ผีกับพุทธ ศาสนาและความเชื่อในสังคมชายขอบลุ่มน้ำหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย |
![]() ![]() |
| บริเวณลุ่มน้ำหมันเป็นท้องถิ่นที่เกิดเมืองประวัติศาสตร์ด่านซ้ายขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๒๒ เพราะเป็นบริเวณดินแดนระหว่างกรุงศรีสัตนาคนหุตกับกรุงศรีอยุธยา ตำแหน่งของเมืองตั้งอยู่บริเวณต้นลำน้ำหมันที่สัมพันธ์กับสันปันน้ำที่แบ่งลำน้ำป่าสักซึ่งไหลลงสู่ที่ราบภาคกลางและลำน้ำหมันที่ไหลขึ้นไปสู่ลำน้ำเหืองอันเป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำโขง ด่านซ้ายเป็นเมืองด่านเพราะตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคมจากหลวงพระบางมายังลำน้ำเหืองและลำน้ำหมันก่อนที่จะข้ามเขาไปยังหล่มสัก เพชรบูรณ์ และนครไทย พิษณุโลก พื้นที่สองฝั่งน้ำเป็นหุบเขาที่มีเทือกเขาขนาบทั้งสองด้าน มีพื้นที่ลุ่มเหมาะแก่การปลูกข้าวจึงเกิดชุมชนหมู่บ้านขนาดเล็กๆ โดยทั่วไปชีวิตวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นด่านซ้ายในลุ่มน้ำหมัน เป็นสังคมเรียบง่ายและผู้คนส่วนใหญ่รู้จักกันหมด เป็นสังคมที่มีดุลยภาพทั้งมิติทางวัตถุและจิตวิญญาณ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมเป็นไปอย่างช้า เพราะอิทธิพลทางเศรษฐกิจการเมืองจากภายนอกไม่เข้ามามาก ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนจากภายนอกมองผ่านไปลงทุนทางเศรษฐกิจในที่อื่น เช่น ในเขตอำเภอภูเรือ อัตลักษณ์ที่สำคัญของด่านซ้ายและลุ่มน้ำหมัน คือ การจัดการน้ำเพื่อการเกษตร เป็นระบบของการใช้พัดหรือระหัดที่ตั้งอยู่กลางกระแสน้ำในลำน้ำหมัน สะท้อนให้เห็นภูมิปัญญาในการนำน้ำขึ้นไปใช้บนที่สูง ทั้งระบบพัดและเหมืองฝาย ต่างก็เป็นระบบชลประทานราษฎร์ที่ผู้คนในชุมชนท้องถิ่น ต้องร่วมมือร่วมแรงกันจัดทำขึ้น นับเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความพอเพียงที่อยู่ได้ด้วยตนเองของท้องถิ่น การถือผีและสถาบันกวนจ้ำ คือ ระบบความเชื่อและประเพณีพิธีกรรมของคนด่านซ้าย เป็นการนับถือทั้งพุทธและผีไปด้วยกัน ทั้งความเชื่อในเรื่องพุทธและผีเป็นสิ่งเกื้อกูลด้วยกัน ศูนย์กลางทางชุมชนหมู่บ้านและเมืองต่างก็มีวัดทางพระพุทธศาสนาเป็นศูนย์กลาง แต่ก็มีหอผีประจำแต่ละชุมชนที่มีเจ้าพ่อกวนและพ่อแสนทำหน้าที่ดูแลในการประกอบประเพณีพิธีกรรม ทั้งเจ้ากวนและพ่อแสนต่างก็เป็นคนที่เลื่อมใสและถือศีลทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งเข้ามามีส่วนในการดูแลวัดวาอารามด้วย วัดที่ด่านซ้ายและลุ่มน้ำหมันเป็นวัดตามประเพณีสุโขทัย ล้านนา และล้านช้างที่ให้ความสำคัญกับวิหารหรืออารามมากกว่าโบสถ์หรือสิม ที่เมืองด่านซ้าย ความสำคัญของเจ้าพ่อกวน พ่อแสน ดูโดดเด่นกว่าที่อื่น ยังมีเจ้าแม่นางเทียมและบริวารมีบทบาทในการดูแลรักษาพระธาตุเจดีย์ศรีสองรักษ์อีกด้วย พระธาตุศรีสองรักษ์ในความเชื่อของชาวเมืองหาได้เป็นพระสถูปเจดีย์ที่บรรจุพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้า เช่น พระมหาเจดีย์อื่นๆ หากเป็นพระเจดีย์ที่สร้างเป็นอนุสรณ์ในการสาบานแบ่งเขตแดนระหว่างพระมหากษัตริย์อยุธยาและล้านช้าง มีการอุทิศพื้นที่บริเวณนั้นให้เป็นวัดทางพระพุทธศาสนาที่มีพระอารามหรือวิหารเป็นที่ประกอบประเพณีพิธีกรรมของคนทั่วไป เช่นการไปแก้บน กราบไหว้ รวมทั้งการไปประกอบพิธีกรรมของนาคก่อนเข้าพิธีบวช พระธาตุเจดีย์ศรีสองรักษ์อยู่ในการดูแลรักษาของเจ้าพ่อกวน พ่อแสน และเจ้าแม่นางเทียม บุคคลเหล่านี้เป็นผู้ที่คนทั่วเมืองด่านซ้ายยกย่องและยอมรับให้เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ การประกอบประเพณีพิธีกรรมใดๆ ที่เป็นเรื่องของชุมชนและสังคมจะอยู่ภายใต้การนำและชี้แนะของเจ้าพ่อกวนและคณะ แต่ในทางตรงกันข้าม การเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจการเมืองที่มาจากภายนอกอันเป็นสิ่งที่สร้างความอึดอัดและไม่พอใจแก่คนด่านซ้าย คือ เรื่องสิทธิในการดูแลพระธาตุเจดีย์ศรีสองรักษ์ ความขัดแย้งเกิดขึ้นในเรื่องสิทธิในการดูแลและจัดการผลประโยชน์ของพระธาตุ โดยมีผู้ร้องเรียนว่า เจ้าพ่อกวนนำรายได้ไปใช้ในทางไม่สุจริต และไม่ควรมีสิทธิในการดูแลสถานที่อันเป็นพุทธสถานจึงมีการร้องเรียนให้ทางมหาเถรสมาคมเข้าไปจัดการ ทำให้มีการสอบสวนและการเดินขบวนต่อต้านของผู้คนในท้องถิ่น เพราะไม่เห็นด้วยกับการที่ทางคณะสงฆ์จะเข้าไปยุ่งกับกิจกรรมทางประเพณีของสังคมด่านซ้ายเพราะเห็นว่าเป็นความพยายามของกลุ่มผลประโยชน์ที่จะทำให้พระธาตุเจดีย์ศรีสองรักษ์กลายเป็นสถานที่ทางพุทธพาณิชย์ไปเหมือนกับบรรดาวัดใหญ่วัดสำคัญในที่อื่นๆ ของบ้านเมือง อีกประการหนึ่งคือ การที่การท่องเที่ยวฯ และฝ่ายบริหารของจังหวัดสนับสนุนให้คนมาเที่ยวประเพณีผีตาโขน นับเป็นการรุกล้ำวัฒนธรรมของคนด่านซ้ายอย่างขาดความรู้ความเข้าใจอย่างสิ้นเชิง เพราะเรื่องผีตาโขนนั้นหาใช่เป็นสิ่งสำคัญในประเพณีพิธีกรรมของคนด่านซ้ายไม่ หากเป็นส่วนหนึ่งในประเพณีบุญพระเวส บุญพระเวส คือ สิ่งที่ทำให้คนในชุมชนท้องถิ่นได้รับการอบรมในเรื่องการทำทาน อันเป็นธรรมะที่สำคัญในการอยู่รวมกันของผู้คนในสังคม ผีตาโขนคือบรรดาผีป่าผีร้ายทั้งหลายที่ตามพระเวสสันดรเข้าเมือง ซึ่งก็เป็นพวกผีที่กลับใจเป็นคนดี เมื่อขบวนเข้าวัดแล้วการเทศน์มหาชาติก็เริ่มขึ้นการเล่นผีตาโขนจึงสิ้นสุดลง ชาวบ้านจะนำหน้ากากผีตาโขนและเครื่องแต่งกายทิ้งน้ำหมันเหมือนกับลอยเคราะห์และเห็นสิ่งของเหล่านี้ว่าเป็นสิ่งอัปมงคล แต่การสนับสนุนประเพณีผีตาโขนของคนภายนอกไม่ว่าเป็นการท่องเที่ยว หน่วยราชการและพ่อค้านักธุรกิจ ไม่เห็นความสำคัญในเรื่องอบรมคุณธรรมในการให้ทานของบุญพระเวส มุ่งแต่แสดงความแปลกประหลาดของประเพณีเพื่อการท่องเที่ยวอย่างสนุกสนานซึ่งไร้ความหมายและรสนิยม อันเป็นการบั่นทอนสังคมเมืองด่านซ้ายให้เกิดความแตกแยก เพราะคนรุ่นใหม่เริ่มเห็นดีงามกับการมีรายได้และความสนุกสนานรื่นเริงในงาน ในขณะที่คนรุ่นเก่าและคนส่วนใหญ่มีความรู้อึดอัดและไม่พอใจต่อสภาพที่เห็นในปัจจุบัน |