เมืองโบราณ จากเมืองจำลองมาเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งระดับโลก |
ศรีศักร วัลลิโภดม
คุณเล็กสร้างสถานที่สำคัญ ทั้ง สามแห่งนี้ด้วยความคิด จินตนาการและกระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์ด้วยตนเอง ในลักษณะที่เป็นวิวัฒนาการมากกว่าการทำอะไรอย่างมีระบบแบบแผน ที่มีกำหนดเวลาตายตัว ซึ่ง คาดคะเนได้ว่าจะเสร็จเมื่อใดและได้ประโยชน์แบบใด อย่างการวางแผนตามโครงการต่าง ๆ ที่ทำกันอยู่ในปัจจุบัน เมืองโบราณนับเป็นจุดเริ่มต้นของคุณเล็กที่ดูคล้าย ๆ กับความคิดของใครต่อใครที่ร่วมสมัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ คือ เริ่มจากความคิดที่จะสร้าง เมืองจำลอง ให้คนที่สนใจได้มาเที่ยวอย่างได้ความรู้เกี่ยวกับสถานที่สำคัญในบ้านเมืองของตนในเวลาเดียวกัน เมืองจำลองเช่นว่านี้เกิดขึ้นอย่างง่าย ๆ ด้วยการหาพื้นที่สักผืนหนึ่งมาจัดทำภูมิทัศน์แล้วสร้างรูปจำลองของสถานที่สำคัญ ๆ ทางศิลปวัฒนธรรมและประวั คุณเล็ก เริ่มต้นเมืองจำลองด้วยพื้นที่ใกล้ทะเลในเขตบางปูกว่า ๖๐๐ ไร่ โดยให้ความสำคัญกับการจัดผังบริเวณทั้งหมดให้เป็นแผนที่ประเทศไทย โดยขุดทางน้ำให้เป็นแม่น้ำลำคลองที่แยกภูมิภาคต่าง ๆ ออกจากกัน แล้วจำลองสถานที่สำคัญของแต่ละจังหวัดลงไป อย่างเช่น เมืองกรุงเทพฯ ที่มีป้อมปราการโอบล้อมที่สร้างมาแต่สมัยรัชกาลที่๑ เป็นการจำลองสถานที่ขนาดเล็กให้คนได้เดินชมแต่ละแห่งอย่างผ่าน ๆ ไปด้วยเวลาอันสั้น เมื่อทำไปได้สักสองสามแห่ง คุณเล็กเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์อะไร เพราะได้เรียนรู้และเกิดความคิดและความเข้าใจอะไรใหม่ ๆ ขึ้น อันเนื่องมาจากท่านเป็นผู้ทำการก่อสร้างด้วยตนเอง คุณเล็กจึงทำการค้นคว้า อ่านหนังสือหาข้อมูลเพิ่มเติม พบปะและเชิญนักวิชาการผู้รู้ทางศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ โบราณคดี และบรรดาศิลปินระดับชาติ ทั้งด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรมมาร่วมทำงาน ในขณะเดียวกันก็เดินทางออกไปดูสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมตามภาคต่าง ๆ ทำให้แลเห็นลักษณะภูมิประเทศบ้านเมือง และผู้คนที่มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งหลายแหล่เหล่านี้ทำให้คุณเล็กเรียนรู้และเปลี่ยนใจในกระบวนการทำงาน ที่ทำให้ความคิดที่จะทำเมืองจำลองหมดไปอย่างสิ้นเชิง คือ ทำให้เป็นเมืองจริง ๆ ขึ้นมา แต่เป็น เมืองโบราณ เพราะครอบคลุมพื้น ที่ขนาดใหญ่กว่า ๖๐๐ ไร่ ที่จะทำให้เป็นที่มีผู้คนอยู่อาศัยในลักษณะที่เป็นชุมชนเมืองได้ แล้วเปลี่ยนมาสร้างสถานที่ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของแต่ละจังหวัดในทุกภูมิภาค ให้เป็นสัญลักษณ์ของบ้านเมืองในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งสถานที่เหล่านั้นก็ล้วนสร้างด้วยขนาดใกล้ของจริงและถ่ายแบบถ่ายผังมาสร้างขึ้น เพื่อให้ผู้คนที่อยู่ตามท้องถิ่นแลเห็น และยอมรับว่าเหมือนกันกับของจริงของตน คุณเล็กและคณะทำงานได้เดินทางออกไปตามท้องถิ่นต่าง ๆ ทั้งประเทศเพื่อแสวงหาและเลือกเฟ้นสถานที่ทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมด้วยตนเอง ได้สัมผัสกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และนิเวศวัฒนธรรมของผู้คนตามท้องถิ่นต่าง ๆ จนเกิดการเรียนรู้และเข้าใจอะไรต่าง ๆ อย่างลุ่มลึก สิ่งที่เป็นผลตามมา ก็คือ ท่านได้พบบ้านโบราณ อาคารศาสนา และโบราณวัตถุทางชาติพันธุ์ ตลอดจนได้แลเห็นประเพณีพิธีกรรม รวมทั้งแลเห็นวิถีชีวิตและวิธีคิดของผู้คนในท้องถิ่นอีกมากมาย สิ่งนี้คือกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นจุดหักเหให้ท่านเปลี่ยนใจที่จะไม่ไปเพียงแสวงหาและถ่ายแบบบรรดา สถานที่ โบราณสถานทางประวัติศาสตร์โบราณคดี แต่เพียงอย่างเดียว หากเปลี่ยนมาเป็นให้ความสนใจกับการรวบรวมโบราณวัตถุทางชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน อาคารศาสนาที่สร้างด้วยเครื่องไม้ พาหนะโบราณ เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องทำมาหากิน มาตั้งแสดงที่เมืองโบราณ โดยเฉพาะการจัดสถานที่ทำเป็นพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมชาวนาขึ้นในเมืองโบราณ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ทางชาติพันธุ์แห่งแรก ๆ ของเมืองไทยก็ว่าได้ จากตลาดน้ำก็สร้างตลาดบก เพราะได้ใจที่สามารถขอขึ้นอาคารไม้เก่าๆ ตามวัดและท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศได้ บางแห่งก็มีคนมาเสนอขายให้เพราะรักษาไว้ไม่ได้ คุณเล็กเติบโตมาในย่านธุรกิจที่เป็นตลาดและชุมชน จึงเข้าใจความเป็นชุมชนเมืองของตลาดได้ดี จึงสามารถนำเอาบรรดาอาคารเก่าๆ ที่มีหลายสมัยมาสร้างขึ้นให้เหมือนกันกับความเป็นตลาดในเมืองอย่างอดีตที่มีมาแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย ทั้งตลาดบกและตลาดน้ำของเมืองโบราณล้วนมีโครงสร้างที่เหมือนกัน คือเป็นทั้งย่านที่อยู่อาศัยของผู้คนหลายอาชีพหลายกลุ่ม และมีพื้นที่ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมร่วมกัน เช่น ในย่านตลาดบก ก็มีบริเวณตลาดที่ขายของสดของคาวและของใช้ร่วมกัน ในขณะที่ชุมชนเมืองริมน้ำใช้ท้องน้ำที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ลอยเรือขายของสด ของคาวแทน นอกจากนั้นความเป็นชุมชนเมืองยังมีสถานที่ประกอบประเพณีพิธีกรรมของผู้คน ที่มีความแตกต่างทางชาติพันธุ์และศาสนาอีกด้วย เช่น มีวัด โบสถ์คริสต์ มัสยิด ศาลเจ้า โรงเจ เป็นต้น การสร้างตลาดน้ำและตลาดบกของเมืองโบราณนั้น จากตลาดน้ำและตลาดบกก็เป็นบ้าน วิหาร และโบสถ์ของทางภาคเหนือ คุณเล็กให้ความสนใจกับเรือนโบราณที่มีกาแลในเขตจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน เพราะแลเห็นเป็นลักษณะพิเศษที่พบส่วนใหญ่ในเขตสองจังหวัดนี้ ในช่วงเวลาที่ออกไปเที่ยวสำรวจนั้น เรือนแบบนี้ยังมีอยู่มาก จึงไปซื้อและรื้อถอนมา ซึ่งมักได้ความเสมอว่า ผู้ที่ขายให้มักเป็นคนแก่ๆ ที่บอกว่าคนรุ่นลูกหลานไม่สนใจที่จะอยู่ในเรือนแบบนี้อีกแล้ว ดังนั้นเมื่อเวลาจะรื้อถอน คุณเล็กจะใช้เวลาที่พูดคุยกับคนที่อยู่อาศัยว่า อยู่กินบนเรือนกันแบบไหน เข้าไปดูโครงสร้างภายในเป็นอย่างใด ในขณะเดียวกันก็จะออกมาพิจารณาดูลักษณะการตั้งเรือนและสภาพแวดล้อมอย่างมีสมาธิ โดยให้ความเห็นว่าการรื้อบ้านเรือนเขาไปสร้างนั้น ไม่ควรทำแต่เพียงเอาสิ่งของที่เป็นวัตถุไป หากต้องเอาคนไปด้วย โดยการพยายามสร้างเรือนให้เหมือนกับการมีคนอยู่อาศัยอย่างที่เป็นจริง มิฉะนั้นจะกลายเป็นเรือนจำลองไป ดังนั้นเมื่อนำมาจัดตั้งที่เมืองโบราณแล้ว เรือนโบราณดังกล่าวจึงให้มีคนอยู่อาศัยในลักษณะที่มีบรรยากาศของความเป็นจริง ทุกวันนี้ในเมืองโบราณ มีเรือนโบราณของเชียงใหม่และลำพูนมากกว่าแทบทุกแห่งในขณะนี้ ในขณะที่หลาย ๆ แห่งหันมาสนใจสร้างใหม่กันเยอะแยะ โดยคิดว่าเรือนแบบนี้ คือ อัตลักษณ์ของล้านนา ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริง ไม่ทุกจังหวัดในล้านนาที่มีเรือนแบบนี้ เรื่องของวัดของทางภาคเหนือก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่แตกต่างไปจากวัดของคนภาคกลาง การเที่ยวสำรวจของคุณเล็กในครั้งนั้น มักพบเห็นอาคารสำคัญของวัด ก็คือ วิหาร หาใช่โบสถ์แบบที่พบในภาคกลางไม่ เพราะยังคงประเพณีมาแต่ครั้งสุโขทัย ในจารึกสุโขทัยไม่มีคำว่า "วัด" แต่มี "อาราม" แทน คำว่า อาราม ยังอยู่ในการรับรู้ของคนทั้งในเขตล้านนาและล้านช้าง ที่หมายถึงวิหารและให้ความสำคัญกับโบสถ์ในฐานะเป็นที่ทำสังฆกรรมของพระสงฆ์เท่านั้น ซึ่งต่างกันกับทางภาคกลางที่โบสถ์สำคัญ และวิหารเป็นเพียงส่วนเกิน คุณเล็กเที่ยวบุกไปถึงเขตอำเภอเชียงของริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งในสมัยนั้นยังเป็นพื้นที่สีแดงที่เต็มไปด้วยพวกคอมมิวนิสต์ ได้พบวิหารหลังหนึ่งเป็นวิหารโถงที่มีขนาดใหญ่สร้างแบบโบราณ โดยเข้าเครื่องไม้อย่างไม่มีเหล็กและตะปูเป็นเครื่องยึด อยู่ในสภาพทรุดโทรม เสาวิหารแม้จะมีขนาดใหญ่ แต่ก็ขาดคอดิน ซึ่งทางวัดกำลังจะรื้อถอนและสร้างใหม่ คุณเล็กจึงขอผาติกรรมมา ซึ่งในคราวเดียวกันนี้ก็ได้อาคารไม้รูปสี่เหลี่ยมเป็นอาคารโถงที่ถูกรื้อกองไว้ตามมาด้วย ได้ความว่าเป็นอาคารโบสถ์ที่แต่เดิมสร้างไว้กลางสระน้ำ ที่ในภาษาของคนทั่วไปเรียกว่า โบสถ์น้ำ ดังนั้นเท่าที่กล่าวมานี้ก็พอจะเห็นได้ว่า เมืองโบราณ คือ ผลิตผลของวิวัฒนาการ เริ่มจากการเป็นเมืองจำลองที่ไม่มีโบราณวัตถุสถานแสดง มาเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดใหญ่ ที่มีของโบราณจริงๆ มาจัดแสดง แต่ไม่ใช่การแสดงแบบนำมาตั้งโชว์บอกอายุสมัยเวลา หากนำมาจัดในเชิงบูรณาการเชื่อมโยงให้เห็นบรรยากาศและความหมายที่สัมพันธ์กับชีวิตวัฒนธรรมของผู้คน ซึ่งการจัดแสดงเช่นนี้ได้นั้น จำเป็นจะต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในเรื่องการจัดสภาพแวดล้อมภูมิทัศน์ และการจัดการตกแต่งภายในที่ลุ่มลึก ความสามารถเช่นนี้เป็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวคุณเล็ก และเป็นสิ่งที่เกิดจากกระบวนการเรียนรู้เฉพาะตัวบุคคลเป็นสำคัญ การเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งของคุณเล็กไม่เกี่ยวข้องกับรูปแบบและการจัดแสดงที่เป็นสากลตามสูตรของฝรั่ง หากเน้นในเรื่องการทำอะไรก็ได้ที่จะนำข้อมูลจากโบราณสถานวัตถุมาสื่อความหมายเชื่อมโยงให้เป็นความรู้ขึ้นมา โดยเหตุนี้จึงมักมีนักวิชาการและผู้รู้ทางพิพิธภัณฑ์ที่อะไรผิดกรอบตามที่ฝรั่งมองและกำหนดไว้ ก็จะร้องยี้ว่าไม่ได้เรื่อง ไม่มีมาตรฐานอะไรทำนองนั้น เมืองโบราณในระยะแรกจึงถูกเมินโดยคนที่เป็นปัญญาชนแบบตามก้นฝรั่ง แต่น่าประหลาดพวกฝรั่งและชาวต่างประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่ฝรั่ง ดูเหมือนให้ความสนใจกับเมืองโบราณมากกว่าคนไทยเสียด้วยซ้ำ จึงมักปรากฏเรื่องราวของเมืองโบราณตีพิมพ์ในนิตยสาร ดังๆ ของทั้งทางยุโรปและอเมริกาอยู่เนืองๆ โดยมักเน้นศูนย์ความสนใจไปที่คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ว่าทำไมถึงคิดและทำเช่นนั้น สิ่งเหล่านี้นับเป็นกำลังใจสำคัญที่ไม่ทำให้คุณเล็กเกิดความท้อแท้ท่ามกลางกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานาของคนไทย แม้แต่หนังสือรีดเดอร์ส ไดเจสท์ ซึ่งเป็นหนังสือให้ความรู้ที่ดีและตีพิมพ์แพร่หลายทั่วโลก ก็นำเรื่องเมืองโบราณไปลงถึงสองครั้งสองครา คุณเล็กใช้เวลากว่า สิบปีแรกในการสร้างเมืองโบราณ ออกตระเวนรวบรวมโบราณสถานวัตถุที่เป็นเครื่องไม้ที่เป็นสิ่งของทางชาติพันธุ์มาไว้ที่เมืองโบราณ หลาย ๆ อย่างที่รวบรวมไว้ก็ ผุ พังไปก็มี หรือหลายอย่างที่จัดแสดงไว้ก็เสื่อมคุณภาพจนพังไปก็มี เพราะซ่อมแซมอะไรไม่ได้ โดยเฉพาะเรือใบขนาดใหญ่ที่สร้างด้วยไม้ทั้งลำ เป็นเรือสินค้าที่พบทั้งในอ่าวไทยและทะเล อันดามัน คุณเล็กไปพบเห็นแถวๆ กระบี่ และมาหาซื้อได้แถวชลบุรี ซึ่งนำมาตั้งไว้ที่เมืองโบราณเพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้รับรู้ว่า เรือใบขนาดที่เป็นเรือเดินทะเลเมื่อ ๕๐ - ๖๐ ปีที่แล้วมานั้นเป็นอย่างไร ปัจจุบันนี้เรือลำนั้น ผุพังไปแล้ว จึงสร้างเรือใหม่คล้ายเรือสำเภาขึ้นมาแทน นอกจากการรวบรวมของเก่ามาตั้งใหม่ที่เมืองโบราณแล้ว ก็ยังมีอาคารไม้ทั้งที่เป็นศาสนสถานและที่อยู่อาศัยหลายแห่งที่ได้นำรูปแบบของเดิมมาสร้างขึ้น โดยมีขนาดเท่าของจริงหรือย่อมกว่าเล็กน้อย อย่างเช่นเรือนทับแก้ว คุ้มขุนช้างขุนแผน และเรือนตำหนักต้นของรัชกาลที่ ๕ รวมทั้งศาลาการเปรียญวัดใหญ่สุวรรณาราม ที่เพชรบุรี ความโดดเด่นอีกอย่างหนึ่งในการสร้างสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในเมืองโบราณ ก็คือ การศึกษาหารูปแบบของเดิมจากร่องรอยของเก่าที่เหลืออยู่ เช่น พระที่นั่งสรรเพชญมหาปราสาท อันเป็นพระที่นั่งสำคัญของกรุงศรีอยุธยา มาสร้างใหม่ให้คนได้เห็นรูปเต็มที่ แท้จริงกว่าจะทำขึ้นมาได้ผ่านการศึกษารวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ และการประเมินความคิดเห็นของนักวิชาการผู้รู้ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี สถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และวรรณกรรม อีกมากมาย พระที่นั่งสรรเพชญมหาปราสาท คือ สิ่งที่เป็นอัตลักษณ์ของกรุงศรีอยุธยาโดยแท้ เป็นพระที่นั่งแบบมีมุขสั้นมุขยาวที่ไม่มีในพระบรมมหาราชวังกรุงรัตนโกสินทร์ ในขณะที่พระที่นั่งสำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์ คือ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท อันเป็นพระที่นั่งแบบจตุรมุข อย่างไรก็ตาม ความเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งของเมืองโบราณนั้น หาได้อยู่แต่เพียงนำสิ่งที่เป็นรูปธรรมมาจัดแสดงอย่างที่กล่าวมาแล้วไม่ หากขยายมาเป็นเรื่องของนามธรรม เช่น ประเพณี ความเชื่อและพิธีกรรม การค้นคว้าและสร้างสรรค์สิ่งเหล่านี้ คือ สิ่งที่คุณเล็กกระทำอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งสิ้นอายุขัยของท่าน เป็นสิ่งที่นำท่านไปสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์กับบรรดาศิลปินและช่างฝีมือหลาย ๆ สาขาที่เกี่ยวข้องหลายท่าน โดยเฉพาะอาจารย์สนั่น ศิลากร ผู้เป็นประติมากรเอกของเมืองไทย คุณเล็กเห็นว่าระบบความเชื่อในเมืองไทยนั้น ไม่ใช่มีแต่พุทธอย่างเดียว มีทั้งพราหมณ์ อิสลาม คริสต์ และการถือเจ้าถือผีอีกมากมาย จึงหาทางแสดงสิ่งเหล่านี้ไว้ตามที่ต่าง ๆ ของเมืองโบราณ ดูเหมือนสถานที่สำคัญอยู่ที่เทวโลก อันจัดให้เป็นที่แสดงรูปเคารพในศาสนาพราหมณ์ เช่น พระนารายณ์ พระอิศวร พระพรหม และเทพเจ้าประจำวัน อันได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระพุทธ พระเสาร์ เป็นต้น คุณเล็กเป็นผู้จินตนาการแต่งสวนเทวโลก และเชิญให้อาจารย์สนั่นปั้นรูปเคารพของเทพเจ้าเป็นส่วนใหญ่ ดูเหมือนงานจินตนาการในสิ่งที่เป็นนามธรรมของคุณเล็กต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด เพราะในบั้นปลายชีวิตประมาณ ๗ ปีก่อนสิ้นอายุขัย ได้ขยายพื้นที่ของเมืองโบราณจากที่มีอยู่เดิม ๖๐๐ กว่าไร่ ออกไปอีก ๒๐๐ กว่าไร่ รวมกว่า ๘๐๐ ไร่ เพราะที่เดิมเต็มไปด้วยการสร้างสิ่ง ต่าง ๆ ทางศิลปวัฒนธรรมจนหมดสิ้น บริเวณพื้นที่ใหม่นี้เรียกว่า "ปลายนา" เพราะเป็นทุ่งนาโล่ง ๆ ได้ขุดคลองและหนองน้ำเพื่อปันเขตเป็นที่จัดแสดงเรื่องราวทางประเพณีและความเชื่อ ที่โดดเด่น ก็คือ เทวรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ที่ปัจจุบันเรียก พระกวนอิม ซึ่งเป็นที่เคารพกราบไหว้ของคนทั่วไปในปัจจุบัน เป็นเทพแห่งเมตตาธรรมที่จรรโลงโลกและรักษาพระศาสนาของพระสมณโคดมพุทธเจ้า นับเป็นพระเทพองค์สำคัญในพุทธมหายานที่คนทั่วไปรู้จักมากที่สุด แพร่หลายจากอินเดียไปสู่จีนและบ้านเมืองทางตะวันออกไกล คุณเล็กมีรูปเคารพพระกวนอิมที่เป็นของโบราณสมัยราชวงศ์สุย คือ ราว ๑๐๐ กว่าปีมาแล้ว ซึ่งในช่วงเวลานั้นพระกวนอิมยังมีลักษณะเป็นบุรุษอยู่ เพิ่งมาเปลี่ยนเป็นสตรีในสมัยราชวงศ์เหม็ง จึงได้สร้างรูปพระกวนอิมขนาดใหญ่ด้วยไม้แกะสลักจากรูปเคารพที่มีอยู่ เพื่อให้คนได้กราบไหว้บูชาและรู้จักที่มาของพระกวนอิม ที่ผู้คนรู้จักเพียงการเป็นเทพสตรีหรือเจ้าแม่ ถัดจากพระกวนอิมก็เป็นเรื่องของเขาพระสุเมรุในไตรภูมิ ซึ่งเป็นความเชื่อในเรื่องจักรวาลของคนไทยและคนพุทธทั่วไป ที่มักปรากฏเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์หรือพระวิหารของวัด คุณเล็กมีจินตนาการให้เด็กได้เรียนรู้อย่างสนุกและได้สิ่งที่เป็นคติธรรม จึงสร้างเขาพระสุเมรุบนหลังปลาอานนท์กลางสระน้ำที่สมมติให้เป็นนทีสีทันดร แต่บนยอดเขาพระสุเมรุเป็นปราสาทว่างเปล่า ไม่มีพระอินทร์ ซึ่งเป็นพระราชาแห่งเทพในทางพระพุทธศาสนา หากมีบัลลังก์เปล่าๆ ตั้งอยู่ ได้ถูกสมมติให้เป็นพระแท่นบัณฑุกัมพลที่อ่อนและแข็งได้ สำหรับที่พระอินทร์จะทรงรู้สึกเมื่อเวลาเกิดสิ่งที่ดีหรือไม่ดีในโลกมนุษย์ ตามคติทางไตรภูมิ พระอินทร์ซึ่งเป็นราชาแห่งเทพเจ้านั้น เป็นตำแหน่งของผู้ที่ประพฤติธรรม ซึ่ง จากเรื่องทางศาสนาและคติธรรม คุณเล็กอ่านและนำสาระสำคัญทางวรรณคดีไทยมาจินตนาการสร้างสิ่งที่เป็นรูปธรรมในบริเวณปลายนาอีกหลายอย่าง เช่น ขบวนเรือพยุหยาตราทางน้ำที่มีอยู่ในพระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ สร้างแต่เรือให้เห็นขบวน แต่ไม่มีคน เพื่อให้จินตนาการเอาเอง สร้างศาลาฤาษีดัดตนจากโคลงกลอนในวรรณกรรมโบราณ ซึ่งก็รวมไปถึงสวนและศาลาต้นไม้ทางวรรณคดี เพื่อให้คนรุ่นใหม่ ๆ ได้เรียนรู้ แต่สิ่งที่ฝังใจที่คิดทำอยู่เสมอ ก็คือ ทำอย่างไรจะกระตุ้นให้คนปัจจุบันมีสำนึกทางคุณธรรมและประพฤติสิ่งที่ดีงาม ดังเห็นได้จากงานชิ้นสุดท้ายของคุณเล็กที่สร้างยังไม่เสร็จในพื้นที่ใหม่ปลายนาของเมืองโบราณ คือ วิหารห้าร้อย อรหันต์ เพื่อกระตุ้นให้คนที่ใฝ่ในธรรมะเข้าใจว่า ผู้ปฏิบัติธรรมจนบรรลุเป็นพระอรหันต์นั้นมีอยู่เรื่อย ๆ หามีเพียงแต่ ๕๐๐ องค์ไม่ หากคำว่า วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ. ศ. ๒๕๔๓ คุณเล็กจากโลกนี้ไปอย่างสงบ ฝากคำพูดที่ข้าพเจ้ามักได้ยินอยู่เสมอว่า ท่านชื่อเล็ก แต่ชอบทำสิ่งใหญ่ ๆ เพราะฉะนั้นเมืองโบราณ จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงเมืองจำลองเล็ก ๆ จนมากลายเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ระดับโลก อย่างมีเนื้อหาสาระที่ทำให้คนรุ่นใหม่ และเด็ก ๆ ได้เรียนรู้และเข้าใจสิ่งที่เป็นพื้นฐาน (basic) ทางสังคม และวัฒนธรรมของไทยและของคนตะวันออกนั้น คือ ผลงานชิ้นหนึ่งในชีวิตท่าน ทว่าท่ามกลางความคิดในเรื่องจะทำอะไรใหญ่โต ที่ไม่ใช่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่กลวงและพองลมนั้น คุณเล็กมักจะพูดและเตือนลูกหลานและคนแวดล้อมเสมอว่า ไม่ว่ามนุษย์จะทำอะไรได้ใหญ่โต ก็ไม่มีอะไรที่จีรังยั่งยืน เป็นแต่เพียงเสี้ยวหนึ่งของเวลาในจักรวาล และตัวตนเองก็เพียงละอองธุลีหนึ่งในปรภพเท่านั้น
ทิวาสวรรค์ขวัญโลกโอ้ อังสุมาลย์ พี่อา จันทร์จรัสรัติยาระหาน หิ่งห้อย ดงแอร่มแจ่มโพยมปาน พวงเพชร์ ประไพเอย พี่พ่างเรณูน้อย แหมะหล้า ฤาทนง |