวิต ๓ คน ศาลตัดสิน ๓ ศาลเลย คุณเฉลียว ปทุมรัตน์ คุณคิด สิงหเสนีห์ คุณบุศ ในหลวงก็รับสั่งว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่จอมพล ป. สมัยท่านเป็นนายกฯ ท่านบอกท่านทำหนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชนิรโทษกรรมไป ๓ ครั้ง ฎีกาไม่ตก ถูกประหารชีวิต
อีกนัยยะหนึ่งคุณธรรมหมายความว่าอย่างไร หมายความที่แล้วๆมา ที่เราเรียนหนังสือมาทั้งหมด คุณธรรมหมายถึง คุณธรรมของชนชั้นปกครอง แล้วไม่เคยเรียนเรื่องชาวบ้านเลย พระนเรศวรที่เรายกย่องกันมากนั้น พระนเรศวรพาคนไปตายมากที่สุด แต่เรายกย่องมากที่สุด แต่ไม่เห็นยกย่องเลยทหารเกณฑ์ที่ไปตายนั้น เมียก็เป็นหม้าย เป็นคุณธรรมซึ่งปราศจากจริยธรรม ปราศจากศีลธรรม ถ้าคุณธรรมโยงมาถึงจริยธรรมและศีลธรรมแล้วเราจะเน้นเรื่องขันติศึกษา ไม่เน้นเรื่องสงคราม ไม่เน้นเรื่องทหารเป็นใหญ่ นี่สำคัญมาก เมื่อตราบใดที่เราเน้นเรื่องทหารเป็นใหญ่ก็ไม่แปลกประหลาด ปฏิวัติทีก็เอาดอกไม้มาให้กัน เอาช็อกโกแลตมาให้กัน เพราะลึกๆ เรายังชอบความรุนแรง คุณธรรมของชนชั้นปกครองจะเป็นคุณธรรมซึ่งใช้อำนาจ ภาษาบาลีใช้คำว่า " อาณา " อาณาจักรคือวงล้อแห่งอำนาจ ในอดีตนั้นเมื่อพระพุทธเจ้าทรงตั้งศาสนาแล้วทรงตั้งพระธรรมจักร พระธรรมจักรมีพระสงฆ์เป็นตัวอย่าง
คณะสงฆ์นี้เป็นตัวอย่างในทางประชาธิปไตยที่แท้จริง ผมอยากจะใช้คำของ DR. Ambedkar อีกครั้งหนึ่ง DR. Ambedkar บอกว่าประชาธิปไตยไม่ใช่ผลิตโดยอังกฤษ อังกฤษเป็นประชาธิปไตยปลอม ประชาธิปไตยที่แท้นั้นพระพุทธเจ้าทรงตั้งขึ้น ก่อนการปฏิวัติใหญ่ในฝรั่งเศส ๒,๐๐๐ กว่าปี มีความเสมอภาคเป็นหลัก คนที่เข้ามาสู่คณะสงฆ์มีความเสมอภาคกันหมด ไม่ว่าเป็นลูกพระเจ้าแผ่นดินหรือโสเภณี เข้ามาสู่คณะสงฆ์แล้วเสมอภาคกัน มีภราดรภาพเป็นพื้นฐาน เข้ามาในคณะสงฆ์แล้วเป็นพี่เป็นน้องกัน ทิ้งพ่อแม่พี่น้องเดิม พ่อกลายเป็นโยม เข้ามาอุปัชฌาย์เป็นพ่อ อาจารย์เป็นแม่ พี่น้องเป็นภราดรภาพและมีเสรีภาพเป็นปัจจัยหลัก เสรีภาพจากความโลภ โกรธ หลง อันนี้พลิกแผ่นดินที่พระพุทธเจ้าทำเลย ที่สามารถเอาธรรมจักรมานำอาณาจักร น่าสนใจ
แต่ในทางบ้านเมืองนั้น จะสนใจธรรมจักรต่อเมื่อบ้านเมืองอ่อนแอ ใช้ธรรมจักรมาช่วย เช่น กรุงศรีอยุธยาไปรบกับพม่าจะแพ้ สมเด็จพระสังฆราชเสด็จออกไปเจรจาตามเมืองทุกฝ่ายยังเคารพธรรมจักร อันนี้ต้องเข้าใจนะครับ เคารพธรรมจักร แต่เมื่อบ้านเมืองมีอำนาจมาก สามารถเอาธรรมจักรให้มาสยบต่ออาณาจักร และการเอาอาณาจักรอยู่เหนือธรรมจักรเกิดขึ้นครั้งแรกในรัชกาลที่ ๕ รัชกาลที่ ๕ ซึ่งทุกคนยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษที่สำคัญ เหมือนอย่างที่เรายกย่องพระนเรศวร รัชกาลที่ ๕ เป็นคนที่เอาธรรมจักรมาอยู่ใต้อาณาจักร พระราชบัญญัติการปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ.๑๒๑ เขียนไว้ชัดเจน มหาเถรสมาคมเป็นตราระดับสงฆ์ ถวายให้ทรงมีพระวินิจฉัย อีกนัยหนึ่งรัชกาลที่ ๕ เป็นสังฆราชเองเลย สำคัญมาก แล้วตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา คณะสงฆ์ได้ยอมต่ออาณาจักร
อีกนัยหนึ่งรัชกาลที่ ๕ ถือว่าเป็นการฟื้นคุณธรรม แล้วถ้าเรามามองจากแง่ที่เราเรียนประวัติศาสตร์กัน สำคัญครับ รัชกาลที่ ๔ และ ๕ สามารถไม่เป็นเมืองขึ้นฝรั่ง แต่พระเจ้าแผ่นดินเองต้องการเป็นพระเจ้าแผ่นดินแบบสมบูรณาญาสิทธิราชแบบฝรั่ง แล้วก็สอนราษฎรทั้งหมดให้สยบยอมกับพระเจ้าแผ่นดิน
ไม่เคยมีเลยนะครับ ก่อนรัชกาลที่ ๕ ราษฎรไทยไม่เคยสยบยอมต่อพระเจ้าแผ่นดิน เพราะเมืองไทยแบ่งเป็นเมืองกับบ้าน เมืองคือพวกขุนนางจะมีอำนาจเฉพาะในเมือง ในบ้านนั้นเรามีพ่อแม่เป็นใหญ่ เรานับถือพ่อแม่ปู่ย่าตายาย เราไม่รังเกียจที่เราเป็นเจ๊ก เป็นญวน เป็นลาว เพราะเรามีวัดเป็นพื้นฐาน คนญวนเขาก็มีวัดญวน มีวัดจีน พวกคริสตัง เขาก็มีวัดคริสต์ มีสุเหร่า มีมัสยิด เป็นการพลาดครั้งแรกที่อาณาจักรเข้ามาคุมได้ทั้งหมด เราไม่เคยตีประเด็นนี้เลย
การพลิกฟื้นคุณธรรมของแผ่นดินในรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมานั้น สามารถสร้างระบบปัญญาชนขึ้น และปัญญาชนนี้สามารถคิดทันคนอื่น คิดตามได้ว่า คุณธรรมต้องเป็นเช่นนี้ หลายคนจะพยายามอนุรักษ์ นักประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (อาจารย์สายชล สัตยานุรักษ์) ผู้หญิงนะครับ ได้ทุนจาก สกว. เขียนถึงปัญญาชนสยาม ๑๐ คน ตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา ทั้งหมดเสนอว่า คุณธรรมที่แท้จริงนั้น จะต้องมีผู้ใหญ่และผู้น้อย เมื่อผู้ใหญ่ทรงคุณธรรมแล้วผู้น้อยเดินตามผู้ใหญ่ คตินี้ยังไม่เปลี่ยนไปเลย ที่เราเอาชนะทักษิณเพราะผู้ใหญ่ไม่ได้เรื่อง
ประเด็นอยู่ที่ตรงนี้ครับ ถ้าตราบใดที่เรายังยึดติดถือว่าผู้ใหญ่สำคัญ ผู้น้อยไม่สำคัญ ผู้น้อยเดินตามผู้ใหญ่ เป็นคุณธรรมซึ่งไม่ได้พลิกไปหาพุทธศาสนา ไม่ใช่คุณธรรมที่พลิกไปหาธรรมจักรไปนำอาณาจักร อาณาจักรมานำธรรมจักรตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ เรื่อยมา รัชกาลที่ ๕ นั้นเป็นการเริ่มต้นที่ร้ายแรงที่สุดของระบบทุนนิยม ระบบจักรวาลนิยม เมืองไทยตั้งตนเป็นจักรวรรดินะครับ คุณไปดูตราแผ่นดิน มีช้างสามเศียรอยู่ตรงกลาง สัญลักษณ์พระอินทร์ รัชกาลที่ ๕ เองทรงเซ็นพระปรมาภิไธยว่า สยามมินทร์ เป็นพระอินทร์ของสยาม แล้วก็มีประเทศราชลาวมีช้างตัวเล็กตัวเดียว เพราะฉะนั้นเมื่อลาวเขาประกาศอิสรภาพล้มระบบกษัตริย์เอาธงช้างออกเลย เพราะเมื่อก่อนเป็นประเทศราชลาว และประเทศราชมลายู ยังอยู่นะครับตราแผ่นดิน มีคชสีห์ ราชสีห์ คชสีห์ ราชสีห์ เวลานี้สัญลักษณ์ก็คือ สุรยุทธ ก็คือมันเป็นราชสีห์ คชสีห์ คือทั้งมหาดไทยกับกลาโหมมารวมกัน
ปัญหาที่เกิดภาคใต้ขณะนี้ ประเทศราชมลายู เรายังนึกว่า ๓ จังหวัดภาคใต้ยังเป็นประเทศราชมลายูอยู่ แม้เราจะเสียประเทศลาวฝั่งโน้นไปแล้ว เราก็ยังถืออีสานเป็นประเทศราชฝั่งนี้อยู่ คุณธรรมนี้ไม่ได้แก้ ไม่ได้แก้ ผมนั่งรถไปคุณคำสิงห์ ศรีนอก คนเห็นนามสกุลศรีนอกก็เล่นงานแล้ว ไอ้นี่ลาว สูงเนิน ศรีนอก หมายถึงว่าจิตสำนึกในทางคุณธรรมที่นับถือชนชั้นปกครองไม่เห็นว่าตัวเราแหย ด้วยความเคารพนะครับ ที่ใส่เสื้อเหลืองกันทั้งหมดนี้เพราะเราแหย เพราะมีคนเดียวที่ประเสริฐที่สุด
ปัญหาคือว่าคุณธรรมแบบนี้ เราต้องการสิ่งนี้หรือเปล่า เราพลิกหาคุณธรรมนี้หรือเปล่า เพราะฉะนั้น การไล่ทักษิณไป เราไล่โดยใช้คุณธรรมหรือเปล่า ท่านบอกโปรดใช้ แต่ไม่ได้ใช้จริยธรรม ไม่ได้ใช้อหิงสาธรรม ไม่ได้ใช้ศีลธรรม รัชกาลที่ ๕ ทำวิธีเดียวกันครับ ท่านใช้คุณธรรมในการสามารถขจัดพวกขุนนาง ขจัดพวกหัวหน้า ขจัดวังหน้า อ่านหนังสือประวัติศาสตร์สิครับ รัชกาลที่ ๕ วังหน้าไม่มีอะไรดีเลย พวกวังหน้าไม่มีอะไรดีเลย ทั้งที่เขามีคุณงามความดีอยู่มิใช่น้อย การทำสัญญาเบาว์ริ่งยกให้รัชกาลที่ ๔ องค์เดียว พอสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ไม่เล่นด้วย ไม่มีทางแก้ปัญหาได้ รัชกาลที่ ๔ ท่านรับสั่งเองเลยครับ ท่านจะไม่ทำอะไรในทางซึ่งเป็นนโยบายหลัก เว้นแต่ผู้หลักผู้ใหญ่ในราชการจะเห็นดีเห็นงาม ชัดเจนนะครับ พอมาถึงรัชกาลที่ ๕ เมื่อท่านขจัดวังหน้าได้ ขจัดสมเด็จเจ้าพระยาฯ ได้ ท่านถือว่าท่านเป็นใหญ่ แล้วการเป็นใหญ่ของท่าน ท่านต้องการจะเป็นใหญ่โดยเอาคุณธรรมแบบฝรั่งมาใช้ ไปดูซิหนังสือ แต่งตัวแบบฝรั่งกันหมดเลยรัชกาลที่ ๕ แม้ว่าจะนุ่งโจงกระเบนอยู่ก็ตาม
เป็นครั้งแรกที่ใส่เกือกเข้าวัด แต่เดี๋ยวนี้เราก็ไม่รู้สึกว่าการใส่เกือกเข้าวัดเสียหายตรงไหน เพราะคุณธรรมดั้งเดิมที่ศาสนาพุทธสอนถึงความเสมอภาค ความสำคัญหมดไปแล้ว แล้วเสมอภาคในที่นี้หมายความว่า พระภิกษุสงฆ์เสมอภาคในฐานะซึ่งเป็นอุดมเพศ นั่งบนอาสน์สงฆ์ พวกเราเป็นฆราวาสนั้นอยู่ในหินเพศนั่งกับพื้น พระเจ้าแผ่นดินเสด็จมาวัด พระเจ้าแผ่นดินอยู่นอกวัดก็เป็นราชาธิบดี แต่เสด็จมาวัด ดูวัดราชบพิธก็ได้ มีเกยรับ แล้วดูกฐิน กฐินหลวงจะต้องทรงเครื่องเต็มที่ แต่มาถึงวัดจะต้องไปที่เกย เพื่อออกมามหากฐิน เสด็จเข้าเกยพระบาทเปล่า เพราะอะไร เพื่อแสดงความเสมอภาค แสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน ฆราวาสต้องเคารพสงฆ์ สงฆ์ต้องเคารพพระธรรมวินัย เคารพซึ่งกันและกัน เพราะฆราวาสสูงกว่าพระทั้งนั้น แล้วพระเวลานี้ก็นับถือฆราวาส คณะสงฆ์ไทยนั้นไปทุกวัดเลย ไปดูติดรูปเจ้าหมดเลยทุกวัด ยิ่งวัดภายในเมืองฝรั่งรูปเจ้าทั้งนั้นเลย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระราชามหากษัตริย์ สรณะเป็น ๔ แล้วนะครับเวลานี้ แล้วที่ ๕ ยังไม่ได้พูดก็คือ นับถือลัทธิบริโภคนิยม ทุนนิยม ต้องการสตางค์ ต้องการเงิน ก็ฟุ้งเฟ้อทุกจุด
อีกนัยยะหนึ่งการพลิกฟื้นคืนคุณธรรม ไม่ใช่กำจัดมาร แล้วเอามารมาแทน ในรัชกาลที่ ๕ นั้นกำจัดพวกขุนนาง แล้วเอาเจ้ามาแทน ขอดูจำนวนครับ เสนาบดีทั้งหมดตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา จ้างมาเป็นขุนนาง รัชกาลที่ ๖ มีดีอยู่อย่างเดียว แล้วถ้าสังเกตทำไมครับ คณะราษฎรซึ่งกำจัดเจ้าไป แล้วไม่ยอมให้มีรูปรัชกาลที่ ๗ ติดเลย แม้แต่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำไมถึงสร้างพระบรมรูปรัชกาลที่ ๖ เพราะเขาบอกว่ารัชกาลที่ ๖ เป็นองค์เดียวที่ยกย่องขุนนาง เพราะท่านรังเกียจพี่น้อง รังเกียจเจ้า แต่เจ้าขุนนางก็เป็นอภิสิทธิ์ชนด้วยกันครับ และถ้าเราอ่านศิลปวัฒนธรรมเมื่อเร็วๆ นี้ ทูตญี่ปุ่นเขียนเมื่อ ๒๔๗๕ ทูตญี่ปุ่นเขียนเลยว่า พวกสกุลนี้สกุลเดียวที่ถือว่าปกครองบ้านปกครองเมืองได้
เพราะฉะนั้น ๒๔๗๕ เป็นการพลิกแผ่นดินไปหาคุณธรรม ซึ่งราษฎรเป็นใหญ่ แถลงการณ์คณะราษฎรฉบับที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ผมเชื่อเดี๋ยวนี้ไม่มีโรงเรียนไหนสอน เพราะแถลงการณ์ฉบับนั้นจะท้าทายเลยว่าเจ้าเคยเห็นว่าราษฎรโง่ ถ้าคนไหนทำตัวฉลาดเท่าเทียมเจ้า เจ้าจับขังคุกลืมเลย เทียนวรรณถูกจับขังคุกอยู่ ๑๗ ปีหรือ ๒๑ ปีด้วยซ้ำไป ก.ศ.ร กุหลาบถูกจับเพราะอะไร เพราะว่าท้าทาย ก.ศ.ร. กุหลาบไม่ฉลาดน้อยกว่าเจ้านะครับ รู้ภาษาอังกฤษพอเพียงกัน ไปต่างประเทศมาเหมือนกัน เทียนวรรณก็เช่นเดียวกัน ถูกจับ หรือพวกขุนนางก็ตาม ถ้าขุนนางแสดงความพิเศษกว่าเจ้าก็ถูกถอด ถูกถีบ เช่น พระพนมสารนรินทร์ ที่เราเรียกกันว่านรินทร์ (กลึง) ถูกหาว่าเป็นบ้าไป เห็นไหม เพราะว่าไม่สยบยอมต่อระบบ หรืออีกอย่างหนึ่งก็พลิกคุณธรรมไปพ้นระบบ แต่ถ้าคนยอมอยู่ในระบบแล้วจะยกย่อง ทำไมเรายกย่องเจ้าพระยายมราช ซึ่งเป็นคนเมืองสุพรรณ เพราะจริยานุวัตรสยบยอมต่อระบบ มีเมียน้อยเหมือนกับเจ้าเลย บ้านท่านเหมือนกับวัง เกือบเหมือนเจ้าทั้งหมดก็ยกย่องกัน เช่นเดียวกัน
เวลานี้ก็เหมือนกัน ท่านรัฐบุรุษทำตัวเป็นเจ้าครับ แล้วก็ไม่มีใครรังเกียจรังงอน ทุกคนกลัวหมด เพราะเราถูกสะกดคุณธรรม ต้องมีผู้นำและมีผู้ตาม แต่ประเด็นของผู้นำเหล่านั้น จะต้องมีคุณธรรมที่นำชาวบ้านได้ และชาวบ้านนับถือ เมื่อถึงรัชกาลที่ ๗ นั้นชาวบ้านเริ่มไม่นับถือเจ้า เริ่มไม่นับถือตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ ปลายๆ แล้ว นี่ไม่ใช่คำพูดของผมครับ เป็นคำพูดรัชกาลที่ ๗ เอง เขียนถึงพระยากัลยาณไมตรี ซึ่งเคยเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดินรัชกาลที่ ๖ ท่านเขียนเองนะครับ เพราะเจ้าในเมืองไทยนั้นดูถูกพวกขุนนาง ดูถูกคนในเมืองไทย แต่นับถือฝรั่ง มีแฟนเป็นฝรั่ง ลูกเขยประธานาธิบดีวิลสัน ท่านเขียนไปปรึกษา อนาคตเมืองไทยจะเป็นอย่างไร เพราะท่านมองเห็นเลยว่า ระบบเจ้าจะไปไม่รอด อาจารย์ปรีดี พนมยงค์มาช่วย วันที่ ๒๔ มิถุนายน เป็นการพลิกแผ่นดินขึ้นกลับไปหาความเป็นใหญ่ รัฐธรรมนูญฉบับแรก วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๗๕ เขียนชัดเจน " ประเทศสยามเป็นของปวงชนชาวสยาม " สำคัญมาก แล้วกลับไปหาพื้นฐาน พื้นฐานที่คุณธรรมจะต้องเป็นธรรมะของคนส่วนใหญ่ แต่คนส่วนใหญ่ปราศจากธรรมะก็เป็นโจรครับ บางอย่างก็ต้องมีธรรมเป็นพื้นฐาน
อย่าลืมครับ วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เป็นต้นการพลิกแผ่นดินในทางอาณาจักร ว่าอาณาจักรจะต้องให้ราษฎรเป็นใหญ่ ไม่ใช่คนสกุลเดียว ชนชั้นเดียวเป็นใหญ่ ผมเชื่อเลยว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นหลัก ก่อนหน้านั้นเพียงเดือนเดียว วันเพ็ญเดือนพฤษภาคม พระมหาเงื้อม พลิกแผ่นดินที่ไชยาครับ เพราะคณะสงฆ์เวลานั้นยอมต่อศักดินา คณะสงฆ์เวลานั้นเอาเจ้าขุนมูลนายเข้ามา พระต้องการเป็นเจ้าคุณมากกว่าจะไปนิพพาน แต่ยังไม่ร้ายเท่าเมื่อ ๓ ปีก่อน
พระมหาเงื้อมเห็นความเลวร้ายแล้วพลิกแผ่นดิน ไม่เดินตามคณะสงฆ์กระแสหลัก ต้องการเสมอภาค ต้องการภราดรภาพ เพราะถ้าคุณมีระบบศักดินาอยู่ มีเจ้าคุณ มีสมเด็จ เราทำอะไรไม่ได้ ต้องการเสรีภาพแบบทางโลกทั้งหมด น่าสนใจมากครับ ฉะนั้นเมื่อพระมหาเงื้อมประกาศตัวเป็นทาสพระพุทธเจ้า หมายความว่า นี่แหละ คุณธรรมที่แท้คือ เรามีคุณธรรมที่เราอยู่ ดำรงชีวิตเพื่อพร้อมตื่น พุทธะและพร้อมตื่นนั้นต้องดำเนินตามธรรมะ และธรรมะในที่นี้ไม่ใช่ศีลธรรม ไม่ใช่ศักดินาธรรม เป็นธรรมะซึ่งเป็นอหิงสาธรรม เป็นธรรมะที่เป็นทางสายตรง เป็นธรรมะที่เป็นสันติธรรม และต้องตั้งเป็นคณะสงฆ์ คณะสงฆ์ไม่จำเป็นต้องนุ่งเหลืองห่มเหลือง ที่นุ่งเหลืองห่มเหลืองเวลานี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่สงฆ์เป็นอลัชชี เป็นสมี ทำวัตถุมงคลขายกัน เซ็งลี้กัน กรรมการมหาเถรสมาคมเกิดขึ้น แต่อลัชชีมีเมียเปิดเผย สมณศักดิ์ซื้อกัน เหมือนกับซื้อยศทหาร ซื้อยศตำรวจ
เมื่ออาจารย์ปรีดี พนมยงค์ไปพูดเลือกตั้งเมื่อ ๒๔๘๕ นิมนต์ท่านพุทธทาสไปที่ทำเนียบท่าช้าง พูดกัน ๕ วันติดต่อกันวันละ ๓ ชั่วโมง พูดถึงการพลิกเอาคุณธรรมมาใช้ได้อย่างไร แต่พอดีพูดกันค่อนข้างชัดเจนเลย คุณธรรมที่เกิดไม่ได้เพราะไอ้ตัวตัณหา ตัณหานี้มันมาสยบให้คนแหย
สัญลักษณ์ชัดเจนครับ ทักษิณชัดเจนที่สุดเลย ทักษิณเน้นที่ตัวตัณหาครับ ทำอย่างไรถึงจะเอาชนะตัวตัณหาได้ ถึงทำให้ตัณหามันเชิด เป็นที่น่าเสียใจ ปี ๒๔๘๕ คุยกัน ๓ วัน วางแผนที่จะทำกัน พระมหาเงื้อมอายุเพิ่งจะ๓๕ นะครับ แล้วการพลิกแผ่นดินเพื่อจะหาคุณธรรมจะต้องมีคน ซึ่งมีพลัง และต้องการที่จะทำอุทิศเพื่อคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่คนที่สวรรคตเมื่อ ๖๐ ปีที่แล้ว อาจารย์พุทธทาสถึงไม่ถูกถีบไปก็เกือบถูกจับไปหลายครั้ง เพราะฉะนั้นเราถูกสยบให้แหยมาโดยตลอด ผมจะไม่พูดรายละเอียดการเมืองการปกครอง ซึ่งอาจารย์ศรีศักรบอกไม่ใช่ประเด็นหลัก ประเด็นหลักอยู่ที่คุณธรรม แล้วคุณธรรมตรงนี้ได้ถูกบิดเบือน เพราะอาจารย์ปรีดีถูกถีบออกไปแล้ว เมืองไทยเน้นเรื่องความกึ่งดิบกึ่งดี เน้นที่ความจริงปนเท็จ เท็จมากกว่าจริง ยิ่งสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มาปกครองแล้ว มอมเมาเลย เอาเจ้ามามอมเมาให้กลายเป็นเทวราช ระบบพุทธเป็นระบบสมมุติเทพนะครับ พระราชาเป็นสมมุติเทพ เรายกให้เป็นเบอร์ ๑ เหนือพวกเรา แต่เท่าเทียมกับพวกเรานะครับ ยิ่งมีอภิสิทธิ์มากยิ่งฉิบหายมากกว่านั้น สมบูรณาญาสิทธิราชพังก็เพราะเจ้ามีอภิสิทธิ์มาก แต่เวลานั้นยังไม่มีอภิสิทธิ์เท่าเวลานี้ เวลานี้มีอภิสิทธิ์มากเหลือเกิน ไม่ใช่เพราะเจ้าที่อยู่ในราชสกุลนั้นนะ คนที่ตั้งตัวเป็นเจ้าก็เช่นเดียวกัน
เพราะฉะนั้นการขจัดทักษิณครั้งนี้อย่าลืมนะว่าทักษิณเป็นตัวแทนซึ่งเราถือว่าเป็นตัวต่อต้านคุณธรรมที่เราเข้าใจ ทักษิณเขาเป็นตัวแทนคุณธรรมของระบบทุนนิยม บริโภคนิยม ซึ่งมีอเมริกาเป็นปัจจัยหลัก แล้วก็เชื่อ จะโดยตั้งใจเชื่อหรือหลอกตัวเองว่าทุกคนจะรวยทั้งหมด หรือไม่รวยแล้วทุกคนจะกระเตื้องขึ้นมา ทีนี้เราเห็นแล้วว่าสิ่งที่ทักษิณทำนั้นเป็นไปไม่ได้ แต่คนเป็นจำนวนไม่น้อยยังเชื่อว่าเป็นไปได้ พวกทักษิณก็ยังเชื่อว่าเป็นไปได้ ต้องให้เกียรติเขาด้วย ต้องฟังเขาด้วย
ทีนี้ปัญหาก็คือ เมื่อเราขจัดทักษิณแล้ว หมายความว่าเราขจัดเพียงคนๆ หนึ่ง พรรคๆ หนึ่ง ก๊กๆ หนึ่งเท่านั้นเอง แต่เราไม่ได้ท้าทายคุณธรรมแบบทักษิณเลย เช่นเดียวกันเราไม่ได้ท้าทายสินธูธรรมเลย แต่ยังยกย่องระบบชนชั้น เรายังให้ผู้ชายเอาเปรียบผู้หญิง เรายังให้คนรวยเอาเปรียบคนจน เรายังรู้สึกรังเกียจแขกมลายู รังเกียจพม่ารามัญที่มาอาศัยแผ่นดินอยู่ ไม่ใช่แผ่นดินเป็นของเราเท่านั้นนะครับ การพลิกแผ่นดินไม่ใช่พลิกแผ่นดินเพื่อเป็นของเรา แผ่นดินทั้งหมดเป็นของมนุษยชาติทั้งหมด ดินแดนประเทศชาติเป็นเรื่องสมมุติทั้งนั้น เพื่อนเราที่เป็นพม่า ที่เป็นเขมร เป็นส่วยมาอาศัยอยู่ เขามีสิทธิไม่น้อยไปกว่าเรา โดยเฉพาะกะเหรี่ยง เขาอยู่เมืองไทยมาก่อนเรามาอยู่ เรามาอยู่ที่นี่ไม่พันปีมานี่เอง แล้วมาตั้งตัวเป็นเจ้าของ การพลิกแผ่นดินนี้ แผ่นดินจะต้องเป็นของมนุษยชาติทั้งหมด เป็นของนก ของสัตว์ ของแม่น้ำ ทั้งหมดเลยครับ คือ ตัวธรรมะ แผ่นดินนี้เป็นสัญลักษณ์ เป็นตัวแทนของธรรมชาติ ธรรมชาติคือสิ่งที่เกิดจากธรรมะ ธรรมะเป็นของกลางเหมาะกับทุกคน
อีกนัยยะหนึ่งก็คือว่าพลิกแผ่นดินฟื้นหาคุณธรรมนี้ เราจะต้องหาคุณธรรมซึ่งเป็นสากล หมายความว่าเราทุกคนจะต้องฝึกให้มีความกล้าในการรับใช้เพื่อนมนุษย์ทั้งหมด เราต้องรับใช้เพื่อนมนุษย์ที่ยากไร้กว่าเรามากกว่ารับใช้พวกเรากันเอง เราต้องไม่สยบยอมต่อระบบศักดินากับขัตติยาธิปไตย ซึ่งให้เข้าไปกราบเข้าไปกรานอยากได้ยศถาบรรดาศักดิ์อะไรต่างๆ ต้องเน้นที่ความเท่าเทียมกันทั้งหมด อย่าลืมนะครับ ทักษิณมาในรูปแบบของผู้นำ ผู้นำซึ่งบันดาลอะไรก็ได้ เขาเรียกอะไร ซี.อี.โอ. อะไรต่างๆ อย่าลืมนะว่าทักษิณไปแล้ว เรายังมีทักษิณอยู่ในทุกระบบ ในกองทัพ ในทุกมหาวิทยาลัย ในทุกกรมกอง ทุกหน่วยงาน กล่าวคือ ผู้นำไม่โปร่งใส ผู้นำตรวจสอบไม่ได้ ผู้นำไม่เคารพเพื่อนร่วมงาน ผู้นำไม่เคารพนักการภารโรง ครูบาอาจารย์ไม่เคารพลูกศิษย์ มันแย่งกันเป็นคณบดีเหมือนหมาที่แย่งกระดูก อธิการบดีก็ไปรับใช้ทรราชทั้งหมด
ถ้าเราแก้สิ่งนี้ไม่ได้นะครับ ก็อย่าพลิกแผ่นดินครับ อย่าพลิกแผ่นดิน พวกเราเป็นชาวนามาก่อนนะครับ เราเป็นเกษตรกรมาก่อน เดี๋ยวนี้ลืมไปหมดแล้ว เกษตรกรเวลาไถนาต้องพลิกแผ่นดิน พลิกแผ่นดินแล้วก็ปลูกข้าว พลิกแผ่นดินปลูกต้นไม้ แต่ถ้าหากว่าเราพลิกแผ่นดินเพียงเพื่อขจัดอะไรออกไป แล้วไม่มีต้นไม้ที่ดีกว่ามาแทนที่ นั่นอย่าพลิกแผ่นดินครับ แล้วพลิกแผ่นดินแล้วต้องเคารพแผ่นดิน แผ่นดินเป็นแม่พระธรณี เป็นน้ำ เป็นแม่น้ำ ถ้อยคำของเราทั้งหมดเลยนะครับ แม่ฮ่องสอน แม่สะเรียง แม่ทั้งนั้นนะครับ ภูเขานี้เป็นพ่อ ขุน ลบเลือนไปหมดแล้วครับ อีกนัยยะหนึ่งพลิกแผ่นดินนั้นต้องกลับมาหาคุณธรรมดั้งเดิมของปู่ ย่า ตา ยาย ซึ่งเราถูกสอนให้ลืม ระบบการศึกษาทั้งหมดนี้สอนให้ดูถูกพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ยายเป็นเจ๊ก ยายเป็นลาว ยายขี่ควาย ยายกินหมาก ใช้ได้หมด มันสอนสกุลเดียว ผมไม่เอ่ยชื่อว่าสกุลไหนนะ แล้วสกุลนี้ก็เลวร้าย มีเมียน้อยทีละกี่คนก็ได้ เอาเงินไปใช้อย่างไรก็ได้ เมื่อคุณไม่กล้าท้าทายอำนาจอธรรม แม้จะมาในรูปแบบของอาณาจักร คุณพลิกแผ่นดินไม่ได้
อีกนัยยะหนึ่ง การพลิกแผ่นดินธรรมจักรจะต้องกลับมาอยู่เหนืออาณาจักร ปีนี้พอดี ๑๐๐ ปีท่านพุทธทาสนะครับ เราต้องกลับมาพยายามเป็นทาสพระพุทธเจ้า ไม่ได้หมายความว่ามุสลิมต้องเป็นเช่นนั้น ไม่ได้หมายความว่าคริสต์เตียนต้องเป็นเช่นนั้น หมายความว่ามุสลิมต้องกลับมาเป็นทาสของความอิ่ม เปลี่ยนจากโลภ โกรธ หลง ทาสของความเหลวเละ เหลวไหล บรรจุความแท้จริงแน่นอน
ผมดีใจที่อาจารย์ศรีศักรบอก คุณนั้นเป็นกลุ่มเล็กๆ นะครับ แล้วความเป็นกลุ่มเล็กๆ เริ่มดวงตาเห็นธรรม เกิดความกล้าหาญทางจริยธรรม ผมว่าเราพลิกแผ่นดินได้ แล้วผมดีใจนะครับ เมืองไทยนี้แผ่นดินเริ่มพลิกแล้ว สมัชชาคนจนเขาเคยดูถูก ถูกดูถูกมาตลอดครับ เขาเป็นคนจน เขาถูกเอาเปรียบ สร้างเขื่อนทีก็ไล่เขาเหมือนหมูเหมือนหมา ทำอะไรทีก็ให้เขาไปอยู่ท้ายสระ ตอนนี้เขารวมตัวกันสู้ แล้วเขาสู้โดยอหิงสกะ ชนชั้นกลางเองเขาเชื่อว่าเคยไม่เอาไหน ชนชั้นกลางเคยสนใจแต่จะเอาลูกไปเรียนเมืองนอก มีรถยนต์ครับ แต่ชนชั้นกลางเริ่มเห็นคุณค่าของคนชั้นล่าง คนที่เมืองกาญจน์ฯ นะครับ จากกลุ่มอนุรักษ์กาญจน์ฯ เขาสามารถต่อสู้กับกองทัพสมัยสุจินดา เอาเศษนิวเคลียร์ไปไว้ เขาต่อสู้เอาชนะ เขาสามารถเอาชนะเมื่อสมัยชาติชายทำเขื่อน เขาก็เอาชนะ เมื่อเรื่องท่อก๊าซเขาอาจจะแพ้ แต่เขาปลุกสำนึกให้คนชั้นกลางตื่นขึ้นไว้ อันนี้สำคัญมากการพลิกแผ่นดินมองที่ชนชั้นกลางเหล่านี้ หรือกระบวนการเอกชนเพื่อการพัฒนานั้น เมืองไทยแข็งที่สุดในเอเชียอาคเนย์ แม้พันธมิตรประชาธิปไตยอาจจะมีอะไรที่บกพร่องหลายอย่าง อาจจะมีอะไรซึ่งไม่ชอบมาพากลหลายอย่าง แต่ขบวนการนี้เป็นขบวนการที่สำคัญที่สุดนะครับ ที่จุดชนวนจนสามารถไล่ทักษิณไปได้ แต่การรัฐประหารครั้งที่แล้วไม่ได้คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้เลย การพลิกแผ่นดินถ้าไม่คำนึงถึงคนในแผ่นดิน ซึ่งมีกึ๋น มีธรรมะ มีความกล้าหาญจริยธรรม แล้วคุณมามีคนกลุ่มเดียว มีเฉพาะพวกลูกป๋า มีเฉพาะพวกขุนนาง พวกปลัดกระทรวงเก่าๆ ซึ่งเป็นพวกน้ำเน่า น้ำนิ่ง นี่ไม่ได้พลิกแผ่นดินครับ เพราะฉะนั้นเราต้องมาช่วยกันพลิกแผ่นดิน เอาธรรมะเป็นหลัก เอวังก็มีด้วยประการเช่นนี้
อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม
ผมคิดว่าที่อาจารย์สุลักษณ์พูดนั้นเป็นความกล้าหาญอย่างยิ่ง แล้วผมก็ชื่นชมในที่นี้ว่า ฟัง การวิพากษ์จากอาจารย์อย่างตรงไปตรงมา โดยที่ไม่ต้องแคร์อะไรเลย นี่เป็นวิถีทางของคนในปัจจุบันที่มีสติปัญญาไม่ได้ถูกครอบงำ ท่านอาจารย์พูดมา ท่านอาจจะไม่เห็นด้วยกับอาจารย์สุลักษณ์ แต่ทำให้เราไปคิดนะ สิ่งที่อาจารย์สุลักษณ์พูดนั้นผมเห็นด้วย เพราะท่านพูดได้ลึกซึ้งมากกว่าที่ผมพูด ผมเคยพูดว่าขณะนี้บ้านเมืองมันถูกครอบงำด้วยโครงสร้าง ๓ อย่างด้วยกัน โครงสร้างแรก คือ โครงสร้างชาวบ้านซึ่งเป็นโครงสร้างที่อยู่กันด้วยความเสมอภาค สังคมมุสลิมภาคใต้ก็เป็นโครงสร้างแบบนี้ แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเป็นเวลาหลายร้อยปี เราถูกโครงสร้างหนึ่งที่ขัดอยู่ คือ โครงสร้างข้าราชการหรือโครงสร้างศักดินาเป็นโครงสร้างที่เหลื่อมล้ำ แล้วเวลาเปลี่ยนแปลง โครงสร้างนี้ไม่ได้เปลี่ยน เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าที่อาจารย์สุลักษณ์พูด กลับไปกลับมาอยู่ตลอดเวลา เป็นสิ่งที่ทำให้สังคมไม่เกิดความเสมอภาคในสิ่งที่เป็นประชาธิปไตยได้ จึงมีคำพังเพยตลอดว่า ระยะแรก " ยศช้าง ขุนนางพระ " ปัจจุบันนี้ผมขอเปลี่ยนว่า " ยศพระ ขุนนางพ่อค้า " ช้างก็เอาไปลากซุงแล้ว ก็กลับไปกลับมา แล้วโครงสร้างที่ ๓ คนที่อยู่ในโครงสร้างนี้เมื่อปราศจากคุณธรรมก็เป็นอันตรายกับคนที่อยู่ข้างล่าง
อาจารย์สุลักษณ์ได้พูดถึงคุณธรรมบางอย่าง ค่านิยมบางอย่างในเชิงประวัติศาสตร์ที่ชัดเจน ผมว่าเป็นสิ่งที่เราอาจจะเอาไปอ่านทบทวน ไม่ใช่มองแบบเชื่อ เพราะการเรียนประวัติศาสตร์แบบเดิมๆ คือเชื่อ คนที่อยู่ในโครงสร้างที่ยอมรับโครงสร้างที่เป็นเหลื่อมล้ำ มักอ่านประวัติศาสตร์ด้วยความเชื่อ เชื่อในเรื่องความคุณธรรมที่แปลกๆ ที่ท่านพูดมา ปัจจุบันนี้ถูกโครงสร้างอีกอย่างหนึ่ง คือโครงสร้างทุนนิยมเสรีซึ่งมากับโลกาภิวัตน์ ผมว่าโครงสร้างนี้เลวร้ายมาก เพราะเน้นปัจเจกบุคคล ทำให้ความเป็นมนุษย์ที่อยู่กันเป็นกลุ่มก้อนกลายเป็นเดียรฉาน คือ แสวงหาผลประโยชน์ให้กับตัวเอง โครงสร้างนี้บวกกับโครงสร้างที่เป็นข้าราชการมีพลังมากที่บดขยี้ผู้คนในขณะนี้ โครงสร้างเหล่านี้มากับโลกาภิวัตน์ ซึ่งไม่ใช่ง่ายๆ ที่จะทำลายล้าง
ขณะที่ท่านอาจารย์สุลักษณ์พูดเพราะว่า จำเป็นอย่างมากที่เราจะต้องหวนกลับไปทบทวนโครงสร้างข้างล่าง ซึ่งเป็นโครงสร้างที่เสมอภาค แล้วโครงสร้างเสมอภาคนั้น เราเป็นดินแดนพุทธศาสนา วัด ศีลธรรมเป็นใหญ่ ตรงนี้ต้องกลับไป อาจารย์สุลักษณ์พูดถึงประชาธิปไตยอีกแบบหนึ่ง ที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบตะวันตกหรือโลกาภิวัตน์ แต่เป็นประชาธิปไตยแบบพุทธศาสนา ผมว่าทำไมเราไม่มาถกกันว่า ความเป็นประชาธิปไตยคืออะไรในขณะนี้ เรามองประชาธิปไตยแบบตะวันตก เราก็มาทะเลาะกันด้วยเงื่อนไขแบบตะวันตก แต่ประชาธิปไตยที่เป็นอยู่แล้วในทางตะวันออก ในทางพุทธศาสนาที่ให้ความเสมอภาค ทำไมเราไม่ทบทวน เป็นสิ่งที่น่าประหลาดมาก ถ้าหวนกลับไปบอกว่ามีอยู่แล้วในพุทธศาสนา แล้วอยู่ในคุณธรรม ศีลธรรมที่เราเอื้ออาทรต่อกัน สิ่งเหล่านี้ไม่เคยพูดถึง ถ้าเราเข้าใจตรงนี้ ผมว่าเราจะหวนกลับไปทบทวนได้หลายอย่าง
ประเทศเพื่อนบ้านเรา ผมขอยกตัวอย่าง เวียดนาม ที่เราอ้างว่าเขาเป็นคอมมิวนิสต์ แต่ปัจจุบันเขาปรับได้ความเป็นคอมมิวนิสต์ของเขา ผมว่าเขาให้ความเสมอภาคพอสมควรเหมือนกัน อย่างน้อยความเป็นคอมมิวนิสต์ของเขาผมว่าดีกว่าความเป็นประชาธิปไตยในสังคมไทยที่ผ่านมา ขณะนี้ผู้นำของเวียดนามถูกกล่าวหาว่าเป็นคอร์รัปชั่นต้องลาออกกันเป็นแถว เพราะมีอะไรหลายอย่างที่มีการควบคุมอยู่ แต่สิ่งที่เวียดนามฟื้น ฟื้นจากข้างล่าง เวียดนามให้ความเสมอภาคมาก ตรงนี้เขาแตกต่างกับเรา ถ้าตราบใดเรามองเพียงในกะลาครอบ เราแก้อะไรไม่ได้ ต้องไปดูประเทศเพื่อนบ้านที่มีอะไรแตกต่างกับเรา แต่สิ่งที่เขากลับมา เขากลับมาเป็นประชาธิปไตยมากกว่าเรา
ทีนี้มีอีกอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะเสริมท่านอาจารย์สุลักษณ์ ในแง่ของความรู้สึกของความเป็นมนุษย์ เมื่อกี้อาจารย์สุลักษณ์พูดถึงว่า ต้องเสมอภาค ต้องมี ทุกอย่างนี้ พื้นแผ่นดินนี้ไม่ใช่ไปมีเป็นกรรมสิทธิ์ สังคมที่ผ่านมา ผมว่าจุดอ่อนของรัชกาลที่ ๕ คือให้กรรมสิทธิ์ที่ดิน แต่ก่อนนี้ที่ดินเป็นของพระมหากษัตริย์ พอเรามาเปลี่ยนให้กรรมสิทธิ์ที่ดินแล้วสืบเนื่องมาจนปัจจุบันนี้ อันนี้อันตราย แล้วตรงนี้เป็นผลที่กระทบกับสังคมมุสลิมในภาคใต้ คนในภาคใต้อย่างที่ท่านอาจารย์สุลักษณ์พูดว่า ความรู้สึกของคนมุสลิมถือว่า ภายใต้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เป็นของอัลเลาะห์หมด พื้นดินที่เขาอยู่อาศัยเป็นของอัลเลาะห์หมด เขาไม่ออกกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เขาถึงได้อยู่กันร่มรื่น แล้วความคิดของคนมุสลิมที่เราไปสัมผัส ลงไปลึกๆ พบว่า
หนึ่ง ศาสนาและศีลธรรมเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิต
อันที่สอง คือ การงาน ต้องทำงานด้วยความจริงใจ
อันที่สาม คือ พักผ่อน
สังคมของเขามีความสมดุลระหว่างคนกับคน คนกับธรรมชาติ และคนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ เขาร่มรื่นมาตลอด แต่พอมากระทบกับเรา กระทบกับโครงสร้างเดียรฉานที่ลงไปพังแหลกสลายเลย บวกกับความไม่เป็นธรรมที่มีมาก่อน จึงแก้อะไรไม่ตก เพราะฉะนั้น การมองโลกต่างกัน ทีนี้ถามว่า จะเอาอย่างไร เพราะขณะนี้อย่างที่ท่านอาจารย์สุลักษณ์พูด เราจะกระเดียดไปทางอเมริกัน มีปัญหาที่แก้ไม่ตก เวลานี้แม้กระทั่งกลุ่มใหม่ที่มาปกครองแผ่นดินขณะนี้ก็ยังมองอะไรไม่ออกว่าจะแก้ด้วยวิธีอะไร ไม่เคยพูดถึงสิ่งหลายอย่างในเหตุการณ์ภาคใต้ ในเรื่องการแย่งทรัพยากร ในเรื่องการไม่มีความเสมอภาค ในเรื่องการอะไรต่างๆ เหล่านี้ ไม่เคยนำเอาสิ่งนี้มาพูดว่าจะไปแก้ไขในกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างไร ผมไม่เห็นมีเลย มีแค่ถกเถียงว่าจะไปทำสันติวิธีอย่างไรเท่านั้นเอง ผมว่าเป็นเรื่องใหญ่
เพราะฉะนั้น การที่เราจะพลิกฟื้นอะไรต่างๆ นี้ ผมว่าผู้ที่มาร่วมอยู่นี้อย่างน้อยๆ เราต้องมีการ วิพากษ์ครับ วิพากษ์สิ่งที่เป็นอยู่ด้วยเหตุผล อย่าไปใช้โมหะที่ว่าสิ่งนี้ผิด สิ่งนี้ถูก ผมว่าถ้าเราทำอย่างนี้ได้ก็เกิดความเข้าใจ แต่ว่าสิ่งที่เผชิญหน้าขณะนี้ก็คือว่า ทำอย่างไรเราจะมองประชาธิปไตยในแบบพระพุทธศาสนา เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม อาจจะเป็นสิ่งที่แก้ไขอะไรได้หลายๆ อย่าง ปัจจุบันนี้มีความคิดอย่างนี้บ้างหรือไม่ ผมจำได้ว่า ผมเคยพูดเสมอว่า ร้อยปีท่านพุทธทาส ท่านให้อะไรหลายอย่าง เพราะเป็นพระสงฆ์องค์เดียวที่ชี้ทางสว่างให้แก่เรา เมื่อกี้ท่านอาจารย์สุลักษณ์พูดถึงเรื่องท่านพุทธทาส ผมชอบอย่างหนึ่งที่ท่านพุทธทาสบอกว่า " ถ้าจะเห็นพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ไปกราบไหว้พระพุทธรูป ต้องเห็นธรรมะ เพราะการมีพระพุทธรูปนั้น จักรพรรดิราชก็เป็นได้ พญามารก็เป็นได้ " ธรรมะเป็นสิ่งสำคัญ แล้วธรรมคืออะไร โดยเหตุนี้ท่านพุทธทาสจึงไม่เห่อในเรื่องวัตถุ
ท่านอาจารย์สุลักษณ์พูดถึงเรื่องสำคัญคือเรื่องตัณหา ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ในลัทธิทุนนิยมเป็นเรื่องเดียรฉาน โครงสร้างเดียรฉาน ตัณหาคือเครื่องล่อ พวกขุนนางขณะนี้ผมเห็นด้วย วัดที่สวยงามที่ควรจะร่มรื่นในการอบรมจิตใจของผู้คนในชุมชน ฉิบหายไปหมดแล้ว ในชนบทเมื่อกี้ที่ผมพูดว่าจะไปรื้อฟื้นประชาธิปไตยแบบนี้ แต่ก่อนนี้วัดเป็นที่อบรมทางศีลธรรมที่สัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ ไปไหว้พระ ไปดูธรรมชาติต่างๆ เดี๋ยวนี้ต้องเข้าไปในห้องเย็น ไปฟังเทศน์อย่างนั้น กุฏิพระอย่างกับวัง นั่นไม่ใช่สิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน ผมมีชีวิตที่ผ่านมาเที่ยวในชนบทแบบชื่นชม เวลานี้ไปที่ไหนเต็มไปด้วยกุฏิใหญ่โตทั้งนั้น ไม่รู้สร้างไปทำไม แล้ววัดที่เคยร่มรื่น เราไม่จำเป็นต้องมี Park แบบต่างประเทศ เข้าวัดก็ร่มรื่นแล้ว มีต้นไม้อะไรต่างๆ เหล่านี้ แต่เดี๋ยวนี้มีแต่ป่าซีเมนต์ สิ่งเหล่านี้ไม่เคยช่วยอะไรได้เลย ขณะนี้ผมว่าการเป็นคนไทยขณะนี้อาภัพที่สุดเลย ไม่มีพื้นที่ที่จะคิดได้อย่างอิสรเสรี ไม่มีพื้นที่ที่จะหย่อนใจอย่างที่คนมุสลิมเขาพูดว่า เมื่อทำงานเหนื่อยๆ แล้วเขามีสิทธิ์ที่จะพักผ่อนหย่อนใจ แต่นี่พักผ่อนหย่อนใจไม่ได้ วัดก็เป็นของพระสงฆ์องค์เจ้าที่เป็นผู้ใหญ่ เป็นขุนนาง พระหมด ถามว่ามีอะไรครับ แล้วรอบๆ เรากรุงเทพฯ นี้เต็มไปด้วยกองขยะหมดเลย คนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ขณะนี้ที่อันตราย คือไม่มีหัวนอนปลายตีน ผมว่าสมัยก่อนนี้คนในชนบทเขารู้จักกันหมด ใครเป็นใคร เขาควบคุมความประพฤติ ไม่จำเป็นต้องมีตำรวจ ไม่จำเป็นต้องขึ้นศาลลงเรือ คนในชุมชนจัดการได้ จัดการด้วยธรรมะ ด้วยความเสมอภาค แต่เมื่อไหร่ก็ตามไปแตะต้องโครงสร้างที่เป็นศักดินา ที่เป็นเดียรฉานขึ้นมา ทันทีเลย มีเรื่องขึ้น วันนี้สิ่งที่เราพูดกันนี้น่าจะหวนกลับไปทวนสิ่งที่แล้วๆ มา ความทรงจำของคนที่มีอายุไล่เลี่ยกับผม คงจะเห็นว่าเราเคยมีความสุข
แต่สิ่งที่น่ากลัวครับท่านผู้มีเกียรติ คนรุ่นเด็กไม่รู้เรื่อง ทำอย่างไร เพราะฉะนั้นเราต้องเชิญอาจารย์ได้ต่อว่า ว่าเราจะจัดการอย่างไร ในรุ่นใหม่ ไม่รู้เรื่องเลย ที่อาจารย์พูดก็ไม่รู้เพราะไม่เห็นภาพ ถ้าคนรุ่นผมนี้ยังพอเห็นภาพ ยังพอจำได้ จะทำอย่างไร เวลานี้เด็กรุ่นใหม่ไม่มีโลกพื้นที่ที่เราเห็น พื้นที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ และคิดทุกอย่างเป็นสมองกลหมด แข่งกันเล่นเกมส์กัน เรื่องโคโยตี้ เรื่องจิ๊บจ้อย เป็นเรื่องการแสดงออก แต่ลึกๆ ฉิบหายมากกว่านั้นแล้ว แล้วไม่จำเป็นต้องไปตัดสินว่า ห้าม ทำไมไม่จัดการอบรมตั้งแต่โรงเรียน ทำไมไม่สร้างกลุ่มดี สร้างเด็กให้เข้าใจสิ่งเหล่านี้ ผมไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านี้ดีเลย ครอบครัวก็ปล่อยปละละเลยหมด สิ่งที่น่ากลัวตรงนี้ครับ เดี๋ยวนี้เด็กติดเกมส์มากกว่าอย่างอื่น ไม่เรียนหนังสือ แล้วก็สื่อกันด้วยเกมส์ นี่คือสิ่งที่เป็นอัตตวิบากกรรมทางวัฒนธรรม น่ากลัวมาก
อีกอย่างหนึ่ง ในโลกของธรรมะ ในโลกพุทธศาสนา เราพยายามจะหาความเป็นจริงจากธรรมชาติ แต่โลกของความเป็นจริงในเด็กรุ่นใหม่คือความเป็นจริงที่มาจากสิ่งสมมุติ สิ่งที่เทียม ที่เรียกว่า Virtual Reality เพราะฉะนั้นเด็กที่ฆ่ากันตายในอเมริกา ในญี่ปุ่นก็เป็นอย่างนี้ นั่นคือการอบรมครับ เพราะฉะนั้นเด็กรุ่นใหม่จึงพูดไม่รู้เรื่องเลย
แล้วมาถึงทุนนิยม ผมพูดเสมอว่าเวลานี้การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย เห็นมนุษย์เป็นทรัพยากรมนุษย์ คนแต่ก่อนนี้มองมนุษย์เป็นจุลจักรวาล อันนี้คือสิ่งที่เรียนกันในมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีสถาบันทรัพยากรมนุษย์ ราชภัฎทุกที่สอนทรัพยากรมนุษย์ ผมเองผมไม่เป็นทรัพยากรของใคร ชีวิตของเราถูกกำหนด มาบอกให้เป็นตามนั้นตามนี้ ตรงนี้คือสิ่งที่ครอบครับ ปัญหาที่เราทะเลาะกันตอนนี้คือปัญหาที่เราจะต้องพูดถึงว่า เราจะพลิกฟื้นคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรมได้อย่างไร ผมก็ไม่ได้มีความรู้มาก ผมก็ขอคำแนะนำท่านอาจารย์สุลักษณ์ครับ
ผู้เข้าร่วมฟังการอภิปราย
ที่อาจารย์ได้พูดถึงคุณธรรมของฝรั่งและใส่เกือกเข้าวัด ทำให้ผมไปนึกเปรียบเทียบกับทางประเทศพม่าว่า มีอยู่สมัยหนึ่งที่อังกฤษเป็นนายพลที่มาปกครองดูแลพม่า และเขาก็จะขึ้นชเวดากองโดยใส่เกือกเข้าไปด้วย ปรากฏว่าชาวพม่าไม่ยอม เขาถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเขา ถ้าคุณไม่ถอดเกือก พวกนั้นเขานอนขวางหมดเลยที่ชเวดากอง เขาบอกถ้าไม่ถอดเกือกให้เหยียบมาบนร่างพวกเราทั้งหมดที่นอนอยู่นี้ ทุกคนต้องถอดเกือกเพราะสถานที่นี้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ยกเว้นแม้แต่อังกฤษหรือนายพลคนไหน ปรากฏว่านายพลคนนั้นต้องถอดเกือกครับ เพราะกลัวเรื่องสิทธิมนุษยชนว่าต้องไปเหยียบคนพม่าที่นอนขวางอยู่ไม่ให้เข้าไป ผมว่าตรงนี้ก็เป็นความเข้มแข็งของวัฒนธรรมมนุษย์ที่ว่ายังมีอยู่มากทีเดียวในพม่า
อีกเรื่องหนึ่งก็คือที่อาจารย์พูดถึงว่า การศึกษาทำให้เรารู้สึกดูถูกพ่อแม่หรือบรรพบุรุษตัวเอง ตรงนี้ผมก็เห็นด้วยและผมก็ประสบมาด้วยกับตัวเอง สมัยผมเรียน ม.ศ.๔-๕ เพื่อนเขาก็อยากมาบ้าน เราก็รู้สึกว่าเราอายว่าพ่อแม่เราเป็นคนจีนอะไรอย่างนี้ เราไม่อยากให้เขารู้ว่ามีพ่อแม่เป็นต่างด้าว ครับขอบคุณครับ
ผู้เข้าร่วมฟังการอภิปราย
ขออนุญาตเรียนถึงพื้นฐานของความเป็นมนุษย์อย่างที่ท่านบอกว่า ท่านพุทธทาสขอเป็นทาสของพุทธะ ก็มาจากว่าเรามีความเป็นพระในตัวตนของคน และเราก็รู้ว่าเราเกิดมาเป็นมนุษย์ หน้าที่ของมนุษย์มีอะไรบ้าง หน้าที่ของความเป็นคน มีหน้าที่ต่อพ่อต่อแม่ หน้าที่ของความเป็นลูก ต่อไปเรามีบทบาทและสถานภาพไปตามหน้าที่ของศิษย์กับครู หน้าที่ต่อมาเป็นลูกจ้าง หรือพนักงาน เรามีหน้าที่ต่อทิศเบื้องบน เบื้องขวา เบื้องล่าง ฯลฯ เมื่อเป็นนายคนมีหน้าที่ต่อลูกจ้างอย่างไร มีหน้าที่ต่อผู้อื่นอย่างไร ก็มีความรู้สึกว่าขณะนี้คนลืมมอง นึกไม่ถึงว่าหน้าที่ของตนอย่างแท้จริงควรจะทำอย่างไร และน่าจะเป็นประเด็นหลักที่ว่าทุกคนทำหน้าที่ของตนถูกต้องแล้วหรือยัง ถ้าคิดดีพูดดีทำดีในสถานภาพของแต่ละคน และในบทบาทในแต่ละเวลาในขณะที่มีการปฏิสัมพันธ์กับใคร หรือว่าทำอะไรอยู่
ผู้เข้าร่วมฟังการอภิปราย
ขอเรียนถามนะคะว่า ที่เมื่อกี้พูดเรื่องที่พ่อเขาเป็นจีน ก็ยังสงสัยว่าคนจีนเขาเป็นอย่างไรถึงต้องอายด้วย ดิฉันก็มีแม่เป็นจีน แต่ดิฉันก็ไม่เคยอายเลย แต่อยากจะถามว่า คนจีนกับคนไทยก็ไม่ใช่คนอื่นไกลน่าจะเป็นพี่น้องกัน เจ๊กจีนแขกยามที่อยู่ในเมืองไทย เราก็เป็นพี่น้องกันไม่เห็นว่าน่าจะอายตรงไหน และเรียนถามอีกอย่างหนึ่งว่า ทำไมต้องเรียนว่า เจ๊ก เจ๊ก คำว่าเจ๊ก ถือเป็นการดูถูก เจ๊กกับจีนมันต่างกันอย่างไร รัชกาลที่ ๕ ยังมีเพื่อนเป็นเจ๊กเลย ที่เรียกว่า เจ๊กฮวด อยากจะเรียนถามท่านอาจารย์ ช่วยโปรดให้คำอธิบายด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ผู้เข้าร่วมฟังการอภิปราย
สวัสดีครับ วันนี้ผมอยากจะพูดเรื่องที่ว่า เรียนมากแล้วจะนิสัยไม่ดี เมื่อก่อนผมเด็กๆ เวลาผมจะทำอะไรต่อพ่อแม่ เป็นสัญชาตญาณ ไม่ได้เกิดจากความเข้าใจ แต่เมื่อผมไปเรียนหนังสือแล้ว ผมรู้สึกว่ามีอะไรหลายๆ อย่างเป็นสิ่งที่ดีๆ ที่เราได้ศึกษามา อย่างเช่น ทำไมเราจะต้องกตัญญูต่อพ่อแม่ มีที่มาที่ไป และในปัจจุบันนี้ลัทธิขงจื้อทำไมดีมาก ผมไม่พูดถึงรายละเอียดนะครับ แต่ผมจะพูดถึงคำที่ ดร. ซุนยัดเซนเคยปฏิบัติสืบต่อมา ก็คือ คำขวัญของชาวจีนที่นักปราชญ์ได้กล่าวว่า "จงนับถือผู้เฒ่าของผู้อื่นเช่นเดียวกับผู้เฒ่าของเราเอง จงดูแลเด็กๆของคนอื่นเช่นเดียวกับลูกหลานของเราเอง " นี่เป็นคุณธรรมนะครับ คุณจะต้องปฏิบัติกันโดยไม่มีความเห็นแก่ตัว และการปฏิบัติต่อพ่อแม่นั้น คือเราเห็นตัวอย่างที่เราเคยอ่านหนังสือมา ยกตัวอย่างมาหลายคน ซึ่งทำให้เราอ่านแล้วน้ำตาไหลได้ ไม่ใช่จะมีแต่ความอกตัญญูหรือดูถูกพ่อแม่เสมอไป ขึ้นอยู่กับว่าคุณได้เรียนอะไรมา ถ้าคุณเรียนสิ่งที่ไม่ดีคุณก็จะเจอแต่สิ่งที่ไม่ดี ถ้าคุณเรียนสิ่งที่ดีแล้ว คุณรับเอาแต่สิ่งที่ดีมา คุณก็จะปฏิบัติตามสิ่งที่คุณ ได้รับมา ขอบคุณครับ
ผู้เข้าร่วมฟังการอภิปราย
สวัสดีครับ ผมขอถามอาจารย์ ถ้าท่านยึดอำนาจได้ ท่านจะทำอะไรก่อน และเรียนถามท่านอาจารย์ศรีศักรครับว่า ทำไมในการร่างรัฐธรรมนูญนี้ องค์กรศาสนาพุทธ คริสต์ และมุสลิมเข้าร่วมร่างหรือไม่ครับ
อาจารย์สุลักษณ์ ศิวลักษณ์
ผมก็ดีใจนะครับที่มีคนออกความเห็นหลายท่าน ผมจะพูดถึงปัญหาง่ายๆ ก่อน คำว่า " เจ๊ก " มาเสียเมื่อสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เปลี่ยนชื่อ " สยาม " เป็น " ประเทศไทย " ทุกคนก็เป็นไทย คนที่ไม่ใช่ไทยก็ถูกรังเกียจ แม้กระทั่งคนจีนก็ขายหมูไม่ได้ ก๋วยเตี๋ยวก็ขายไม่ได้ แต่พวกคุณอาจจะเกิดไม่ทัน ผมทัน คำว่าเจ๊กมาเสียตรงนี้เอง เพราะคำว่าเจ๊ก เป็นคำธรรมดา เป็นภาษาพูด จีนเป็นภาษาเขียน เจ๊กฮวด เจ๊กฮวดนี้เป็นลูกคนไทยนะ แต่เรียกเจ๊กฮวด น่ารัก เป็นเด็กๆ สมเด็จพระปิยมาวดี พระจอมมารดาเปี่ยม เป็นแม่พระพันปีหลวง เป็นแม่พระพันวสา แม่ท่าน คุณ ท้าวสุจริต พวกเจ้านายถาม ยายค่ะยายผัวยายเป็นใคร ท่านบอกผัวฉันเป็นเจ๊กค่ะ ต้นสกุลคือ สุจริตกุล คำว่าเจ๊กไม่ใช่คำเสียหาย มาเสียหายตอนจอมพล ป.นี่เอง แล้วคนเราก็ถูกล้างสมองมาให้เกลียดคำว่าเจ๊ก ผมก็เจ๊กแท้ๆ เลย เพราะฉะนั้น เมื่อสังคมทำให้เรารังเกียจ เราก็ต้องกล้าปฏิเสธอย่างที่เขายัดเยียดให้เรา สิ่งนี้ที่สำคัญมาก
ทีนี้ที่คุณเกรียงไกรพูด พม่าขวางไม่ให้อังกฤษขึ้นพระเจดีย์ชเวดากอง ผมจะบอกให้ คนที่ใส่เกือกขึ้นพระเจดีย์ชเวดากองคนแรกคือรัชกาลที่ ๕ รัชกาลที่ ๕ เสด็จขึ้นตอนนั้น ตั้งแต่นั้นมาพวกพม่าตั้งกฎบังคับไม่ให้ขึ้นไม่ให้ใส่ ทีนี้น่าจะเอาอย่างพม่านะ ตอนนี้ฤดูกฐินหลวง พวกขุนนางใส่เกือกเข้าวัดเป็นแถว คุณเกรียงก็หาพรรคพวก คุณเป็นหัวหน้า union ของธนาคารคุณ เอาพวกนี้มาขวาง แล้วเราชนะ คนก็จะเลิกใส่เกือกเข้าวัด อย่างวัดที่คุณเกรียงพูดนี้มีความซับซ้อนลึกซึ้งมาก คือ คุณธรรมฝรั่งอยู่ตรงนี้ คุณธรรมฝรั่งถือว่ามนุษย์สำคัญที่ความคิด ปรัชญาเมธีสมัยใหม่คนแรกของฝรั่งชื่อ Rene Descartes เขาบอกว่ามนุษย์สำคัญที่ความคิด เขาใช้ภาษาลาตินว่า Cogito ergo sum เพราะฉันคิดได้ ฉันเป็นตัวฉัน มันมีคำสองคำเป็นภาษาละติน Cogito การใช้เหตุผล Ergo คือ Ego หรือตัวกูนั่นเอง ตรงนี้เป็นเหตุที่ตะวันตกเน้นความสำคัญของแต่ละปัจเจกบุคคล ปัจเจกนิยม ทุนนิยมมาจากตรงนี้เลย จาก Descartes และ Cogito การใช้เหตุผลเราสามารถเอาชนะคนอื่นได้ เราสามารถเอาชนะธรรมชาติได้ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาตะวันตกจะเอาชนะธรรมชาติทั้งหมด เอาชนะชนชาติอื่นทั้งหมด แม้ชนชาติเดียวกัน ชนชั้นบนก็เอาชนะชนชั้นล่าง เราเพิ่งรับมิตินี้มาเมื่อรัชกาลที่ ๕ นี้เอง แต่ก่อนนี้ไม่มี เพราะรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นสมัยว่าเราจะต้องไม่แพ้ฝรั่ง จนเดี๋ยวนี้เราก็ยังมีปมด้อยว่าเรายังแพ้ฝรั่ง นี่สำคัญมากนะครับ
คนที่มีปมด้อยไม่มีวันเติบโต ไม่เจริญ ไม่งอกงาม ที่กรุงเทพฯ เลอะทั้งหมดเพราะเราอยากเป็นอเมริกาอยากเป็นฝรั่ง เมื่อไหร่การพลิกฟื้นหาคุณธรรม ต้องกลับไปหาคุณธรรมดั้งเดิม ซึ่งไม่ได้แปลว่าดีตลอดนะครับ ซึ่งมีอะไรผิดกฎก็ต้องแก้จากของเดิม เหมือนต้นไม้นี้ต้องแก้เอากาฝากออก พรวนดินรดน้ำ ไม่ใช่ไปเอาต้นไม้อย่างอื่นมาผสมเข้าไป ในเมืองไทยผสมจนกลายเป็นโสเภณีไปหมดแล้ว ผมอยากจะให้เข้าใจประเด็นนี้ เรื่องของคุณเกรียงไกรถามนี้มันลึกซึ้งมาก เพราะการพลิกฟื้นคุณธรรม ผมว่าเวลานี้ ไม่ว่าคณะจะเรียกตัวเองว่าอย่างไรก็ตาม เขายังไม่เคยกลับไปหาพื้นฐานคุณธรรมที่แท้จริง หรืออีกนัยยะหนึ่ง เราไม่เข้าใจพื้นฐานคุณธรรมที่แท้จริงของเรา สำคัญมาก พอเรารับปั๊บก็ใช้ของปลอม คณะสงฆ์เป็นตัวอย่าง ถ้าคณะสงฆ์กลับไปหาพื้นฐานคุณธรรมที่อาจารย์พุทธทาสพยายามจะทำถือว่าพลิกจริงๆ ตอนนี้คณะสงฆ์เป็นระบบศักดินา เป็นระบบขัตติยาธิปไตย สมภารนึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของวัด พระพยอมท่านน่ารักมากเลย นึกว่าวัดสวนแก้วเป็นของท่าน แล้วอย่างนี้ไม่พอใจก็ปิดวัด มีอำนาจอะไรไปปิดวัด วัดเป็นของชุมชนครับ ไม่ใช่วัดเป็นของสงฆ์อย่างเดียว เป็นของชาวบ้านร่วมกันด้วย พลาดหมดเลยเวลานี้ ผมอยากจะให้เข้าใจ
ทีนี้ปัญหาอาจารย์ศรีศักรพูดถึงเรื่องเยาวชน การแก้ปัญหาไม่ใช่แก้ที่เยาวชน แก้ที่เรานะครับเยาวชนเขาเลวร้าย เพราะเราเป็นตัวแบบ ทำไมเขาถึงเล่นอยู่กับคอมพิวเตอร์ เพราะพ่อแม่ไม่มีเวลาให้เขาเลย อย่างนี้ก็กลับไปหา Descartes อีกครับ เพราะเมื่อมีปัจเจกบุคคลแล้ว ตอนนี้เราเป็นปัจเจกบุคคลมาก ระบบครอบครัวถูกทำลายไปหมด แล้วระบบโรงเรียนเป็นระบบที่เลวร้ายที่สุด เราต้องเข้าใจนะครับ เรายึดระบบโรงเรียนเป็นคำตอบ ผมมีเพื่อนคนหนึ่งเขาเขียนเรื่อง " โรงเรียนตายแล้ว " เป็นบาทหลวง หัวก้าวหน้ามาก เพิ่งตายไปเมื่อ ๒ ปีที่แล้วนี้เอง เขาบอกว่าคนสมัยโบราณ เมืองฝรั่งนะครับ คนถูกบังคับให้ไปวัดอาทิตย์ละครั้ง นั่นเป็นการล้างสมองให้นับถือพระเจ้า สมัยนี้คนถูกบังคับให้ไปวัดอาทิตย์ละ ๕ ครั้ง วัดสมัยใหม่ คือ ล้างสมองให้เห็นว่าเราไม่มีคุณค่า ถ้าเป็นระบบชาตินิยมก็จะให้นับถือชาติ เพราะตอนนี้เป็นระบบให้นับถือโลกาภิวัตน์ ให้นับถือวิธีหาเงิน ไม่ได้คำนึงถึงความเป็นมนุษย์เลย ผมว่าอันนี้สำคัญมาก แต่ผมดีใจมาก ตอนนี้มีคนที่ต่อต้านระบบโรงเรียนมากขึ้น แล้วผมเองก็ทำเรื่อง เสมสิกขาลัย เป็นการสอนให้เห็นคุณค่าของแต่ละปัจเจกบุคคลให้ไปค้นความคิดของ Descartes คือ ไม่ใช่เอาหัวสมองเป็นคำตอบครับต้องเอาหัวใจ หัวสมองที่ท่านเรียกว่าจิตตสิกขา ซึ่งในระบบการศึกษาแบบตะวันตกไม่มีเลย แล้วระบบการศึกษาที่เรารับมาจากตะวันตกก็ไม่มีเลย แม้กระทั่งการศึกษาของคณะสงฆ์กระแสหลักก็ไม่มีเลย พระเรียนปริยัติศึกษาอย่างเดียว ไม่ได้เรียนจิตตสิกขาเลย จิตตสิกขาต้องรู้จัก คือ Descartes บอกว่าหัวสมองยังตอบ พระพุทธเจ้าบอกไม่ใช่ พระพุทธเจ้าบอกหัวใจเป็นคำตอบ ถ้าคุณไม่เชื่อพระพุทธเจ้า คุณหยุดหายใจสัก ๕ นาทีซิครับ แล้วการฝึกลมหายใจที่เรียกว่า อานาปาณสติ สามารถฝึกให้เกิดความรักได้ ให้เปลี่ยนความเกลียดเป็นความรักได้ เปลี่ยนความงกเป็นทานได้ เปลี่ยนความรุนแรงให้เป็นความเมตตากรุณาได้ อันนี้หัวใจเลย เรียกว่า ตัวจิตตสิกขาจะมาสอนศีลสิกขา ศีลสิกขา คือ ความเท่าเทียมกัน ความไม่เอาเปรียบกัน และเมื่อจิตตสิกขาฝึกถึงขนาดแล้วจะลดความเห็นแก่ตัว คนเราอย่าไปหลงที่ตัว ถ้าหลงที่ตัวเสร็จเลย ถ้าเราสำคัญ คนอื่นก็สำคัญหรือยิ่งกว่าเรา หัวใจหลักก็คือ การเกิดมาเป็นมนุษย์ เราจะต้องฝึกให้เห็นว่า เราเกิดมาเพื่อรับใช้ผู้อื่น สัตว์อื่น ถ้ามีมิตินี้ชีวิตเราก็จะเต็มไปด้วยความเบิกบาน ชีวิตก็เต็มไปด้วยการให้ ชีวิตก็เต็มไปด้วยไม่มีความเห็นแก่ตัวในชีวิตมาก แต่ระบบการศึกษาทั้งหมด ทั้งการศึกษาของพระ ของทางโลก มุ่งอย่างเดียวไต่เต้า ไต่เต้าให้สูงขึ้นไป ให้เอาเปรียบคนอื่น ให้ยิ่งใหญ่ ซี ๑๑ ต้องดีกว่าซี ๙ คนบางคนไม่ได้ซี ๑๑ จะตายเอานะ ถูกหลอกทั้งนั้นเลย แล้วระบบทั้งหมดเครียดไปหมดเลย เพราะอะไร เพราะไปติดสมมุติกันหมด อีกนัยหนึ่งตัวจิตตสิกขานี้สอนไม่ให้จิตสมมุติ เพราะถ้ามีลาภ ก็มีอลาภ มียศก็มีอัปยศ มีสุขก็มีทุกข์ มีสรรเสริญก็มีนินทา พระพุทธเจ้าท่านบอก นี้เป็นโลกธรรม ต้องฝึกให้เข้าใจโลกธรรม เมื่อมีสุขก็อย่าไปติดสุข มีทุกข์ก็อย่าไปติดทุกข์ เป็นของธรรมดา มาแล้วก็ไป ถ้าเราเข้าใจตรงนี้แล้วเราสามารถฝึกรวมตัวกันได้ อย่างที่สมัชชาคนจนเขาทำกันได้แล้ว แต่ระบบขุนนางยังทำไม่ได้
การรัฐประหารครั้งนี้เป็นการรัฐประหารโดยระบบขุนนาง แล้วพวกขุนนางเขาจะนึกรู้คำตอบทั้งหมด รัฐมนตรีศึกษาคนใหม่ก็นึกรู้คำตอบทั้งหมด ทั้งๆ ที่เขาไม่รู้ตัวเลย ว่าเขาเป็นคนก่อปัญหามาตลอด เพราะเขาไม่มีจิตตสิกขา เขาไม่เคยถามตัวเองเลยว่าเขาเลวระยำอย่างไรบ้าง ตอนที่เขาไปเป็นอธิการฯ อยู่ที่ไหน เขาเอาเมียน้อยไปคุมบัญชีที่ไหนบ้าง วางแผนฆ่าใคร หักหลังใครบ้าง ทั้งนั้นนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้เป็นคนน่ารักนะครับ แต่เราลืมไป เมื่อท่านเป็นผู้บัญชาการทหารบกนั้น ท่านไปบัญชาการฆ่ากะเหรี่ยง เด็กกะเหรี่ยง ๑๕ คนที่ราชบุรี เขายอมแพ้ มัดมือเขาแล้ว แก้ผ้าแล้วยิงเขาตาย เป็นพุทธศาสนิกที่น่ารักของเราเวลานี้ แต่ถ้าเราไม่เข้าใจอันนี้ การเป็นพุทธศาสนิกท่านน่ารักยิ้ม เข้าไปหาพระ เขาไปบวชทีหนึ่งแล้ว ก่อนมาเป็นนายกฯ ต้องรู้จักหน้าที่ที่ถูกต้อง และหน้าที่ทั้งหมด จะต้องมองให้เห็นว่าคนอื่นเขาสำคัญ แต่นี้ต้องชมท่านนายกฯ อย่างหนึ่ง ท่านเป็นคนแรกเลยที่ไปขอโทษเพื่อนมุสลิมของเรา ผมติแล้วก็ต้องชมท่าน มีกึ๋นนะครับ คนที่เคยเป็นแม่ทัพ เป็นนายกรัฐมนตรียอมรับผิด ผมว่าถ้าเรายอมรับผิดอย่างจริงใจนี้ โอกาสสมานฉันท์จะมีได้
อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม
ผมอยากเสริมว่า เวลานี้เรามองตัวสังคมเราเอง แต่ไม่มองเพื่อนบ้าน อย่างที่คุณเกรียงไกรพูดถึงว่า ทำไมพม่าไม่ยอม เป็นการอบรมของเขามา เขาเคารพมากในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การเป็นสาธารณ์ เขาระวังมาก แล้วเวลาไปท่องเที่ยว เห็นไหม พม่าเป็นชาติเดียวที่ทำให้นักท่องเที่ยวกลายเป็นนักแสวงบุญ เข้าไปต้องถอดรองเท้าหมด ไม่ว่าแม้แต่ที่เป็นโบราณสถาน สังคมไทยชั่วร้ายมากคือ กรมศิลปากร ทำศาสนสถานให้เป็นโบราณสถาน รัฐเข้าไปยึด ถ้าเป็นศาสนสถานนี้ชาวบ้านเขายังกราบไหว้ ของเก่าเขายังไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วการท่องเที่ยวเข้าไปทำระยำตำบอนหมดเลย แล้วพม่าเข้าไปรื้อในวัดของเขา ความมั่งคั่งเขาอยู่ที่วัด เขาหวงแหน ไม่ใช่เป็นความบ้าของปัจเจกบุคคล ภายในวัดพม่า เราเห็นภาพที่ร่มรื่น ปู่ ย่า ตา ยาย จูงเด็กมา ๓ Generation ไปไหว้พระ ไปนั่งวิปัสสนา แต่พวกคนไทยขณะนี้วัดหรูหราแต่ไม่เคยให้ความเคารพเลย เข้าไปบางที โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวเข้าไป นั่ง ยืน ถ่ายรูปพระพุทธชินราช ค้ำพระสงฆ์ นี่คือตัวอย่างครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าเวลาเราจะดูอะไรต่างๆ อย่าไปมองฝรั่ง มองเพื่อนบ้านเราว่าเขามีความสำเร็จอย่างไร เวียดนามที่เราเคยดูถูกเขา ผมไป ๒-๓ ครั้ง ผมประทับใจมาก เขามีการเคลื่อนไหว ที่พูดถึงขงจื้ออันนี้อยู่ในสังคมเวียดนาม เขาไม่ได้เป็นคอมมิวนิสต์อย่างที่เราว่าหรอก หลุมศพพ่อแม่อยู่แถวๆ นั้น มีความสัมพันธ์กันหมดเลย แล้วแถมนอกจากมีขงจื้อเป็นฐาน ขงจื้อเป็นฐานของความกตัญญูกตเวที คนไทยก็มีความกตัญญูกตเวทีที่เราพูดถึงเคารพพ่อแม่ แล้วความกตัญญูนี้มาแสดงออกในพิธีกรรม แม้กระทั่งตอนบวชนาค แหล่ ตอนพ่อแม่เจ็บป่วยเป็นอย่างไร หรือว่าในการแต่งงานสมัยก่อนนี้ เขาก็ต้องเอาผู้หลักผู้ใหญ่ภายในชุมชน ภายในครอบครัวมารับรู้ แต่สังคมไทยสมัยนี้มันแต่งงานกันอย่างไร เอามหาโจรมารดน้ำ แล้วเอาพ่อแม่ให้มาเป็นคนใช้ มันไม่มีความกตัญญูเลย ตรงนี้มันขาดคุณธรรมครับ ที่ท่านอาจารย์สุลักษณ์พูดผมว่าต้องไปทบทวนสิ่งเหล่านี้ ถ้าไม่ทบทวนอย่างนี้ความเป็นมนุษย์ขาด เพราะเป็นปัจเจก
เวียดนามนอกจากเน้นในเรื่องของขงจื้อแล้ว ยังเน้นในเรื่องศาสนาด้วย ศาสนามหายานกลับมา นับถือเจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่กวนอิมนี้ไม่ใช่แบบคุณไสย์ ขอหวยหรืออะไรที่เขาทำกัน มีคุณธรรมที่อยู่ข้างหลัง หนึ่งในคุณธรรมที่สำคัญ กวนอิมก็หมายถึงว่าต้องเคารพมนุษย์ด้วยกัน อันนี้ไปดูคำสอนของเขา แล้วในแง่ของคาธอลิกก็ให้ความสำคัญกับพระแม่มารี เพราะทั้งกวนอิมและพระแม่มารีเป็นสัญลักษณ์ของความเมตตาธรรม ผมคิดว่าสังคมเหล่านี้ยังฟื้นได้ แต่หวนกลับมาดูเมืองไทยไม่มี ตรงนี้คือตัวอย่าง แล้วผมไปประเทศมุสลิมอย่างเช่นที่อินโดนีเซียที่ไปมา ในชนบทนี้มีความราบรื่นมาก แล้วสิ่งที่ผมประทับใจอะไรรู้ไหมครับ เข้าไปในส้วมของเขาทุกแห่งสะอาดมาก แต่ของไทยเราไม่ไหว
เวลาเราทำอะไรเราไปดูถูกเพื่อนบ้าน เพราะตัวตนเราเป็นตะวันตกมาก เราไม่เคยไปดูว่าเขาฟื้นได้อย่างไร แล้วเราดูถูกเขาหมด ผมว่าถ้าเราจะฟื้นตรงนี้ ต้องหวนกลับไปทบทวน เราเองที่แล้วมา เรามีความร่มรื่นอย่างไรเป็นเวลาช้านาน แล้ว ๔๐ ที่ผ่านมาเราฉิบหายอย่างไร แล้วเพื่อนบ้านที่เขาพัง เขากลับมาฟื้นอย่างไร ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับ ผมว่าที่เรามาถกกันนี้เรามาหวนคิดเราต้องทบทวน แล้วสิ่งที่เป็นพุทธศาสนาสมควรจะต้องมาคุยกันใหม่ สมัยก่อนนี้เวลาผมไปกราบไหว้พระ ไม่ใช่พระที่เป็นขุนนางพระ เพราะพระที่เป็นขุนนางพระนี้ไม่ได้เรื่องเลย แล้วบางทีก็ไปย้อมตัวใหม่ไปเรียนปริญญาเอก ปริญญาโทที่อินเดียกลับมา พวกนี้ไม่ได้เรื่อง เป็นคนสองโลก แต่พระที่เรานับถือนี้เป็นพระที่เป็นพระอุปัชฌาย์ของเรา ซึ่งคนท้องถิ่นทางเหนือเขาเรียกพระครูบา เป็นผู้นำให้เห็นว่าคุณธรรมเป็นอย่างไร สังคมในอดีตในชุมชนที่ท่านอาจารย์สุลักษณ์พูดว่าเป็นสังคมทางประชาธิปไตยของพระพุทธศาสนานั้น มีความเหลื่อมล้ำนิดหนึ่งในแง่ของอาวุโสของผู้มีคุณธรรม เพราะฉะนั้นผู้นำทางศีลธรรม คือ ผู้ที่เป็นประธานในองค์กรชุมชน แต่ก่อนนี้เวลาจะไปประชุมที่ไหนคนแก่ๆ จะรู้ว่าเวลาประชุม ประชุมกันในวัด พระสงฆ์เป็นประธาน ผู้อาวุโสที่มีคุณธรรมก็มาช่วยกัน การตัดสิน การทำอะไร ก็ประชุมกัน แต่ปัจจุบันนี้ไปอยู่ที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบจ.เละหมดเลย เราไม่ได้ทบทวน แล้วอย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่า ถ้าเรามองในแง่ของสังคมศักดินาแบบนั้นก็ไปไม่ตลอด สิ่งที่น่ารังเกียจขณะนี้ที่ผมเห็นด้วยกับท่านอาจารย์ สุลักษณ์ คือ ยศถาบรรดาศักดิ์ เดี๋ยวนี้นะตายโกศไม่พอใส่ เป็นลิเกไปหมดเลย ทำไมเราไม่ลดสิ่งเหล่านี้ เพื่อเราจะได้อยู่ด้วยกัน ทุกคนในสังคมไทยต้องการเป็นพญานกอินทรี ทำไมเราไม่เป็นนกกระจอก เราจะได้จ้อ นี่คือเรื่องที่เราต้องมาทบทวนครับ แต่ผมดีใจที่เรามาคุยกันวันนี้ ไม่ได้กล่าวพาดพิงใคร แต่มาชำแหละให้ฟังว่ามีอะไร ถ้าเราอยู่ในโลกแบบนี้ เราจะออกจากความกลัวได้อย่างไร ถ้าเราเชื่อในสิ่งที่ถูก เพราะสิ่งที่ทำให้เรากลัว เพราะเราเชื่อใช่ไหม ถ้าเราเข้าใจว่าเป็นความเชื่อ อะไรควรเชื่อ อะไรไม่ควรเชื่อ เมื่อนั้นเราจะพ้นออกไป เราต้องทบทวนใหม่ แล้วผมเห็นด้วยความชั่วร้ายที่สำคัญคือการศึกษา โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาหนักเลย
ผู้เข้าร่วมฟังการอภิปราย
มีท่านผู้หนึ่งพูดว่า เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญ จะมีพระสงฆ์องค์เจ้าหรือคนทางมุสลิมอยู่ในคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้ไหม ที่ผ่านมาผมคิดว่าครั้งนี้การทำรัฐประหารเป็นครั้งที่ ๑๗ ใช่ไหม ที่ผ่านมาทั้งหมดนี้เราใช้พื้นฐานของตะวันตก รัฐธรรมนูญที่ใช้ตะวันตกเป็นแม่แบบ จะเป็นไปได้ไหม ตั้งแต่เลิกไป เริ่มกันใหม่จะเอารัฐธรรมนูญที่ใช่ธรรมะเป็นแม่แบบ แล้วก็มีกลุ่มบุคคลที่สามารถเข้ามาช่วยกันในเรื่องนี้ เผอิญผมไปภูฏานกับท่านอาจารย์สุลักษณ์ ไปมาแล้วก็มีโอกาสได้พบท่านประธานศาลฎีกาที่เป็นประธานคณะร่างรัฐธรรมนูญของภูฏานด้วย ท่านประธานศาลฎีกาก็ถามอาจารย์ สุลักษณ์เรื่องธรรมะ ธรรมะนี้อยู่ในรัฐธรรมนูญนี้หมายความว่าอย่างนี้ใช่หรือเปล่า อาจารย์สุลักษณ์ก็ตอบไป ซึ่งทางภูฏานพยายามที่จะใช้หลักธรรมะ ซึ่งก็คงจะมีข้อดีและข้อเสีย
อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม
เรื่องนี้ผมมีตัวอย่างหนึ่งที่เร็วๆนี้ ในเรื่องกรณีภาคใต้จะรื้อฟื้น ศอบต. เป็นความคิดที่ดีแต่มาถกกันถึงว่าจะตั้งตัวประธาน ใครคือประธาน สาระที่สำคัญของ ศอบต. คือต้องมีหลายฝ่ายมาร่วมกันพร้อมพลเรือน แล้วพลเรือนที่มาร่วมนี้คือใคร ส่วนมากก็เป็นคนนอกทั้งนั้น ไม่ใช่คนภายในท้องถิ่น ถ้าตราบใดที่มาตั้งให้ความสำคัญกับประธาน ศอบต. ก็เหมือนกับตั้งแม่ทัพอะไรเข้าไป มันแก้ไม่ได้ เพราะหัวใจอยู่ที่ว่าคุณจะเอาคนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม แต่คนท้องถิ่นคือใคร ก็ไปอุปโลกน์กัน ถ้าเอาคนที่มาร่วมใน ศอบต.เป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็น อบต. ก็เจ๊งอีก เพราะคนเหล่านั้นไม่ใช่ตัวแทนของท้องถิ่น ผมว่าขณะนี้สังคมไทยที่พัง เราไม่รู้จะหาคนที่เป็นผู้นำทางภูมิปัญญาของท้องถิ่นได้อย่างไรที่จะมีการต่อรองได้ เช่นเดียวกัน ถ้าจะร่างรัฐธรรมนูญขณะนี้ เราจะได้ใครจากท้องถิ่นถ้าเรามีส่วนร่วม ตั้งมาพันสองพันคนก็อีหรอบเดิม ไม่ได้คัดมาจากตรงนี้ ผมถึงบอกว่า ทำไมขณะนี้เรารู้แน่ชัดเลยว่า บ้านเมืองที่ฉิบหายขณะนี้คือ การแย่งทรัพยากรและกรรมสิทธิ์ที่ดินที่นายทุนเข้าไป เขามีการต่อต้าน ตอนนี้ต้องเอามาแก้ไขใส่ในรัฐธรรมนูญให้คนในชุมชนมีสิทธิ จนเขาต้องออกกฎหมายลูกในมาตราที่ ๔ ออกให้ละเอียด มีโอกาสนะครับ ฉะนั้น พวกสมัชชาคนจนก็ต้องมีส่วนร่วมด้วย แต่นี่ไม่มีนี่ครับ แล้วระบบการปกครองแบบนี้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คือ ตัวเสียหมดเลย ฉิบหายตั้งแต่สมัยคุณคึกฤทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว เราจะได้คนที่เข้าใจอย่างไรที่เป็นตัวแทน ไม่มีนะครับ ผมยังมองไม่ออก นอกจากว่ามีปัญญาชนมาแล้วพวกนี้ต้องเข้าใจและรู้ปัญหาข้างในจริงๆ แล้วมาต่อรองกัน ผมว่าเอาอีกละครับแบบนี้ คือเมื่อคราวที่แล้วใช่ว่าไม่ดี มีการให้สิทธิบางมาตรา ทำให้คนออกมาเรียกร้องได้ แต่ไม่มีการออกกฎหมายลูกที่เอาปัญหาเรื่องท้องถิ่นมาพูด เมื่อกี้เราพูดถึงเรื่องอันตรายจากคนภายนอกเข้ามา อย่าลืมนะว่าภาคเหนือคือ การรุกล้ำของจีน ไม่ใช่เจ๊กแล้วอาจารย์ จีนฮั่น เป็นโลกาภิวัตน์มาจากจีน เวลานี้สังคมไทยกำลังถูกบีบทั้งจากอเมริกาและจีน จีนรุกทั้งที่ดิน มาแต่งงานกับคนไทยแล้วมาครอบงำหมดเลย จีนรุกมาก อีสานเองก็ดินเค็ม พวกฝรั่งก็เข้ามา ถ้าไม่จัดการเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมว่าลุกเป็นไฟแน่ ภาคใต้ออกมาชัดๆ เผอิญสังคมในชุมชนมุสลิมแข็ง เขามีวัฒนธรรมที่แข็ง แต่ถามว่าสึนามิอะไรเกิดขึ้น โกงแม้กระทั่งที่ดินหลุมศพของพวกชาวเล แล้วที่ออกข่าวจอมปลอมทั้งนั้น คนเสียที่ดินเสียอะไร เพราะว่าคนเหล่านั้นไม่เคยทำกรรมสิทธิ์ที่ดิน คนมุสลิมเป็นตัวอย่าง เขาไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ที่ดินเลย เวลานี้ที่ดินป่าเขาทั้งหลายถูกรุกโดยนายทุนหมด ระบบการทำสวนยางขนาดใหญ่เข้าไปรุกที่ดินเขาหมด โฉนดน้ำต่างๆ หมดเลย สิ่งเหล่านี้ไม่มาพิจารณา สิ่งเหล่านี้คือหัวใจ เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการขัดแย้ง ความเป็นธรรมจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีคนที่เขาเข้าใจสิ่งเหล่านี้ แต่ถามว่ามีไหม
อาจารย์สุลักษณ์พูดถูก พวกข้าราชการ ขุนนางก็มองแบบนี้เท่านั้นเองแต่ไม่เคยมองถึงปัญหา ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร นอกจากการเคลื่อนไหวจากจุดเล็กๆ เข้าไป ผมก็มองไม่ออกเวลานี้ เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย พอมองเห็น ศอบต.แล้วก็ฉิบหายแบบเดิม
ผู้เข้าร่วมฟังการอภิปราย
ขอแสดงความคิดเห็นต่อจากอาจารย์ศรีศักรพูดในเรื่องการศึกษา ผมมองถึงเรื่องของข้ามขึ้นมาจากระดับกระทรวงศึกษามาเป็นระดับมหาวิทยาลัย ผมจบมาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขณะนี้ผมต่อโทอยู่ที่จุฬาฯ ก็ได้เห็นข้อแตกต่างในหลักสูตร ทั้งที่ มช.เอง ทั้งที่จุฬาฯ รวมถึงที่เคยคุยกับเพื่อนจากหลายสถาบันก็พบว่า สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยขาดไป คือ การสอนให้มนุษย์เป็นคน สอนให้มีความเป็นคน ผมศึกษามาด้านสื่อสารมวลชน ที่ผ่านมาหลักสูตรที่สอนมาเกือบทั้งหมดร้อยละ ๙๐ เกี่ยวกับเชิงเทคนิคสอนให้ตัดต่อเป็น เลยมีค่านิยมว่าการตัดต่อเก่ง คือ คนที่เก่ง จบมาแล้วมีความสามารถ แต่ว่าความเป็นคนของเขา ผมไม่แน่ใจเหมือนกัน บางคนอาจจะแหวกคนอื่นมาเพื่อที่จะได้เกรดสูง เพื่อที่จะได้ผลงานที่ดีออกมาโดยไม่ได้ทำเอง ผมคิดว่าตรงนี้เป็นจุดที่มหาวิทยาลัยหลายๆ ที่ หลายๆ หลักสูตรขาดไป เลยทำให้คุณธรรมหลายๆ อย่างนั้นหายไป ในตอนนี้ในความรู้สึกของผมที่เป็นเด็กจุฬาฯ ผมไม่ค่อยรู้สึกว่ามีการสอนถึงความเป็นมนุษย์เท่าใดนัก ผมจำได้ในสมัยที่ผมเรียนอยู่ปริญญาตรีที่ มช.นั้น จะมีวิชาๆ หนึ่งที่ว่าด้วยการเป็นมนุษย์ ผมคิดว่าเป็นวิชาที่ดี อย่างน้อยทำให้เราได้รู้ว่า คุณธรรมที่แท้จริง จริยธรรมที่แท้จริง ศีลธรรมที่แท้จริง ที่เราพึงมีต่อการเป็นคนๆ หนึ่งนั้นคืออะไร มิใช่ว่าเราจบไปแล้วเป็นเพียงว่าตัวสัตว์ตัวหนึ่งในวงเวียนของทุนนิยม ขอบคุณครับ
อาจารย์สุลักษณ์ ศิวลักษณ์
พูดอย่างไม่เกรงใจเลย การศึกษาไม่สามารถสอนเรื่องคุณธรรมได้ เรื่องนี้พูดกันมาตั้งแต่เรียนจากสมัยกลางมาเป็นสมัยใหม่ สำคัญมากเลยนะครับ อย่างตะวันตกเขาพยายามสอนคุณธรรมก็คือว่าให้ไปผูกติดอยู่กับศาสนาคริสต์ จะเห็นได้เลยพวกนี้จะต้องมีโรงสวด ผมเป็นรุ่นสุดท้ายเลยถูกบังคับให้เข้าโรงสวด อาทิตย์หนึ่งทำวัตรเช้าสาม ทำวัตรเย็นสาม อาทิตย์อย่างละหนึ่งครั้ง เพราะเขาเชื่อตัวศาสนานี้จะเป็นตัวปัจจัยให้เขาสร้างคุณธรรม เดี๋ยวนี้เมืองฝรั่งสอนศาสนา คนไม่นับถือแล้ว ที่บังคับให้เข้าโรงสวดเดี๋ยวนี้ไม่สามารถบังคับได้แล้ว แล้วทุกคนก็ยอมรับเลยว่าสอนไม่ได้ คุณธรรมสอนได้อย่างไร คุณธรรมนั้นสอนได้ด้วยการดูแบบอย่าง พระพุทธเจ้าตรัสห้ามเลยไม่ให้พระไปสอนธรรมะ เว้นแต่เขาอาราธนา ถ้าพระไปเทศน์โดยไม่ได้อาราธนาท่านปรับอาบัติทุกบทเลย เมื่อประกาศพระศาสนาให้พระไปมีวิถีชีวิตพรหมจรรย์ให้เขาเห็นเป็นตัวอย่าง ประเด็นอยู่ตรงนี้ ทำไมอาจารย์ป๋วยเป็นคนดี มีคุณธรรมก็เพราะท่านได้จากแม่ แล้วท่านไปเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ เวลานั้นโรงเรียนอัสสัมชัญ พวกบาทหลวงนั้นไม่ได้ถือศาสนาเดียวกับเรา เขาเป็นคนเสียสละ เป็นเรื่องคนหนึ่งซึ่งมีคนนับถือมากเลย มีชื่อเสียงน้อยมากด้วยซ้ำไป ท่านอาจารย์ป๋วย บอกคนนี้ยิ่งกว่าพระไทยอีก คือ ท่านเบเนโต้ น่านับถือมาก หมายความว่าคุณต้องสามารถมีแบบอย่างในทางคุณธรรม พระพุทธเจ้าท่านตรัสสอนเลยว่า มนุษย์เราจะเจริญเติบโตได้จะต้องมีกัลยาณมิตร พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า พระองค์ท่านเองเป็นกัลยาณมิตร เป็นแบบอย่าง และพระพุทธเจ้าเตือนเรา สถาบันการศึกษายิ่งใหญ่เท่าไหร่รูปแบบกัลยาณมิตรจะน้อยลงไป คนเข้าไปเร่งเอา ผศ. รศ. อะไรต่างๆ เมืองนอกเมืองนานั้นเสร็จเลย เพราะปัญญาเริ่มหมดไป ดร.ป๋วย ท่านเรียนอัสสัมชัญ ครูตรวจการบ้านแดงเถือกเสียเวลามาก เดี๋ยวนี้ครูไม่มีเวลาให้แล้ว เช่นเดียวกัน พ่อแม่แต่ก่อนมีอิทธิพลมาก เดี๋ยวนี้พ่อแม่ไม่มีอิทธิพลแล้ว เพราะอะไร เพราะที.วี. เข้ามาทำหน้าที่แทน
อีกนัยยะหนึ่งเราต้องกลับมาหาพื้นฐานหลัก คือ กลับไปหาอดีตไม่ได้นะแต่มองจากอดีตแล้วมาประยุกต์ให้เป็นปัจจุบันให้ได้ ผมยังมีความหวังว่าเป็นไปได้ เพราะว่าทุกอย่างเป็นการเปลี่ยนแปลง ตรงนี้เป็นลักษณะการเปลี่ยนแปลง ตอนนี้ทุนนิยม บริโภคนิยมเป็นตัวกำหนด จักรวรรดิอเมริกันเป็นจักรวรรดิที่มีพลังเลวร้ายมาก กำหนดคุณธรรมให้ทุกคนอยากรวย ให้ทุกคนอยากมีอำนาจ ให้ทุกคนขี้ฉ้อตอแหล แต่เหล่านี้จะอยู่กันนานไม่ได้เดี๋ยวก็พัง เพื่อนผมเป็นคนนอร์เวย์เป็นคนถือพุทธ เขาบอกจักรวรรดิอเมริกันจะสิ้นสลายไปในปี ๒๐๒๐ ก็อีกไม่กี่ปีแล้วนะ เขาพูด แต่ว่าเราจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญอย่างหนึ่ง ผมอยากจะเรียนนะครับ แม้ในอเมริกาเอง เวลานี้มีคนต้องการทำให้อเมริกาตื่น ต้องการไปพ้นทุนนิยม บริโภคนิยมมาก ผมเพิ่งกลับจากอเมริกามาเมื่อวันที่ ๒๘ นี้เอง แล้วผมจะพูดอย่างตรงไปตรงมาเลย อเมริกาตอนนี้เด็กฝรั่งรุ่นใหม่เจริญสมาธิภาวนามากกว่าคนไทย มหาวิทยาลัยซึ่งตั้งแบบคริสต์ เดี๋ยวนี้เด็กปริญญาตรีปริญญาโทมีเวลาภาวนามาก เพราะเขาเห็นคุณค่าของจิตตสิกขา ในขณะที่เมืองไทยไม่เห็นเลย โดยเฉพาะสถาบันมหาวิทยาลัยสงฆ์ไทยไม่มีเวลาให้จิตตสิกขาเลย แต่อย่างอื่นไม่ว่า จะหันไปหาฝรั่งว่ากระแสหลัก ต่อมาเราจะตามฝรั่งกระแสรอง แล้วฝรั่งกระแสรองจะหันไปหาความเป็นพุทธ ท่านเรวัตธรรม ? เป็นพระพม่า ท่านบอกผมอยู่ตลอดเวลาเลยว่า สุลักษณ์อย่าไปเชียร์พุทธศาสนา พุทธอีสซึ่มนั้นมีมากนะ พยายามกลับมาหาหนทางให้คนตื่น เป็นมุสลิมก็ได้ เป็นคริสต์ก็ได้ ไม่นับถือศาสนาใดเลย ให้เห็นคุณค่าของการตื่น ตื่นจากการโลภ โกรธ หลง เมื่อเตือนอย่างนี้แล้วมันจะเดินทางไปสู่อหิงสาธรรม อย่าให้ผมไปเป็นหัวหน้าปฏิวัติเลยครับ พวกนี้เราไม่เข้าใจความหมาย พวกนี้ไม่มีความหมายหรอก ผมสงสารคุณสุรยุทธ ผมสงสารคุณสนธิ คนเหล่านี้น่าสงสารนะ อย่าไปรังเกียจ รักเขา สงสารเขา รักเขาเหมือนรักหมาที่บ้านเรา ผมพูดอย่างนี้เขาก็โกรธนะ สมเด็จพระพุฒาจารย์โตท่านบอก หมาก็เป็นพระโพธิสัตว์ได้ แล้วมนุษย์อย่าไปเหยียดสัตว์ สัตว์กับเรานี้รักใคร่กันมาก หมาไม่ใช่เป็นนายนะ หมาเป็นคุณนะครับ ดูคุณทองแดงเป็นตัวอย่าง ที่ผมพยายามพูดเหล่านี้ อยากจะเห็นเราน่าจะแหวกไปจากกระแสหลักให้ได้
คุณอยู่จุฬาฯ คุณจะไปให้จุฬาฯ เปลี่ยนแปลงเป็นไปได้ยาก แต่คุณสามารถเป็นครูที่ดีได้ แล้วเขาอาจจะไม่สนใจคุณด้วย แต่มีเป็นจำนวนน้อยครับ ถ้าเราสามารถสร้างกัลยาณมิตรจำนวนน้อยนี้ สำคัญนะ กัลยาณมิตรจำนวนน้อยอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นต้องมาเปลี่ยนแปลงข้างในด้วย ต้องลดความเครียด เปลี่ยนความเกลียดให้เป็นความรัก ทำได้นะครับ แต่ตอนนี้เราจับประเด็นพลาดไง มาคุ้ยคุณธรรม เราบอกว่ารัก เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา พูดกันตลกเลอะกันที่สุดเลย เมตตาต้องรักตัวเราเองก่อน รักไม่ใช่ต้องการตัวเราเพื่อให้ดีกว่าคนอื่นนะครับ รักเพื่อนร่วมงาน ยากนะ รักมนุษย์ง่ายที่สุด รักเพื่อนร่วมงานยากที่สุดเลย ทีนี้ต้องรักคนที่เขาเดือดร้อนมากกว่าเรา ไม่ใช่คุณนำผ้าห่มไปแจก ดัดจริตอยากเป็นคุณหญิงคุณนายกัน กรุณาเพื่อนที่เขาเดือดร้อนมากกว่าเรา ส่วนใหญ่เขาเดือดร้อนเพราะเราเป็นต้นเหตุนะครับ เราไม่ใช่ตัวตรงแต่เราเป็นตัวแทนสร้างเขื่อน เราเป็นต้นเหตุ ต้องพยายามเข้าใจความเดือดร้อนของเขาเป็นตัวกลาง แล้วเราจะถูกถีบถูกกระทืบอย่างเขา ผมพูดตัวอย่างถูกถีบถูกกระทืบอยู่ตลอดเวลา เพิ่งถูกจับครั้งล่าสุดเมื่อ ๒๑ สิงหา ถูกหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นครั้งที่ ๓ คือ ผมไม่ได้แส่เพื่ออยากถูกจับนะครับ ผมไม่ได้แส่เพื่อหาเรื่อง แต่ว่ามนุษย์เราถ้าไม่กล้าพูดความจริงแล้วความเป็นมนุษย์หมดไป ความเป็นมนุษย์นั้น เดี๋ยวนี้เราลืมไปแล้ว จะต้องมีความจริงเขาเรียกว่าบารมี ๑๐ ข้อ บารมีข้อที่ ๑ เรียกว่า ทาน การให้นั้นให้อามิสทาน ให้สิ่งที่เราไม่ต้องการ ให้สิ่งที่เรารักที่สุดไม่ใช่อามิสทาน ข้อที่ ๒ ก็ให้คุณ ทาน ต้องให้ความจริง แต่ความจริงที่เราให้คนอื่นเขาเถียงเราได้ ไม่ใช่เรารู้ความจริงคนเดียวนะ แล้วสังคมไทย สังคมฝรั่งตอนนี้เต็มไปด้วยความกึ่งดิบกึ่งดี กึ่งจริงกึ่งเท็จ ต้องให้ความจริง แต่การให้ความจริงก็เจ็บแสบ เดือดร้อน แต่เราอย่าลืมนะคนที่เขาเดือดร้อนมากกว่าเรามีเยอะ แต่ทางฝ่ายมหายานเขาบอก ทาน อามิสทานไม่สำคัญเท่าอภัยทาน เพราะสามารถให้ความกลัวนี้หมดไป ตรงนี้ฝึกได้นะ ให้ความกลัวหมดไป เมื่อความกลัวหมดไปเป็นสิ่งที่สูงสุด อภัยยะคือไม่กลัวนะ เมื่อเราหมดความกลัวแล้ว เราสามารถทำอโหสิกรรมได้ เพราะศัตรูไม่มีอยู่ข้างนอก ศัตรูไม่เคลื่อนเข้ามา ศัตรูไม่ใช่บุช ไม่ใช่ทักษิณ ทักษิณตอนนี้เราต้องกรวดน้ำให้เขาแล้วละครับ สงสารเขานะ อย่าให้เขากลับมานะให้เขามีความสุขอยู่ที่ปักกิ่งเสียที อย่าไปเกลียดเขา อภัยทานฝึกได้นะครับ พลิกแผ่นดินคือตรงนี้นะ
คนไทยไปเมืองอินเดียที่น่าเบื่อที่สุดนะ โอ๊ย ! ชอบให้ทานเหลือเกิน จนกระทั่งมาแต่งเป็นพระปลอม นี่เลอะที่สุด ให้ความเห็นแก่ตัวมันหมดไป นั่นคือการให้เหมือนกัน ต้องลดช่องว่างระหว่างคนจนคนรวยให้ได้ ปัญญาสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง แล้วสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริงในเวลานี้ คือ โครงสร้างทางสังคมต่างหากที่ทำให้รุนแรง การฆ่าอยู่ที่ว่าจะฆ่าอย่างเดียว เมืองไทยเป็นเมืองที่ใช้เงินซื้ออาวุธมากที่สุด อาจจะน้อยกว่าพม่า แต่พระพม่าเขาเห็น แต่พระไทยไม่เห็น เพราะพระพม่าเป็นพระคณะสงฆ์ซึ่งไม่กลัวรัฐบาลเลย รัฐบาลกลัวครับ ผู้หญิงคนเดียวครับถูกจับมา ๑๒ ปีแล้ว หนังสือที่เธอเขียนได้รับรางวัลโนเบล อิสรภาพจากความกลัว แล้วเธอไม่กลัว แล้วทางพม่าเขามากลัวเธอคนเดียว แล้วผมดีใจนะตอนนี้เมืองไทยมีคนไม่กลัวมากขึ้นทุกที ไม่กลัวแล้ว ไม่สนใจลาภ ยศ ไม่สนใจ ตอนนี้คณะรัฐประหารเป็นใหญ่นั้น คนเหล่านี้เขาไม่ดีก็ปล่อยให้ สมัชชาคนจน ทุกคนต้องเสมอกันหมด อย่าให้ผมเป็นหัวหน้าปฏิวัติ ถ้าถามผม ผมจะให้ยายไฮเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ อันนี้เป็นเรื่องจริง ยายไฮเป็นผู้หญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับผม รู้เรื่องธรรมะมาก รู้นิทานพื้นบ้านมาก แต่เราไม่ให้เกียรติเขาเลย หรืออีกนัยหนึ่งคำถามเมื่อกี้ที่บุคคลที่เป็นหัวหน้า ผมอยากจะ หัวหน้าปฏิวัติก็ดี หัวหน้ารัฐบาลก็ดี น่าจะมองไปที่คนอย่างยายไฮว่าเป็นคนธรรมดาสามัญ แล้วการร่างรัฐธรรมนูญของคนกลุ่มนี้ก็ไม่เป็นไปตามรูปแบบของตะวันตก ทำไมผู้นำศาสนาอิสลาม ผู้นำพุทธทำไมล้ม เพราะว่าเราไปเชื่อทฤษฎีตะวันตกว่ารัฐจะต้องออกจากศาสนา เป็นของหลอกของลวง อย่างอเมริกันเป็นต้นเหตุ เพราะฝรั่งเขาถูกศาสนจักรครอบงำ เราควรแยกออกจากศาสนจักร แต่ไม่แยกจากศาสนา เพราะศาสนาเป็นตัวคุณธรรมที่สูงสุดเหลือเกิน อาจารย์พุทธทาสบอกไม่มีศาสนาเลย คุณธรรมสูงสุดนี้ อิสลามมิกธรรม ทานมิกธรรมเหมือนกัน
ถ้าเข้าใจประเด็นนี้เราก็สามารถ ตาเราจะมีแวว หาคนมาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่พระสงฆ์ ไม่ใช่มีชัย ประสงค์ น้ำเน่าทั้งนั้น รัฐมนตรีศึกษา รัฐมนตรีต่างประเทศ น้ำเน่าทั้งนั้น แต่คนเหล่านี้ไม่สามารถพลิกแผ่นดินให้เป็นธรรมได้เพราะเขายังอยู่ในน้ำเน่าอยู่ แต่ขณะเดียวกันเมืองไทยเรายังมีน้ำดีอยู่ไม่ใช่น้อย โบราณเขาบอกให้รู้จักเอาน้ำฝนมาปนน้ำท่า แต่ผมว่ากระบวนการพัฒนาเอกชนก็ดี ราษฎรก็ดี ครูก็ดี หลายต่อหลายคนที่เขาตามีแวว แต่อย่าไปเอายี่ห้อใส่ ต้องออกไปแสวงหาเพื่อที่จะได้พบอย่างที่อาจารย์ศรีศักรบอกว่าที่เวียดนามนับถือเจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่กวนอิมคือใครครับ คือพระกรุณาคุณของพระพุทธเจ้า ทำให้เป็นบุคลาธิษฐานเสีย พระกรุณาคุณพระพุทธเจ้านั้นเขาบอกเจ้าแม่กวนอิมแม้จะลงไปในนรกก็เป็นปางสัตว์นรก ท่านเอาอย่างเจ้าแม่กวนอิม ฟังครับ เมื่อฟังแล้วสติปัญญาจะเกิดขึ้น แล้วถ้าจิตของเราเจริญสติอยู่เสมอ ความเป็นปัญญาจะเกิดขึ้น อันนี้มันมีอยู่ในสังคมเราทั้งหมดแต่ประยุกต์เอาไปใช้ให้เหมาะให้สม แล้วจะแก้ปัญหาได้ เพราะลึกๆ การพลิกแผ่นดินทั้งหมดเวลานี้เป็นการพลิกกลับไปหารูปแบบของรัชกาลที่ ๕ จะต้องมีคนเป็นใหญ่ จะต้องมีอภิสิทธิ์ชน จะต้องมีศักดินาปัญญาธิปไตยเป็นตัวนำ ถ้าจะพลิกแผ่นดินจริงๆ ต้องกลับไปพลิกแผ่นดินที่สงฆ์เป็นใหญ่ ที่ธรรมจักรเป็นใหญ่ สงฆ์ไม่ได้แปลว่านุ่งเหลืองห่มเหลืองนะครับ ชุมชนซึ่งเสมอกัน ปรึกษาหารือกันตามแบบของวัชชีพราหมณ์ เคารพผู้หญิง เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ ยกย่องผู้ซึ่งมีศีลมีจริยธรรม หมั่นประชุมกันเป็นนิจ เคารพมติในที่ประชุม และมีชีวิตอันเรียบง่าย ถ้าตราบใดที่ชุมชนชาววัชชี ชุมชนชาววัชชีนั้นนอนหนุนหมอนไม้เป็นชีวิตที่เรียบง่าย นั่นคือคำตอบ อันนี้เป็นคำตอบที่สามารถท้าทายทุนนิยม บริโภคนิยมได้
ผู้เข้าร่วมฟังการอภิปราย
ขณะนี้เราคงไม่สามารถที่จะหาตัวบุคคลที่จะขึ้นมาพลิกฟื้นได้ เพราะฉะนั้น ถ้าหากทุกคนเห็นด้วยกับอาจารย์ พุทธะอยู่ในใจของทุกคน พุทธะไม่ใช่แปลว่าพุทธศาสนา แต่ว่าธรรมะที่เป็นสัจธรรมความจริงและเสรีภาพ แล้วก็อยากจะให้ทุกคนในที่นี้ต่อไปให้ทำหน้าที่ของตัวเอง ขอสนับสนุนอาจารย์ตรงที่ว่าทำหน้าที่ของตัวเองในหลักธรรมะ ที่เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ในขณะนี้เราสามารถที่จะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดได้ และแผ่นดินก็คงจะดี อย่างน้อยเราก็มีกลุ่มเล็กๆ ของเรา หรือว่าในสังคมเล็กๆ ในส่วนของแต่ละท่านค่ะ
ผู้เข้าร่วมฟังการอภิปราย
ผมขอยกย่องท่านอาจารย์ทั้งสองท่านและชื่นชมในฐานะที่ท่านเปรียบเสมือนเปลวเทียนที่ส่องสว่างความจริงให้สังคม ถึงแม้ว่าท่านจะใกล้พื้นดินมากขึ้นๆ ก็ตาม หัวข้อพลิกฟื้นคุณธรรมแก่แผ่นดินนั้น สะท้อนให้เห็นว่า ใครเอาคุณธรรมไป แล้วใครที่จะนำคืนกลับมา แล้วที่อยู่ทางบ้านฝากถามมาว่า อุเบกขามันแปลว่าอะไร ขณะนี้ทุกคนอยู่ในสังคมไทย อุเบกขากันหมดแล้วครับขอบคุณครับ
ผู้เข้าร่วมฟังการอภิปราย
ผมอยากจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นสดๆ เกี่ยวกับแท็กซี่ ผมอยากจะให้ท่านอาจารย์แสดงมุมมองเกี่ยวกับแท็กซี่ในการกระทำของเขาว่าสมควรไหม แต่ว่าผมยกย่องเขาครับ
อาจารย์สุลักษณ์ ศิวลักษณ์
ผมจะพูดประเด็นเดียวเรื่องอุเบกขา อุเบกขาเป็นธรรมะที่เราเข้าใจผิดกันมากเลย การไม่เอาไหน การวางเฉย นี่คืออุเบกขาครับ ระหว่างความผิดกับความถูกไม่มีทางสายกลาง มัชฌิมาปฏิปทาทางสายกลาง ไม่หยุดตึงเครียดทั้งสองฝ่าย อุเบกขาจะมีขึ้นได้จะต้องเจริญพรหมบริหารตั้งแต่เมตตาขึ้นมาก่อน ต้องรู้จักฝึกความรักก่อน สำคัญมากเลย ระบบราชการ ระบบโรงเรียนทั้งหมดไม่ได้ฝึกเรื่องความรัก ฝึกเฉพาะเรื่องความรู้ ต้องฝึกเรื่องความรัก และให้รักคนอื่นเท่าๆ กับเรา โดยเฉพาะเมตตาปริยัติสูตร พระท่านสวดเลยว่า มารดาแม้ลูกน้อยคนเดียว ยอมตายเพื่อลูกน้อยฉันใด จงเจริญเมตตาภาวนาไปยังสรรพสัตว์ ตรงนี้เป็นจุดแรกเลย เพราะคนไทยขาดเมตตามาก ความรักของเราเป็นความรักที่จอมปลอม เป็นความรักที่เกือบจะเป็นอมิตร เต็มไปด้วยกาม เต็มไปด้วยอะไรต่างๆ ต้องฝึกเรื่องความรักให้ชัดเจน แล้วถึงจะกรุณา รักคนที่เขาด้อยกว่าเรา การรักไม่ใช่ไปช่วยให้เขาดีขึ้น การรักต้องพร้อมที่จะต้องไปเดือดร้อนร่วมกับเขา เทวะเขียนไว้ชัดเจนแต่ว่าเราไม่รู้จัก อันที่จริงเทวะเป็นสดมภ์หลักของมหายาน ต้องลงไปพร้อมเกื้อกูลเข้ากับคนที่เขาเดือดร้อน และตอนนี้เราจะถูกถีบถูกกระทืบเช่นเดียวกับเขา ถ้าเราต้องการจะเจริญพุทธะ กลับไปบ้านแล้วยังกินสบาย นอนสบายอยู่ ไม่ใช่ครับ ถ้าเจ้าชายสิทธิธัตถะเห็นคนแก่ คนเจ็บ คนตายแล้วกลับไปนอนกอดพระนางพิมพาอยู่ตลอดเวลาศาสนาพุทธไม่เกิด ท่านพร้อมที่เดือดร้อนร่วมกับคนอื่น และการเดือดร้อนที่สำคัญที่สุดตอนนี้ คือ กล้าพูดสิ่งที่เป็นสัจจะในสังคมที่เต็มไปด้วยอสัตย์ เมื่อเราถูกถีบถูกกระทืบแล้วเราต้องเจริญด้วยมุทิตา ไม่เกลียดคนที่ทำลายเรา ไม่เกลียดคนที่แทงเราลับหลัง ไม่ใช่ของง่ายเลยต้องฝึก แต่ทำได้ทั้งหมด
จากจุดนี้เราถึงจะเข้าไปอุเบกขา อุเบกขาไม่ได้แปลว่าไม่เอาไหน อุเบกขาแปลว่าให้รู้จักว่าการตัดสินใจของเราทั้งหมดนี้ เรามีอคติครอบงำ เราครอบงำเพราะความรัก ถ้าเราอยู่ฝ่ายทักษิณก็เห็นว่าทักษิณดี ถ้าอยู่ฝ่ายสนธิก็เห็นว่าสนธิดี ตรงนี้ความรักครับ ผิดก็ได้ ถูกก็ได้ สองเกิดจากความเกลียด ถ้าเราเกลียดทักษิณ ทักษิณไม่มีอะไรดีเลย ทักษิณก็มีอะไรดีหลายอย่าง ตอนนี้ก็รักในหลวงกันตะบันเลย ในหลวงก็มีอะไรดีหลายอย่างครับ แต่ก็ไม่มีอะไรดีด้วยเหมือนกัน เพียงแค่นี้ก็ไม่กล้าพูด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ตัวฉันทาคติครอบงำ ตัวโทสาคติครอบงำ คือเกลียดหรือรัก นอกจากนี้คือ พยาคติครอบงำ สังคมไทยเป็นสังคมที่สอนให้ทุกคนมีพยาคติ ไม่กล้าติสถาบันกษัตริย์ ไม่กล้าตินู่น ไม่กล้าติ หมดเลยครับ ระบบการศึกษาทั้งหมดสอนให้มีความกลัว เพราะเรามันแหย มันต้องมีวีรบุรุษมาแก้ ต้องมีพระนเรศวรมาแก้ ต้องมีแม่ทัพมาแก้ สุดท้ายคือโมหาคติ คือความหลง ถ้าแก้เรื่องนี้ได้ นั่นแหละคือ การกล้าตัดสินใจที่ถูกต้อง คือ อุเบกขา
อุเบกขาคือการกล้าตัดสินใจอย่างถูกต้องไม่เอนเอียง ไม่ใช่ไม่เอาไหน ถ้าเข้าใจในเรื่องพรหมวิหารธรรมถูกต้องแล้ว พระพุทธเจ้าบอกว่า คนๆ เดียวที่จะให้ทุกคนเป็นผู้ใหญ่ได้ การเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่เป็นจอมพล การเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่การเป็นรัฐบุรุษ การเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่การเป็นองคมนตรี เป็นผู้ใหญ่ซึ่งเป็นผู้ซึ่งมีอุเบกขา มุทิตา กรุณา เมตตา เด็กป๋าเป็นอันมากไม่มีคุณธรรมแม้แต่ข้อเดียว บ้านเมืองฉิบหายวุ่นวายเพราะเหตุนี้
อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม
สิ่งที่ท่านอาจารย์สุลักษณ์พูดมาทั้งหมดทำให้เห็นความเป็นมนุษย์ว่าเป็นอย่างไร แล้วความผิดของมนุษย์ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยคืออะไร เพราะขาดสิ่งที่เป็นคุณธรรมที่เราวิพากษ์วิจารณ์กันนี้ แต่เราต้องแก้ด้วยความกล้าหาญ สิ่งหนึ่งที่ผมดีใจที่พวกคุณมากันในที่นี้ เพราะว่าเราไม่ได้แก้ได้คนเดียว เราต้องแก้ด้วยกลุ่ม เราควรจะมีการจัดเวทีกลุ่มเล็กๆ อย่างเสมอภาค และพูดคุยกัน วิพากษ์วิจารณ์กัน แล้วก็ขยายไปทีละเล็ก ผมว่านั่นเป็นวิธีหนึ่งที่จะพลิกฟื้นได้ อย่าไปหวังสื่ออย่างอื่น อย่าไปหวังพูดในที่ประชุมใหญ่ ผมว่าไปจากหลายๆ กลุ่มเล็กๆ แล้วเชิญท่านผู้อาวุโสให้แสงสว่างกับเรามาเป็นตัวนำ ผมว่าเรามีทางแก้ครับ ทีนี้สังคมไทยมีมากขณะนี้ แต่ใหญ่กว่าลาว เขมรมาก ลาว เขมรเขาคงไม่แก้ยากเท่าเราหรอก เพราะเขาไม่ซับซ้อนอย่างเรา ผมไปที่ลาวเมื่อ ๒-๓ วันนี้ ที่เวียงจันทน์ เสมสิกขาลัยเขาไปมา ๒ ปีแล้วไปดู ก็มีการเคลื่อนไหวแบบนี้ กลุ่มที่ฆราวาสและพระเณรมารวมกัน เรียนปัญหาต่างๆ ไม่ใช่ธรรมะอย่างเดียว แล้วความรู้นั้นไปเที่ยวสอน ผมคิดว่าขณะเดียวเขาก็รู้ว่าลาวนี้พวกคอมมิวนิสต์ด้วยกัน มองวัตถุนิยมเหมือนกัน แต่เขามีการแก้ เดี๋ยวนี้ปรากฏว่าทาง เสมสิกขาลัยที่อบรมพวกพระ พระบางรูปไปสอนบางโรงเรียน ปรากฏว่าผู้ใหญ่ทางการศึกษาเขาอ้าแขนรับ แต่ของเรามืด ถ้าเอาพระไปสอนในเรื่องแบบนี้หาว่าเชยแล้ว นี่คือจุดที่น่ากลัวมาก เพราะฉะนั้น พระที่เข้าไปสอนไม่ได้สอนวิชาสามัญ สอนในเรื่องคุณธรรมเรื่องจริยธรรมอะไรต่างๆ ขาดสิ่งเหล่านี้ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องหวนกลับไปหาพระแบบเก่าที่จะต้องมานั่งจำศีล ควรจะมีบทบาทในสิ่งต่างๆแบบนี้ด้วย เพราะพระและฆราวาสควรจะรวมกันเป็นกลุ่มแล้วพูดคุยกันแล้วก็เผยแพร่ ไม่ได้เผยแพร่ในเรื่องวิสัชชนาแบบนี้ ผมว่าจะได้สติปัญญาขึ้นมา
ฉะนั้น การประชุมวันนี้ไม่ได้มาฟังท่านอาจารย์สุลักษณ์อย่างเดียว แต่เราหวังว่าทำให้เกิดสติขึ้นแล้วจะนำไปสู่ปัญญาอีกที ต้องขอขอบพระคุณอาจารย์มากที่มาและถ้าโอกาสหน้าก็ต้องเรียนเชิญใหม่
สุดารา สุจฉายา
ต้องขอขอบคุณอาจารย์ทั้ง ๒ ท่านสำหรับการพูดเกือบ ๒ ชั่วโมง และมูลนิธิฯ ขอขอบคุณอาจารย์สุลักษณ์ และหวังว่าทุกท่านจะมาร่วมกับมูลนิธิฯ อีกในการสนทนาทุกวันศุกร์ตลอดเดือนพฤศจิกายนในเรื่องของคุณธรรม อย่างที่อาจารย์ศรีศักรพูดว่าเราต้องเริ่มจากกลุ่มเล็กๆ ในการที่จะสนทนาร่วมกันและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน สวนหนังสือเจริญกรุงมีการพูดคุยแบบเดียวกับที่ร้านริมขอบฟ้า จึงอยากจะประชาสัมพันธ์เพื่อที่ผู้ที่มีความสนใจจะได้ไปร่วมวิสาสะด้วย ในวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน จะคุยกันเกี่ยวกับเรื่องย้อนอดีตเจริญกรุงตอนที่ ๑ เรื่องโรงงานยาสูบแห่งแรกของไทย และวันที่ ๙ ธันวาคมเรื่อง เชิดชูเกียรติพระยาอนุมานราชธน ซึ่งอาจารย์สุลักษณ์จะเป็นผู้พูด ในรายละเอียดทั้ง ๒ เรื่องนี้ เริ่มในเวลาช่วงบ่าย ๒ โมง ๔ โมงเย็น และมูลนิธิฯ ขอขอบคุณผู้ฟังทุกๆ ท่าน และหวังว่าจะได้พบกันในวันศุกร์หน้า ขอบคุณค่ะ