รายงานการสำรวจ สวยงามบนความเจ็บปวดของเรือกอและ |
|
| วลัยลักษณ์ ทรงศิริ | |
เรือประมงพื้นถิ่นในแถบจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส รู้จักกันดีในชื่อของ เรือกอและ ด้วยสีสันฉูดฉาดสวยงาม รูปทรงแปลกตาไปกว่าเรือประมงชนิดอื่นๆ ทำให้กลายเป็นเอกลักษณ์ของชาวประมงมุสลิม และเป็นสัญลักษณ์ประจำจังหวัดนราธิวาสที่นำไปทำจำลองขายเป็นของที่ระลึกขายนักท่องเที่ยวอีกด้วย เรือกอและแต่เดิมใช้ใบในการแล่นโต้คลื่นลม เมื่อพัฒนามาเป็นแบบปะตะกือฆะ คือท้ายตัด เปลี่ยนมาเป็นการใช้เครื่องยนต์วางที่ท้ายเรือแทนที่การประดับตกแต่งลวดลายและปักเสากระโดง การวางอวนก็มีขนาดลดลงไปด้วยแต่ไม่เพิ่มความเสี่ยงถ้าหากวางอวนแล้วไม่คุ้มทุน การพัฒนาของเรือกอและมาเป็นแบบท้ายตัดและมีขนาดเล็กลงบ่งบอกเรื่องราวของวิถีชีวิตชาวประมงชายฝั่งที่ต้องปรับเปลี่ยนตามสภาพความเป็นอยู่ในปัจจุบันที่ยากลำบากขึ้น การรวมกลุ่มตั้งแต่ ๘ - ๑๐ คนขึ้นไปสำหรับการออกทะเลแต่ละครั้ง กลายเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้สำหรับการประมงชายฝั่งทุกวันนี้ เรือกอและในปัจจุบันคือเรือลำเล็กใช้แรงงานในหมู่พี่น้อง ๒ - ๓ คน ออกเรือบ่ายๆ แล้วกลับเข้าฝั่งในช่วงสายของอีกวันหนึ่ง ใช้เวลาและความอดทนอุตสาหะมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อท้องทะเลอันอุดมสมบูรณ์เริ่มหมดไป การประมงชายฝั่งของชาวมุสลิมกลายเป็นเหยื่อระบบทุนของนายทุนเรือตังเกจากปากน้ำเมืองใหญ่ๆ เช่นปากน้ำปัตตานี ที่แย่งชิงทรัพยากรชายฝั่งทะเลทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่กฎหมายของเมืองไทยไม่เคยมีความศักดิ์สิทธิ์ เรือตังเกเหล่านี้จึงยังกวาด กุ้ง หอย ปู ปลา จากชายฝั่งไปจนแทบจะเหลือเพียงพื้นทรายเปล่าๆ ไว้ให้เรือกอและเท่านั้น ที่หาดปะนาเระ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี มีเรือกอและจอดเรียงรายหลบแดดใต้หลังคาจากมากมาย ชาวประมงมุสลิมอยู่ในหมู่บ้านเลยชายหาดเข้าไปนิดหน่อย ผู้ชายออกเรือทำประมงชายฝั่ง ผู้หญิงแปรรูปผลผลิตจากทะเล เช่น ตากหมึก ตากปลา แกะเนื้อปู ส่งขายเถ้าแก่อีกทอดหนึ่ง ในความมีเสน่ห์ของน้ำใจซื่อๆ แก่คนแปลกหน้า พรานประมงรุ่นหนุ่มบอกเล่าถึงการออกเรือที่อาศัยเวลานานขึ้น แม้จะไม่ต้องเสียค่าน้ำมันมากเหมือนเรือใหญ่ๆ แต่ก็มักวางอวนได้ไม่มากเหมือนก่อน สัตว์น้ำเล็กลงและหายาก รายได้เพียงพอแค่หาเช้ากินค่ำเท่านั้น สายตาที่เหม่อมองออกไปสู่ท้องทะเลเมื่อเห็นเรือตังเกใหญ่จากปากน้ำปัตตานีแล่นอยู่ไปมาหลายต่อหลายลำเหมือนมองความว่างเปล่า เรื่องนี้ชาวเรือกอและพยายามเรียกร้องขอความยุติธรรมจากอธิบดีกรมประมงและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมาเป็นเวลานานแล้ว ความขัดแย้งเคยเงียบหาย สักพักก็เป็นอย่างเดิมอีก เรือกอและไม่มีทางสู้เรือตังเกได้ การแย่งชิงทรัพยากรเห็นอยู่เต็มตาทุกเมื่อเชื่อวัน หาดปะนาเระที่เคยใช้ตากหมึกตากปลา เริ่มกลายเป็นที่ทิ้งเปลือกปูและสัตว์น้ำอื่นๆ ที่ขายไม่ได้ ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว เพราะเถ้าแก่ต้องการเพียงเนื้อปู แต่ไม่ต้องการขยะ ดังนั้นชาวประมงต้องรับผิดชอบต่อความเน่าเหม็นเหล่านี้เอง ชีวิตของชาวเรือกอและไม่ได้สวยสดเหมือนลวดลายบนลำเรือ เรือกอและถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดนราธิวาส มีการทำเป็นของที่ระลึกดูสวยบนตู้โชว์ แต่ชีวิตของชาวเรือมุสลิมเหล่านี้กำลังถูกคุกคามและถูกแย่งชิงทรัพยากรโดยไม่มีผู้ใดแก้ปัญหาให้ได้ อย่ามองเรือกอและแต่เพียงความสวยงามประดับตกแต่งท้องทะเลด้วยสีสันสดใสเท่านั้น ความเจ็บปวดของชาวเรือกอและจะมีใครรู้ว่าเมื่อไรจะจบสิ้นและกลับมาเป็นพรานชายฝั่งที่ยิ่งใหญ่เช่นในอดีต |
|
| หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ |