|
ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา สิทธิชุมชนเป็นเรื่องที่ถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง ซึ่งหากลองมองย้อนกลับไป คำว่า สิทธิชุมชน น่าจะเป็นผลพวงจากการเกิดขึ้นของรัฐชาติ ที่รัฐเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการวางนโยบายและวางแนวทางในการพัฒนาประเทศ
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : สิทธิชุมชน จึงเกิดขึ้นมาภายใต้บริบทของการเรียกร้องจากภาคประชาชน เพื่อร้องขอสิทธิในการเข้ามามีส่วนร่วมจัดการทรัพยากรธรรมชาติด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น แทนการเข้ามาควบคุมและจัดการโดยอำนาจรัฐ เนื่องจากที่ผ่านมาโครงการพัฒนาต่างๆ ของรัฐมักไม่สอดคล้องและสร้างความเสียหายต่อวิถีชีวิตชุมชน จนทำให้เกิดรอยแยกทางความคิด ระหว่างความเชื่อเรื่องอำนาจการจัดการแบบสมัยใหม่ของรัฐ และอำนาจการจัดการด้วยวิถีชุมชน
ตัวอย่างล่าสุดที่สะท้อนถึงการดำรงอยู่ของปัญหานี้ก็คือ กรณีที่นายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ได้แถลงนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ประกาศเดินหน้าโครงการผันน้ำลอดอุโมงค์จากแม่น้ำโขง เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในภาคอีสาน
รศ. ศรีศักร วัลลิโภดม นักโบราณคดีและผู้เชี่ยวชาญด้านองค์ความรู้เรื่องการจัดการน้ำ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ อธิบายว่า แท้จริงแล้วปัญหาน้ำที่สำคัญที่สุดในภาคอีสาน ไม่ใช่ปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำ แต่เป็นปัญหาด้านการจัดการน้ำ ดังนั้นถึงแม้จะมีการผันน้ำเข้ามามากมายแค่ไหน แต่หากไม่ควบคุมการผลิตหรืออุตสาหกรรม ไม่มีการจัดสรรหรือจัดการน้ำที่ถูกต้อง ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในภาคอีสานได้
ทั้งนี้ ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากนโยบายการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวหอมมะลิ ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยวชนิดหนึ่งที่เป็นสินค้าส่งออกขึ้นชื่อของประเทศไทย เมื่อข้าวหอมมะลิเป็นพืชเศรษฐกิจ ก็ต้องมีการผลิตจำนวนมากเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ การทำนานอกฤดูกาลปีหนึ่งอย่างน้อยสองครั้งหรือเกือบตลอดทั้งปี ซึ่งจำเป็นต้องใช้น้ำจำนวนมหาศาลเพื่อการเพาะปลูก
นักโบราณคดีและผู้เชี่ยวชาญด้านองค์ความรู้เรื่องการจัดการน้ำ มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ เล่าถึงความเป็นมาของโครงการผันน้ำดังกล่าวว่า เดิมทีองค์การสหประชาชาติเคยริเริ่มโครงการผันน้ำลักษณะแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ภายใต้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ' แม่โขงโปรเจค ' แต่โครงการดังกล่าวไม่ได้รับความเห็นชอบจากประเทศสมาชิก เนื่องจากเล็งเห็นถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศน์ลุ่มน้ำโขง และมีความเห็นร่วมกันว่าโครงการดังกล่าวไม่ใช่แนวทางการจัดการน้ำที่ถูกต้อง หากรัฐบาลของประเทศไทยยังใช้อำนาจที่มีอยู่ผลักดันโครงการผันน้ำลอดอุโมงค์จากแม่น้ำโขง นั่นอาจนำมาสู่ข้อพิพาทระหว่างประเทศ เนื่องจากแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำนานาชาติ ไหลผ่านทั้งประเทศจีน พม่า ไทย ลาว กัมพูชา และไหลลงทะเลจีนใต้ที่ประเทศเวียดนาม ดังนั้นทุกประเทศแทบลุ่มน้ำโขง ล้วนแล้วแต่มีสิทธิในการใช้และจัดการทรัพยากรน้ำร่วมกัน
รศ. ศรีศักร ขยายความต่อว่า ปกติน้ำในแม่น้ำโขงช่วงฤดูแล้งมีปริมาณน้ำน้อยอยู่แล้ว โดยลดลงต่ำกว่าตลิ่งถึง 20 เมตร ส่วนฤดูน้ำท่วม น้ำก็จะเอ่อขึ้นมาจนล้นตลิ่ง ดังนั้น หากประเทศไทยผันน้ำมาใช้ในฤดูแล้ง ย่อมส่งผลกระทบต่อการใช้สอยทรัพยากรน้ำของลาวด้วยเช่นกัน ดังนั้น รัฐบาลจึงควรเปิดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน ทบทวนและรับเอาชุดความรู้ด้านการจัดการน้ำท้องถิ่นมาปรับใช้ต่อการวางนโยบายของรัฐ ถึงจะเรียกว่าเป็นการใช้อำนาจรัฐอย่างถูกต้องและมีธรรมาภิบาล
หากรัฐมีวิธีที่ดี ต้องกระตุ้นให้ชาวบ้านพูดออกมาโดยปราศจากความกลัว รศ. ศรีศักร กล่าว
จากการสำรวจพบว่า รากฐานของชุมชนในสังคมไทย ดำรงอยู่ด้วยการพึ่งพาตนเองเป็นหลัก โดยอิงอยู่กับฐานทรัพยากรธรรมชาติที่ชุมชนตั้งอยู่ ดังนั้นวิถีชีวิตและธรรมเนียมปฏิบัติของคนในชุมชนจึงมีความสอดคล้องและสัมพันธ์กับทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อทำให้ธรรมเนียมปฏิบัติดังกล่าว ดำเนินสืบทอดต่อไปได้ ชุมชนโบราณจึงได้ยึดโยงมิติความสัมพันธ์ด้านความเชื่อเรื่องการนับถือผีเข้ากับวิถีชีวิตของคนในชุมชน ซึ่งมีความแตกต่างกันตามแต่ละพื้นที่
" การยอมรับตามสิ่งที่สืบต่อกันมา นั่นคือการแสดงออกต่ออำนาจที่คุณต้องเคารพ ซึ่งเป็นอำนาจเหนือธรรมชาติ อำนาจเหนือธรรมชาติที่เด่นชัดบริเวณต้นน้ำ คือ ผีต้นน้ำ ตำนานต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก็เพื่อควบคุมความประพฤติของประชาชนเกี่ยวกับการจัดการน้ำ ไม่มีใครรู้การกระจายน้ำได้ดีเท่าท้องถิ่นตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ซึ่งท้องถิ่นต้องร่วมมือกันทำตามกติกา การจัดการโดยไม่เข้าใจเป็นการทำลาย วัฒนธรรมดั้งเดิมจึงถูกทำลายหมด" รศ. ศรีศักร ย้ำ
จากคำกล่าวข้างต้น ชี้ให้เห็นว่าความเชื่อเรื่องผี เทพเจ้า หรือแม้แต่ตำนานต่างๆ ที่บอกเล่าสืบต่อกันมาตามแต่ละท้องถิ่นนั้น เป็นอำนาจเหนือธรรมชาติที่เข้ามาเกี่ยวโยงกับระบบการจัดการน้ำของชุมชน อำนาจเหนือธรรมชาติทำให้แหล่งน้ำมีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพและยำเกรงของชาวบ้าน อำนาจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อนี้นำมาสู่การรักษาและการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า นอกจากนี้ ความเชื่อเรื่องอำนาจเหนือธรรมชาติเพื่อการจัดการน้ำไม่ได้ปรากฏเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น แต่กลับเป็นความเชื่อของคนทั่วอุษาคเนย์ ซึ่งหากอ้างอิงตามแผนที่ก็ครอบคลุมทั้งในประเทศพม่า ไทย ลาว เวียดนามและกัมพูชา
การจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและถือเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ความสำคัญกับความรู้ของชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
|