เมืองโบราณ
พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
วารสารเมืองโบราณ
สารคดีดอตคอม
วิทยาลัยการจัดการทางสังคม
แสดงความคิดเห็นผ่านสมุดเยี่ยมชม

ดรรชนีบทความ
อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม

เอกสารประกอบงานเสวนาเรื่อง "ประสบการณ์จากท้องถิ่น ๑ ทศวรรษ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจันเสน"

วันที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑
ณ วัดจันเสน อ. ตาคลี จ. นครสวรรค์
 
ท่านพระครูวินิฐธรรมขันธ์ เจ้าอาวาสวัดจันเสน “ การสร้างพื้นที่ทางศีลธรรม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจของวัดจันเสนให้มีความหมายมากกว่าพื้นที่ทางพิธีกรรม ”
 
อาจารย์รุจิรา เชาว์ธรรม โรงเรียนจันเสนเอ็งสุวรรณอนุสรณ์ “ การฟื้นพลังทางสังคมและการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ ”
 
อาจารย์นารัตน์ ทองแท้ โรงเรียนวัดจันเสน “ กระบวนการเรียนรู้นอกโรงเรียนของเยาวชนในท้องถิ่น ”
 
ดร.สุภาวรรณ วงศ์คำจันทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค“ กิจกรรมใหญ่ๆในท้องถิ่นเล็กๆ : มุมมองจากภายนอก ”
 
นางสาวมณีรัตน์ แก้วศรี ตัวแทนยุวมัคคุเทศก์ “ มองอนาคตพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจันเสนผ่านสายตาคนรุ่นใหม่ ”

 

 

การสร้างพื้นที่ทางศีลธรรม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจของวัดจันเสนให้มีความหมายมากกว่าพื้นที่ทางพิธีกรรม

 
 


พระครูนิวิฐธรรมขันธ์

เจ้าอาวาสวัดจันเสน

 

หลวงพ่อโอด : ความศรัทธาและพื้นที่ทางพิธีกรรม

วัดจันเสนในยุคที่หลวงพ่อโอดเป็นเจ้าอาวาส หลวงพ่อเป็นที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสจากชาวบ้าน เป็นพระที่นั่งอยู่ในใจของชาวบ้าน ไม่ว่าชาวบ้านจะมีทุกข์ร้อนเรื่องใดจะเข้ามานมัสการปรึกษาหลวงพ่อโอดเกือบจะทุกครั้งเพื่อความมั่นใจ แม้แต่จะปรับเปลี่ยนอาชีพหน้าที่การงาน ก็จะมาปรึกษา รวมทั้งปัญหาภายในครอบครัวสามีภรรยาไม่ค่อยจะลงลอยกันก็มาหาหลวงพ่อโอด หลวงพ่อก็จะแนะนำชี้ทางแก้ปัญหาให้จนหันกลับมาเข้าใจกันดังเดิม

ด้วยความที่ชาวบ้านศรัทธาในหลวงพ่อโอด พอหลวงพ่อได้ดำริ โครงการปรับปรุงพัฒนาวัดให้เจริญขึ้นจึงได้รับการร่วมมือจากชาวบ้านเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะสร้างอุโบสถแทนหลังเก่า สร้างศาลา กุฏิสงฆ์ โรงเรียน พัฒนาทำความสะอาดบึงโบราณจันเสนหรือการจัดงานรักษาประเพณีท้องถิ่นทุกครั้งจะสำเร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว ในด้านการศาสนา ประเพณี จะสอนคนให้มีศีลธรรม ขยัน อดทน ประหยัด พึ่งพาตนเองมีการเสียสละเพื่อส่วนรวม เมตตาสามัคคี ได้ฟื้นฟูประเพณีท้องถิ่น เช่น งานทำบุญเข้าพรรษา ตรุษสารท ประเพณีตักบาตรเทโว ประเพณีงานลอยกระทง งานปิดทองพระ ได้จัดสำนักวิปัสสนากรรมฐาน ส่งเสริมชักชวนให้พระภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา ได้ปฏิบัติ ส่งเสริมให้พระภิกษุสามเณรเข้ามาบวชอยู่จำพรรษา ได้มีการศึกษาอบรมพระปริยัติธรรมโดยลำดับ จันเสนในยุคหลวงพ่อโอดประชาชนส่วนมาก การค้าขายอยู่ในท้องถิ่นมีผู้คนหนาแน่น จึงดูมีความเข้มแข็งพร้อมเพรียงกันดีต่อมาเส้นทางคมนาคมเริ่มติดต่อภายนอกได้สะดวก ชาวบ้านที่เคยเข้ามาจับจ่ายซื้อขายสิงค้ายังตลาดจันเสนเริ่มลดจำนวนลงโดยลำดับ โรงสีที่เป็นแหล่งซื้อข้าวขนาดใหญ่ก็ยุบเลิกกิจการลง เกิดผลกระทบกับอาชีพการค้าและชาวนา ประชาชนอยู่ในวัยทำงานเริ่มออกไปหางานทำต่างท้องถิ่น บ้านวัดและตลาดเริ่มเงียบลง

หลวงพ่อโอดก่อนจะมรณภาพได้ดำริ โครงการสร้างพระมหาธาตุเจดีย์และพิพิธภัณฑ์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐานพระนาคปรก ชั้นล่างจัดเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้บูชาเป็นที่พึ่งทางใจและเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ แต่โครงการหลวงพ่อยังไม่ได้เห็นเป็นรูปธรรม หลวงพ่อได้มรณภาพไปก่อน แต่ก่อนที่จะมรณภาพหลวงพ่อได้พูดฝากโครงการการสร้างพระมหาธาตุไว้กับอาตมาภาพให้ทำหน้าที่สืบสานโครงการต่อ ซึ่งอาตมาภาพก็ได้รับไว้ เพื่อให้หลวงพ่อสบายใจ ทั้งที่ไม่มั่นใจว่าจะทำได้ เพราะมองเห็นว่าต้องใช้งบประมาณมาก หลังจากหลวงพ่อได้มรณภาพไปแล้ว อาตมาภาพได้ตั้งคณะกรรมการทั้งภายในและภายนอกพื้นที่เพื่อดำเนินการสร้างพระมาหาธาตุเจดีย์ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวขึ้น

ด้วยความที่ทุกคนมีใจที่เป็นกุศล งานก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ ได้สำเร็จด้วยการใช้เวลาไม่นานเกินไปทุกอย่างได้รับการสนับสนุนจากศิษยานุศิษย์หลวงพ่อโอดและผู้ศรัทธามองเห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากฝ่ายผู้ออกแบบและผู้จัดแสดงเนื้อหาทางวิชาการ ปี ๒๕๔๒ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและทรงเปิดพิพิธภัณฑ์จันเสนอย่างเป็นทางการ

 

ความอยู่รอดของพิพิธภัณฑ์จันเสน : การปรับเปลี่ยนพื้นที่ทางพิธีกรรมสู่กิจกรรมสาธารณะ

พอพิธีกรรมการเปิดพิพิธภัณฑ์จันเสนผ่านไป ได้คิดถึงความอยู่รอด และการอยู่ได้อย่างยั่งยืน ชุมชนจันเสนมองเห็นความสำคัญ และการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นเรื่องที่ต้องขบคิดอยู่มากพอสมควรในฐานะที่อาตมาภาพเป็นผู้รับผิดชอบมาแต่ต้นจึงได้ปรึกษาจากผู้มีประสบการณ์และได้รับการเสนอแนะให้บริหารในรูปคณะกรรมการ จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งประกอบด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครู ชาวบ้าน และ อบต. เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการและมีการเชื่อมโยงแหล่งความรู้ยังส่วนกลางด้วยการส่งตัวแทนศึกษาดูงานเพื่อนำประสบการณ์มาปรับปรุงตามความสามารถและเหมาะสมตามสภาพท้องถิ่น ภายใต้การดูแลอยู่เบื้องหลังของเจ้าอาวาส

 

การปลูกจิตสำนึก และความมีส่วนร่วม และการสร้างกิจกรรมหลากหลายในชุมชนโดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง

ผลงานของคณะกรรมการได้จัดตั้งอาสายุวมัคคุเทศก์ ด้วยการเน้นเยาวชนภายในชุมชนเป็นลำดับแรก ให้ได้รับการอบรมจากวิทยากรที่มีประสบการณ์เพื่อทำหน้าที่ให้การบริการนำแขกเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ซึ่งได้รับการชมจากแขกผู้เข้าชมทำให้เกิดกำลังใจและได้พัฒนาปรับปรุงขึ้นเป็นลำดับ จนมีเครือข่ายอาสายุวมัคคุเทศก์เพิ่มขึ้นทุกปี

ได้จัดตั้งกลุ่มทอผ้าด้วยกี่กระตุกเพื่อส่งเสริมอาชีพแม่บ้านให้มีรายได้เสริม จัดตั้งชมรมเรารักษ์จันเสนเพื่อปลูกจิตสำนึก มีกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่น การละเล่นพื้นบ้าน การออกซุ้มอาหาร การสาธิตทำขนมไทยๆ เพื่อพัฒนาฝีมือ ความสะอาดถูกสุขอนามัยและเพื่อความสามัคคี มีกลุ่มขนมของฝากพิพิธภัณฑ์จันเสน ร้านค้าชุมชน การจัดแหล่งเรียนรู้ มีห้องสมุด ลานธรรม ลานใจ ลานกีฬา ได้จัดวัสดุอุปกรณ์ สถานที่สร้างห้องประชุมกลุ่มผู้สูงอายุและสถานที่ออกกำลังกาย ได้จัดบริเวณปริมณฑลพระมหาธาตุและบริเวณวัดให้มีความสะอาดร่มรื่นเป็นระบบระเบียบไว้เป็นที่รองรับผู้ที่มาวัดและเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์

ชุมชนมีความภาคภูมิใจว่ามีของดีอยู่ในจันเสน ทำให้เกิดการตื่นตัวที่จะปรับปรุงพัฒนาท้องถิ่นให้น่าอยู่หน้าอาศัย ถูกสุขอนามัยและเป็นแหล่งศึกษาดูงาน ของชุมชนอื่น สถานศึกษาทั้งระดับประถมและอุดมศึกษา ช่วยให้ชุมชนอื่นมีการตื่นตัวที่จะรักษาของดีในท้องถิ่นและพัฒนาชุมชนของตน ให้ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากกรมอนามัยว่าเป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ ได้จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์สหยูเนี่ยนเพื่อชักชวนให้ประชาชนรู้จักออมเงิน ซึ่งงานกำลังดำเนินไปด้วยดี

ปัจจุบัน วัดจันเสนได้รับการยกย่องว่าเป็นวัดพัฒนาต้นแบบ วัดพัฒนาตัวอย่าง อุทยานการศึกษาในวัด จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วัดพัฒนา ๕ ส. จากทางจังหวัดนครสวรรค์ในปีเดียวกัน



 

 


 

   
ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อบทความนี้

 

 

 

 

 

 



เว็บไซต์ของมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์จัดทำขึ้น เพื่อเผยแพร่การดำเนินงาน ข่าวสาร ข้อมูลของมูลนิธิฯ บทความ จดหมายข่าว พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น กิจกรรม ตลอดจนความรู้ทางสังคมและวัฒนธรรม โดยมีคำจำกัดความกิจกรรมของมูลนิธิฯ ว่า " รวบรวม บันทึก ศึกษา ข้อมูลทางวัฒนธรรม สนับสนุนการอนุรักษ์เพื่อพัฒนา เผยแพร่เพื่อการศึกษาของสาธารณชน " ดังนั้น ทางมูลนิธิฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากท่านผู้มาเข้าชมได้รับสาระความรู้จากเว็บไซต์ของมูลนิธิฯ หรือหากต้องการนำข้อมูลหรือรูปภาพที่ได้จากเว็บไซต์นี้ไปใช้ประโยชน์เพื่องานด้านวิชาการ กรุณาแจ้งมาที่ webmasterทางอีเมล์ หรือตามที่อยู่ด้านล่างนี้

ติดต่อมูลนิธิฯ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
ทาง E-mail: lek_prapai@yahoo.com โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘-๙ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
เว็บมาสเตอร์ : อนุสรณ์ โพธิ์แก่นแก้ว