อาจารย์นารัตน์ ทองแท้
โรงเรียนวัดจันเสน
คณะกรรมการพิพิธภัณฑ์จันเสน
ชุมชนจันเสน มีทรัพยากรที่เป็นแหล่งเรียนรู้ ที่มีคุณค่ามาก เช่น วัดจันเสน เมืองโบราณจันเสน พิพิธภัณฑ์จันเสน บึงจันเสน หอสมุดประชาชน ประวัติความเป็นมาและวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชนจันเสน ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรมประเพณี และด้านภูมิปัญญาชาวบ้าน ด้วยเหตุนี้ จึงมีกลุ่มที่สนใจ ที่เข้ามาศึกษาเรียนรู้ เป็นจำนวนมาก เช่น
กลุ่มนักเรียนในชุมชนจันเสน (ทั้งจากโรงเรียนวัดจันเสนและโรงเรียนจันเสนเอ็งสุวรรณอนุสรณ์) ใช้พิพิธภัณฑ์จันเสน เมืองโบราณ เป็นแหล่งเรียนรู้ คือทำการศึกษาจากสถานที่จริง โดยมีวิทยากรผู้รู้หรือปราชญ์ชาวบ้านเป็นผู้ให้ข้อมูล พร้อมกันนั้นยังทำการศึกษาค้นคว้าต่อในพิพิธภัณฑ์จันเสน พื้นที่ที่มีการจัดแสดงเรื่องราวอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เห็นการพัฒนาบ้านเมือง รวมทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม การดำการเนินชีวิตของคนในแต่ละยุค ที่เด่นชัด เห็นความเจริญสูงสุดในยุคทวาราวดี และเห็นการพัฒนาการต่อมามาจนถึงยุคปัจจุบัน โดยมีข้อมูลเขียนบรรยาย ความรู้ หรือมียุวมัคคุเทศก์ เป็นผู้บรรยายให้ความรู้ ไม่เพียงแต่พิพิธภัณฑ์และเมืองโบราณเท่านั้นที่หอสมุดประชาชนสยามบรมราชกุมารี ยังเป็นแหล่งรวบหนังสือ และการสืบค้นจาก Internet โดยมียุวบรรณารักษ์คอยให้คำแนะนำอีกด้วย
การเรียนรู้นอกโรงเรียน เป็นลักษณะที่ครูเป็นผู้พามา หรือมากันเองเป็นกลุ่ม การมาเรียนรู้ เป็นลักษณะที่กลุ่มสนใจด้วย การวางแผนงานเพื่อให้ได้องค์ความรู้ตามที่ต้องการ เด็กจะได้ทักษะกระบวนการกลุ่ม การวางแผนงานแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ เพื่อให้ได้ข้อมูล นำมาสรุป
วิเคราะห์ ให้เป็นองค์ความรู้ เป็นการพัฒนาศักยภาพของเด็กเยาวชน ให้เห็นวิธีการเรียนรู้ ที่จะได้ความรู้ มีหลากหลายรูปแบบ และเป็นการฝึกการเรียนรู้ด้วยตนเอง จากสถานที่ หรือสิ่งต่างๆที่อยู่ รอบตัว ทำให้เป็นคน ใฝ่รู้ใฝ่เรียน และได้ ฝึกเด็ก/ เยาวชน ให้เห็นความสำคัญของการศึกษานำไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ผลที่ตามมาจากการจัดการข้างต้น ทำให้กลุ่มเยาวชนในท้องถิ่นได้ใช้กระบวนการเรียนรู้นอกโรงเรียน เป็นการพัฒนาศักยภาพ รู้บทบาทหน้าที่เห็นความสำคัญของการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นได้ทุกเวลา และสถานที่ มิใช่จำกัดต้องอยู่ในโรงเรียนเท่านั้นแหล่งเรียนรู้ในชุมชนมีประโยชน์ ต่อการพัฒนาด้านการเรียนรู้ของเยาวชน
กลุ่มเยาวชนใช้กระบวนการเรียนรู้นอกโรงเรียน เรียนรู้ร่วมกับโครงการวิถีชีวิตชุมชนจันเสน กับครู ภูมิปัญญาไทย (พระครูนิวิฐธรรมขันธ์)
กลุ่มเยาวชน ใช้ กระบวนการเรียนรู้นอกโรงเรียน เรียนรู้ร่วม กับโครงการวิถีชีวิตชุมชนจันเสน มีฐานการเรียนรู้ 7 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมลานธรรมลานใจ, กิจกรรมทางศาสนา (ตักบาตรเทโว และเทศน์มหาชาติ) , กิจกรรมอาหารคาวหวาน พื้นบ้านและประเพณีไทย , การทำบุญตักบาตรและกิจกรรมสืบสานประเพณีลอยกระทง , กิจกรรม ผ้าทอมือไทยสายใยจันเสน , กิจกรรมเที่ยวเมืองโบราณ ชมพิพิธภัณฑ์จันเสน และกิจกรรมศึกษาภูมิทัศน์วัดจันเสน / ต้นไม้พูดได้
การจัดกิจกรรมต่างๆเหล่านี้เน้นให้เยาวชนได้ฝึกปฏิบัติตามขั้นตอนจริงโดยแต่ละกิจกรรม ล้วนเป็นพื้นฐานในการนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ทั้งด้านการปฏิบัติธรรม ด้านศิลปวัฒนธรรมประเพณี และงานบุญ พร้อมกันนั้นเยาวชนยังสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข กิจกรรมที่มีในชุมชนล้วนทำให้เยาวชนได้เห็นแบบอย่างในการร่วมมือจากหลายๆฝ่ายในชุมชน เห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ในชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างจิตสำนึกในการรักถิ่นฐานบ้านเกิด การได้ทำงานด้วยความเสียสละ เพื่อชุมชน และร่วมกันสืบสานต่อสิ่งที่ดีงามเหล่านี้ให้อยู่คู่กับชุมชนจันเสนตลอดไป
กลุ่มเยาวชน ใช้กระบวนการเรียนรู้นอกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการต่างๆกับทางหน่วยงานราชการ วัด และชาวบ้าน กลุ่มเยาวชน เห็นการทำงานที่เกิดจากการร่วมกันคิด หาแนวทางในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน และร่วมกันทำให้ปัญหาลดน้อยลง โดยอาศัยการประสานงานและและความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อให้งานสำเร็จ จากตัวอย่างที่เห็นเช่น โครงการ บึงจันเสนน้ำใส ร่วมใจถวายองค์ราชินี งบประมาณสนับสนุนจากธนาคารกสิกรไทย โครงการที่มหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์ โดยนำนักศึกษา มาเรียนรู้เรื่องบึงจันเสน การสำรวจเส้นทางน้ำจากคลองชลประทานสู่บึงจันเสน และ โครงการพัฒนาสิ่งแวดล้อมชุมชนจันเสน พัฒนาที่ บึงจันเสนและคูน้ำรอบเมืองโบราณจันเสน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานสิ่งแวดล้อม ภาคที่ 4 นครสวรรค์ โดยใช้ทักษะกระบวนการทำงานแบบการมีส่วนร่วม
เยาวชนได้เข้าร่วมโดยมีกระบวนการเรียนรู้ คือได้เรียนรู้แนวทางในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน และร่วมกันคิดร่วมกันทำ ในการแก้ปัญหา น้ำในบึงจันเสนเสีย ปัจจัยต่างๆที่ทำให้น้ำเสีย ร่วมกันสรุปวิเคราะห์ เยาวชน เรียนรู้ร่วม กับพระ ผู้นำชุมชน และชาวบ้านเรื่องการ บำบัดน้ำเสียในบึงจันเสนโดยใช้นำหมักชีวภาพ เยาวชนมีส่วนร่วม ในการเรียนรู้ทุกขั้นตอนของกระบวนการทำน้ำหมักชีวภาพ จนถึงการนำหมักชีวภาพไปบำบัดน้ำเสียในบึงจันเสน และการนำพืชนำมาช่วยรักษาคุณภาพน้ำ ช่วยให้น้ำในบึงจันเสน ดีขึ้นในระดับหนึ่ง ไม่เพียงเท่านั้นเยาวชนยังได้เรียนรู้ ทักษะการทำงานแบบการมีส่วนร่วม ระบบการทำงานที่ต่อเนื่องและการบูรณาการ แต่ละหน่วยงานให้ประสานความร่วมมือในการทำงานร่วมกันได้ โดยยึดความต้องการของคนในชุมชนเป็นหลัก และผลประโยชน์เกิดแก่คนในชุมชน
ผลที่ได้รับตามมา คือ ชาวบ้าน (นายเนียม แสงสว่าง และสมาชิกกลุ่มปุ๋ยหมักชีวภาพ) นำความรู้ ที่ได้รับสามารถกลับไปขยายผลต่อ ทำให้เกิดกลุ่มปุ๋ยหมักชีวภาพขึ้นใช้การด้านการเกษตร ของชาวบ้าน เพื่อลดปริมาณการใช้สารเดมี ที่มีผลเสียต่อดิน และน้ำในชุมชน ทำให้เราได้บริโภคผักที่ปลอดสารพิษ อีกทางหนึ่งนั้น พระของวัดจันเสน ( พระชำนาญ) ได้ศึกษาหาความรู้เพิ่ม พัฒนามาเป็นน้ำพืชสมุนไพร ในส่วนของเยาวชนที่ได้เข้าร่วมเรียนรู้ด้วยไปขยายผลงานต่อกับเพื่อนในโรงเรียน และเรียนรู้ทักษะกระบวนการทำงานแบบการมีส่วนร่วมที่เกิดจากการร่วมกันคิด หาแนวทางในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน และร่วมกันทำให้ปัญหาลดน้อยลง โดยอาศัยการประสานงานและความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อให้งานสำเร็จ ซึ่งตัวอย่างที่เกิดจากการปฏิบัติจริงดังกล่าว ได้ช่วยสร้างคุณธรรมด้านการมีจิตสำนึก ในการรักถิ่นบ้านเกิดและมีใจที่ต้องการเห็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของชุมชน
เยาวชนกับกระบวนการเรียนรู้นอกโรงเรียน
การศึกษาค้นคว้าทั้งประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาชาวบ้าน แหล่งเรียนรู้ชุมชนจันเสนสามารถซึมซับ และปลูกจิตสำนึกเยาวชนในท้องถิ่นให้หวงแหนในสิ่งที่บรรพบุรุษได้สร้างไว้ รวมทั้งยังเป็นมรดกตกทอดถึงรุ่นลูกรุ่นหลานได้เรียนรู้ วิสัยทัศน์ที่ยาวไกลของพระครูนิสัยจริยคุณ(หลวงพ่อโอด) และพระครูนิวิฐธรรมขันธ์ (หลวงพ่อเจริญ)ที่มีความตั้งใจที่จัดทำให้พิพิธภัณฑ์จันเสน และสถานที่สำคัญต่างๆในชุมชนจันเสนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้นอกโรงเรียนเพื่อความเข้าใจในท้องถิ่นและชุมชนของตนเองอย่างแท้จริง
|