เมืองโบราณ
พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
วารสารเมืองโบราณ
สารคดีดอตคอม
วิทยาลัยการจัดการทางสังคม
แสดงความคิดเห็นผ่านสมุดเยี่ยมชม

ดรรชนีบทความ
 อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม

โครงการชุมชนท้องถิ่นยั่งยืน ตลิ่งชันฯ
  

 

 

โครงการ " ชุมชนท่องเที่ยวยั่งยืน (กิจกรรมสำรวจ ออกแบบ และจัดทำแผนการเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศย่านตลาดน้ำตลิ่งชัน และพื้นที่เกี่ยวเนื่อง เขตตลิ่งชัน)"

 
 



โครงการชุมชนท่องเที่ยวยั่งยืน (กิจกรรมการสำรวจ ออกแบบและจัดทำแผนการเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศย่านตลาดน้ำตลิ่งชัน และพื้นที่เกี่ยวเนื่อง เขตตลิ่งชัน)

 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๑ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ได้เข้าร่วมกิจกรรม “ โครงการชุมชนท่องเที่ยวยั่งยืน (กิจกรรมสำรวจ ออกแบบ และจัดทำแผนการเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศย่านตลาดน้ำตลิ่งชัน และพื้นที่เกี่ยวเนื่อง เขตตลิ่งชัน) ” ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง กองการท่องเที่ยว สำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร กับคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมีจุดประสงค์เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาและบูรณาการจากภายในเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนผ่านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศตลาดน้ำภายในพื้นที่เขตตลิ่งชันและพื้นที่ใกล้เคียง

รองศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม กล่าวปฐกถาเรื่องการท่องเที่ยวยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน

 

เหตุผลที่ทางโครงการได้เลือกพื้นที่เขตตลิ่งชันและบริเวณใกล้เคียง ก็เนื่องจากพื้นที่นี้มีชื่อเสียงความเป็นมายาวนานในเรื่องของพืชผักผลไม้ ดังคำกล่าวเปรียบเปรยตั้งแต่ครั้งโบราณที่ว่า “ บางช้างสวนนอกบางกอกสวนใน ” ประกอบกับในปัจจุบันชุมชนตลิ่งชันก็ยังสามารถคงวิถีชีวิตแบบชาวสวนไว้ได้อยู่มากทำให้เหมาะสมต่อการพัฒนาเป็นชุมชนท่องเที่ยวยั่งยืน โดยมีตลาดน้ำตลิ่งชัน ตลาดน้ำคลองลัดมะยม และตลาดน้ำวัดสะพาน เป็นเป้าหมายหลักของโครงการ

 

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครประธานในพิธีกล่าวเปิดงานโครงการฯ

 

ภายในวันงานได้รับเกียรติจาก นาย อภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมาเป็นประธานในพิธี โดยมีรองศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ที่ปรึกษาโครงการฯ ขึ้นกล่าวถึงความเป็นชุมชนตลิ่งชัน ตลอดจนความรู้ความเข้าใจต่อการพัฒนาชุมชนที่เน้น “ คนใน ” เป็นสำคัญ ต่อจากนั้นรองศาสตราจารย์สุรพล นาถะพินธุ คณบดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากรขึ้นกล่าวรายงานเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ และรองศาสตราจารย์สุภาภรณ์ จินดามณีโรจน์ หัวหน้าโครงการฯ ขึ้นกล่าวสรุปผลความก้าวหน้าการปฏิบัติงานโครงการ รวมทั้งผู้นำชุมชนตลาดน้ำทั้ง ๓ แห่ง ที่ร่วมโครงการฯ (ตลาดน้ำตลิ่งชัน ตลาดน้ำคลองลัดมะยม และตลาดน้ำวัดสะพาน) กล่าวถึงความเป็นมาของชุมชนตลาดน้ำแต่ละแห่ง ต่อจากนั้นคณะผู้จัดงานโครงการฯ ได้นำผู้เข้าร่วมกิจกรรมพาไปเยี่ยมชมตลาดน้ำที่เข้าร่วมโครงการฯทั้ง ๓ แห่ง

 

ภาพบรรยากาศภายในบริเวณลานกิจกรรมตลาดน้ำตลิ่งชัน

 

ผู้นำ ๓ ตลาดน้ำขึ้นกล่าวความเป็นมาและการดำเนินการของตลาดน้ำแต่ละแห่ง
(จากซ้าย พ.ต.ท.สิทธิชน อังศูสาสตร์ แกนนำตลาดน้ำวัดสะพาน, คุณชวน ชูจันทร์ แกนนำตลาดน้ำคลองลัดมะยม (กำลังกล่าว),
คุณนพดล มาเสริมสิน ประธานประชาคมตลาดน้ำตลิ่งชัน )

 

ตลาดน้ำตลิ่งชัน ริเริ่มขึ้นโดย พลตรีจำลอง ศรีเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในขณะนั้น ที่ต้องการให้มีตลาดน้ำตัวอย่างภายในเขตกรุงเทพฯหลังการล่มสลายลงของตลาดน้ำวัดไทร โดยอาศัยพื้นที่บริเวณสำนักงานเขตตลิ่งชัน ที่อยู่ติดกับคลองชักพระตั้งขึ้นเป็นตลาดน้ำตลิ่งชันและเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๐ นับถึงปัจจุบันก็เป็นเวลากว่า ๒๐ ปี ที่ตลาดน้ำตลิ่งชันเป็นพื้นที่ซึ่งชาวบ้านชาวสวนในละแวกใกล้เคียงได้อาศัยนำสินค้ามาจำหน่าย ทั้งก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ข้าวแกง ห่อหมก ขนมหวาน ขนมไทย อาหารทะเล มีแผงขายทั้งบนฝั่งรวมทั้งในเรือ นอกจากอาหารแล้ว สินค้าประเภทผัก ผลไม้ ต้นไม้ต่างมีให้เลือกซื้อมากมาย

 

ภายในตลาดน้ำตลิ่งชัน

 

ภายในตลาดน้ำตลิ่งชัน

 

ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตั้งอยู่บริเวณคลองลัดมะยม เขตตลิ่งชัน ตลาดคลองลัดมะยมเป็นตลาดที่เกิดขึ้นโดยความต้องการของชาวบ้านในท้องถิ่น หรือ “ คนใน ” อย่างแท้จริง โดยก่อตั้งเป็นเวลาร่วม ๓ ปีเศษ “ คนใน ” ที่เป็นแกนนำ และกำลังสำคัญคือ คุณ ชวน ชูจันทร์ ลักษณะของตลาดแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือบนฝั่งและในคลอง ในคลองได้มีเรือมาจอดเทียบเพื่อทำอาหารขาย ทั้งขนมเบื้องญวน ก๋วยเตี๋ยว ข้าวซอย ฯลฯ ส่วนบริเวณฝั่งชาวบ้านได้ร่วมใจกันตั้งเพิงไม้ไผ่และมุงหญ้าคาเพื่อใช้เป็นแผงขายสินค้า มีขายทั้งขนมจีน ส้มตำ ข้าวราดแกง หมูสะเต๊ะ ข้าวเกรียบปากหม้อ น้ำปั่น ขนมไทยนานาชนิด และที่ดูจะเป็นจุดสนใจไม่น้อย ก็คือ ผักปลอดสารพิษ ที่มีการผลิตในชุมชนแห่งนี้ด้วย

 

ตลาดน้ำคลองลัดมะยม

 

ตลาดน้ำคลองลัดมะยม

 

ภายในบริเวณตลาดน้ำคลองลัดมะยมยังมีแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตชาวสวนที่เรียกว่า “ สวนเจียมตน ” ซึ่งเป็นห้องเรียนธรรมชาติ มีศาลาอเนกประสงค์ มุมอ่านหนังสือ-เล่นดนตรี- พื้นที่เสวนา ทั้งยังมีพื้นที่ให้ลองพายเรืออีกด้วย “ สวนเจียมตน ” ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีของทั้งชุมชน คนใน และคนนอก ทั้งนี้สวนดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ที่ “ คนใน ” ได้แสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถในการจัดพื้นที่ของชุมชนเพื่อชุมชนและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เสน่ห์ของตลาดน้ำคลองลัดมะยมไม่หมดเพียงเท่านี้ ตรงข้ามกับตลาดน้ำคลองลัดมะยม เพียงข้ามถนนมาก็จะพบ “ บ้านหัตถกรรม พิพิธภัณฑ์เรือจำลอง ” ของคุณ สุรชัย รุณบุญรอด ภายในมีหัตถกรรมเรือในรูปแบบต่างๆรวมถึงอุปกรณ์วิถีชีวิตของชาวสวน บ้านหัตถกรรมฯ ถือเป็นแหล่งความรู้ของชุมชนและสังคมอีกแห่งหนึ่งในย่านนี้ นอกจากนั้นในพื้นที่ละแวกใกล้เคียงกับตลาดน้ำคลองลัดมะยมยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอีกคือ “ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นชุมชนชมพูบำเพ็ญ ” “ บ้านพิพิธภัณฑ์ ” ของเอนก นาวิกมูล สวนผลไม้และไม้ดัดย่านทวีวัฒนา เป็นต้น

 

 

ภายในคลองลัดมะยม


ร้านขายผักผลไม้ปลอดสารพิษ
 
ห้องเรียนรู้วิถีชีวิตชาวสวนในสวน “ เจียมตน ”

 

ตลาดน้ำวัดสะพาน ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อย ตลาดน้ำวัดสะพาน ริเริ่มก่อตั้งขึ้นโดย พันตำรวจโทสิทธิชน อังศูสาสตร์ ที่เคยมารับราชการในพื้นที่และเห็นว่าพื้นที่ชุมชนและวัดเหมาะสมที่จะจัดทำตลาดน้ำ ทั้งนี้ก็เพี่อการท่องเที่ยว และหารายได้ให้ชุมชน ทั้งยังเป็นพื้นที่ที่ให้คนนอกได้เข้ามานมัสการพระเก่าสมัยอยุธยาที่มีในวัดด้วย ตลาดน้ำวัดสะพานเปิดมาแล้วเกือบ ๓ ปี ความเป็นตลาดได้กระจุกรวมกันบริเวณคูหน้าวัด ถือเป็นตลาดที่เล็กและน่ารักมาก สินค้าที่นำมาขายนอกจากอาหารแล้ว จะเป็นผลผลิตทางการเกษตร ทั้งผัก และผลไม้ จุดเด่นในการมาเที่ยวตลาดน้ำวัดสะพาน คือ การได้มากราบนมัสการหลวงพ่อดำ หลวงพ่อกลาง และหลวงพ่อโต พระพุทธรูปสมัยอยุธยาในวิหารโถงของวัด และสามารถนำอาหารมาให้ปลาในคลองท้ายวัดได้ด้วย รอบๆ วัดสะพานเป็นย่านผลไม้และสวนเตยที่สามารถเดินและขี่จักรยานชมได้ ในวันงานดังกล่าวทางชุมชนย่านวัดสะพานได้จัดแสดง กระตั้วแทงเสือ ซึ่งเป็นการละเล่นอย่างหนึ่งให้คณะได้ชมก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ...

 

พ่อค้าแม่ขายในตลาดน้ำวัดสะพาน


ขบวนแห่ “ กระตั้วแทงเสือ ” ของชาวบ้านวัดสะพาน

 

ในการเยี่ยมชมตลาดน้ำในเขตตลิ่งชัน ตามโครงการ “ ชุมชนท่องเที่ยวยั่งยืน ตลิ่งชัน ” ทำให้เห็นถึงการเกิดขึ้นและคงอยู่ของตลาดน้ำทั้ง ๓ แห่ง รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ใกล้เคียงตลาดน้ำให้กลายเป็นศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญทั้งของชุมชนและสังคม ซึ่งมี “ คนใน ” เป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ ทั้งนี้การทำให้คงอยู่และพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งของตลาดน้ำแต่ละแห่ง ชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียงถือเป็นเรื่องยากหากเทียบกับการเกิดขึ้นของตลาดน้ำและชุมชน ดังนั้น “ คนใน ” ควรที่จะร่วมมือร่วมใจกันในการพัฒนา ทั้งนี้หน่วยงานราชการหรือส่วนกลางก็ควรให้การสนับสนุนด้วยจึงจะเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างสมบูรณ์ และที่สำคัญระวังอย่าให้คนนอกเข้ามามีบทบาทหรือปัจจัยในการจัดการมากเท่ากับคนในท้องถิ่น เพราะคนในท้องถิ่นย่อมที่จะรู้และเข้าใจพื้นที่รวมถึงความต้องการที่จะพัฒนาได้ดีที่สุด... !

พระพุทธรูปหินทรายแดงศิลปะอู่ทอง ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ลงมา ที่ประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหารวัดสะพาน

 

 

เหมือนพิมพ์ สุวรรณกาศ

ปิยชาติ สึงตี

 

 

 



เว็บไซต์ของมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์จัดทำขึ้น เพื่อเผยแพร่การดำเนินงาน ข่าวสาร ข้อมูลของมูลนิธิฯ บทความ จดหมายข่าว พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น กิจกรรม ตลอดจนความรู้ทางสังคมและวัฒนธรรม โดยมีคำจำกัดความกิจกรรมของมูลนิธิฯ ว่า " รวบรวม บันทึก ศึกษา ข้อมูลทางวัฒนธรรม สนับสนุนการอนุรักษ์เพื่อพัฒนา เผยแพร่เพื่อการศึกษาของสาธารณชน " ดังนั้น ทางมูลนิธิฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากท่านผู้มาเข้าชมได้รับสาระความรู้จากเว็บไซต์ของมูลนิธิฯ หรือหากต้องการนำข้อมูลหรือรูปภาพที่ได้จากเว็บไซต์นี้ไปใช้ประโยชน์เพื่องานด้านวิชาการ กรุณาแจ้งมาที่ webmaster ทางอีเมล์ หรือตามที่อยู่ด้านล่างนี้

ติดต่อมูลนิธิฯ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
ทาง E-mail: lek_prapai@yahoo.com โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘-๙ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
เว็บมาสเตอร์ : อนุสรณ์ โพธิ์แก่นแก้ว
แนะนำ ติ-ชม หรือหากคุณมีข่าวสารที่น่าสนใจต้องการนำเสนอ E-mail มาที่ webmaster@lek-prapai.org