ปาตานี... ประวัติศาสตร์และการเมืองในโลกมลายู
(Patani : History and Politics in Malay World)
หนังสือที่กำลังจะออกใหม่ ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๐ นี้ สำหรับนักประวัติศาสตร์ นักการเมือง ที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของอาณาจักรเก่าแก่ที่ชื่อว่า "ราชอาณาจักรลังกาสุกะ" ความเป็นมาของราชอาณาจักรมลายูปาตานี หรือปาตานีดารุสสาลาม ต้นเหตุของความขัดแย้งระหว่างรัฐสยาม(ไทย)กับรัฐมลายูปาตานี จนเกิดสงครามต่อเนื่องกันมาเป็นเวลากว่าร้อยปี ลงเอยด้วยการที่ปาตานี ตกเป็นประเทศราช และถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรสยาม
การทำสัญญาแบ่งเขตแดนระหว่างสยามกับอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ. 1909 ทำให้เกิดองค์การต่อต้านอำนาจรัฐสยามที่เรียกว่า Gampar แล้วพัฒนามาเป็น บี เอ็น พีพี , บีอาร เอ็น , พูโล , มูจาฮิดดีน , เบอรืซาตู , และกลุ่มเปอรมุดา ที่กำลังขับเคี่ยวกับตำรวจทหารใน ๓ จังหวัดภาคใต้ในขณะนี้
เรื่องราวในอดีตที่ไม่มีใครพูดถึง คือบทบาทของนักการเมืองในรุ่นก่อน เช่น เจ๊ะอับดุลลา หลังปูเต๊ะ คุณ อดุลย์ ภูมิณรงค์ คุณ อดุลย์ ณ สายบุรี รวมทั้งบทบาทของผู้นำศาสนาต่อปัญหาภาคใต้ เช่น แซะห์อัฮหมัด , บินวันมูฮัมหมัดเซ็น, อัลฟาตอนี, หะยีสุหลง, โต๊ะมีนา, นาย แช่ม พรหมยงค์ จุฬาราชมนตรี
ในหนังสือยังบันทึก เหตุการณ์สำคัญในอดีตที่เยาวชนรุ่นใหม่น่าจะรับรู้ว่ามีปัจจัยอันใดที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นั้นๆ รวมทั้งเหตุการณ์ความรุนแรงที่ถูกบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ที่จะต้องจดจำเป็นบทเรียน เช่น กรณีหะยีสุหลง กรณีกบฏดุซงญอ การประท้วงขอความเป็นธรรมที่ปัตตานี เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๘ การประท้วงที่มัสยิดกรือเซะของหมอดิง การปล้นปืนทหาร การหายตัวไปของคุณ สมชาย นีละไพจิตร การลอบสังหารผู้นำศาสนา จนเป็นเหตุของการอพยพลี้ภัยของชาวมลายูมุสลิมไปยังประเทศเพื่อนบ้านกลายเป็นปัญหานานาชาติ การสังหารหมู่ที่มัสยิดกรือเซะ เหตุการณ์ประท้วงที่ตากใบจนเป็นโศกนาฎกรรมตายหมู่ ๘๗ ศพ และในสถานการณ์ต่างๆนั้น ทางรัฐไทยได้บริหารจัดการกับความขัดแย้ง โดยใช้การเมือง การทหาร อย่างไร ? โดยเฉพาะนโยบายแก้ไขปัญหาของรัฐบาลทักษิณ จนถึงรัฐบาลปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นบทเรียนในการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดซ้ำขึ้นอีกในอนาคต
ในภาคสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ได้นำเอาบทความของหัวหน้าเบอร์ซาตู(ฟาเดร์ เจ๊ะมาน) เกี่ยวกับการพัฒนาการของการต่อสุ้ของชาวมลายูมุสลิมตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ความจริงเกี่ยวกับคดีเจไอ คำปราศรัยของอดีตวุฒิสมาชิกในปัญหาชายแดนภาคใต้ และจบลงด้วยแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของนักวิชาการ
เป็นหนังสือขนาดพ๊อกเกตบุคส์ มีภาพในอดีต เป็นภาพประกอบ ๔ สี และขาวดำประมาณ ๕๐ ภาพ ประมาณ ๖๐๐ หน้า ราคาขายปลีก เล่มละ ๓๘๐ บาท (โปรดดูตัวอย่างปกที่แนบมา)
หนังสือเล่มนี้ รวบรวม และเรียบเรียง เป็นภาษาไทย โดย อารีฟิน บินจิ , อุสตาด ซูฮัยมีย์ อิสมาแอล และอาจารย์ อับดุลเลาะห์ ลออแมน ( ผู้ล่วงลับไปก่อนที่หนังสือจะพิมพ์เสร็จ) ถือเป็นหนังสือเล่มสุดท้ายของท่านอับดุลเลาะห์ ที่นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นรู้จักท่านในนามว่า อ.บางนรา และเป็นหนังสือที่สะท้อนความรู้สึก นึกคิด สติปัญหา และความเชื่อ ของคนในท้องถิ่นชายแดนภาคใต้ และได้รวบรวมข้อมุลที่ได้มาจากข้อเขียนของคนมลายูทั้งในและต่างประเทศ (เป็นส่วนใหญ่) จึงได้ชื่อหนังสือว่า "ปาตานี ประวัติศาสตร์และการเมืองในโลกมลายู" ( หรืออาจจะขยายความว่า เป็น ประวัติศาสตร์และการเมืองในโลกทัศน์ของคนมลายูก็ว่าได้)
จึงเชือว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นเสมือนคู่มือหรือตำราทางประวัติศาสตร์ อีกเล่มหนึ่งที่นักประวัติศาสตร์ นักการเมือง นักการทหาร นักพัฒนาสังคม นักโบราณคดี และนักศึกษาจะต้องมีไว้ใช้ศึกษาเรียนรู้ และเก็บไว้ในตู้หนังสือเป็นมรดกให้ลูกหลานเหลนโหลนต่อๆไป อารีฟิน
๔/๑๑/๒๐๐๗
|