เปิดประเด็น พม่ากับไทยใครจน ? |
|
| ศรีศักร วัลลิโภดม | |
คนพม่ากับคนไทยนั้นมีนิสัยตรงข้ามกัน คือ พม่าดื้อรั้นแต่ไทยว่าง่าย อ่อนโยน ทั้งๆ ที่ทั้งสองฝ่ายมีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ขึ้นเป็นรัฐรวมศูนย์ในระดับเดียวกัน จนกลายเป็นคู่สงครามกันมาเป็นศตวรรษ ครั้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๔ - ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ของไทย ทั้งคู่ถูกคุกคามโดยฝรั่งเหมือนกัน ไทยอ่อนเลยรอด ฝ่ายพม่าแข็งเลยตกเป็นอาณานิคม เมื่อหมดยุคเมืองขึ้นแล้วไทยเปลี่ยนแปลงห่างพม่าไปกว่า ๔๐ ปี ถ้าเทียบกับปัจจุบันแล้วพม่ายังอยู่ในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนรัชต์ เห็นได้จากการที่ทหารปกครองประเทศและเป็นเผด็จการ ในขณะที่ไทยพัฒนาเข้าสู่การเป็นทุนนิยมยุคโลกาภิวัตน์และประสพความล่มจมเป็นประเทศแรกของโลก ก่อนวิบัติและในยุคของความล่มจม ไทยก็ยังจมไม่ลง มักดูหมิ่นดูแคลนพม่าด้วยสายตาฝรั่งว่า พม่ากดขี่ประชาชนจนมีความเป็นอยู่อย่างยากจนข้นแค้น ดังปรากฏให้เห็นเป็นข่าวอยู่เนืองๆ ข้าพเจ้ามีโอกาสไปเมืองพม่ามา ๔ ครั้ง พอเข้าใจพม่าอย่างสมควร และในการไปเยือนพม่าเป็นครั้งที่ ๔ เมื่อเร็วๆ นี้ ก็ได้มีโอกาสเข้าไปตามหมู่บ้านในชนบทของพม่าที่ชาวต่างประเทศทั่วไปไม่เคยไป ถ้าเปรียบเทียบกับชนบทไทยแล้ว พม่าลำบากกว่าหลายเท่า โดยเฉพาะเรื่องน้ำซึ่งเป็นสิ่งขาดแคลนมาก ชาวบ้านส่วนใหญ่ต้องอาศัยน้ำบ่อและน้ำจากอ่างเก็บน้ำ ถนนที่ใช้ในการติดต่อระหว่างเมืองกับชนบทก็ไม่ดี เต็มไปด้วยฝุ่น ทั้งในหมู่บ้านก็มีฝุ่นคลุ้งในยามที่รถและเกวียนผ่านไปมา เมื่อมองจากภายนอกข้าพเจ้าก็ติดนิสัยความเป็นคนไทยที่ดูว่าพม่ายากจนข้นแค้น แต่เมื่อเข้าไปพบปะสังสรรค์ด้วยกลับพบอัธยาศัยไมตรีที่ไม่พบในคนไทยส่วนมากในขณะนี้ ความคิดที่ว่าพม่าจนก็ต้องเปลี่ยนไป เพราะพม่ามีอาหารการกินอยู่ในสภาพดี มีทั้งถั่วงาน้ำและผักมาต้อนรับ มีอารมณ์ที่แสดงออกถึงความสนุกสนานและเป็นมิตร รวมทั้งมีครอบครัวที่อยู่กันอย่างเป็นสุข ทั้งปู่ย่าตายาย พ่อแม่ลูกหลานและแวดวงอยู่รวมกัน ตรงนี้เองที่แสดงความแตกต่างจากคนไทยในชนบทอย่างสิ้นเชิง ทุกวันนี้คนไทยในชนบทคือสังคมบ้านแตก พ่อแม่ต่างเข้าไปหางานในเมืองอยู่คนละทาง ปล่อยให้คนแก่และลูกหลานอยู่ทางบ้าน เป็นความล่มสลายของครอบครัวและชุมชน ทำให้คิดเลยเถิดไปถึงบรรดาแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่มีมากมายหลายแผนแต่ครั้งจอมพลสฤษดิ์เป็นต้นมา เป็นเพราะแผนพัฒนาเหล่านี้หรือมิใช่ที่ทำให้เกิดความล่มจมจนทุกวันนี้ เมื่อแลดูพม่านั้นอาจดูเหมือนไม่มีแผน มีแต่โครงการชลประทานเพื่อการเกษตร และการจัดการน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค รวมทั้งประชาชนไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน แต่ว่ามีที่ทำกินอย่างเพียงพอ กิจกรรมทางชลประทานของพม่ามีเพื่อค้ำจุนระบบเศรษฐกิจแบบยังชีพ และความเป็นอยู่อย่างเรียบง่ายของชุมชน แม้จะมีคนจนคนรวยแต่ไม่มีชนชั้น แต่แผนพัฒนาของไทยหามองเช่นนี้ไม่ กลับมองการพัฒนาเพื่อการลงทุน การตัดถนนและขยายกิจการสาธารณูปโภคที่เรียกว่าการพัฒนาเข้าไปแต่ละครั้งนั้น เป็นผลให้มีคนรวยและคนต่างถิ่นเข้าไปแย่งที่อยู่อาศัย แย่งที่ทำกินของคนชนบททั้งสิ้น ล้วนทำให้เกิดสภาพที่ยากจนจริงๆ ขึ้น ทั้งๆ ที่ก่อนการพัฒนาเข้าไปนั้น คนเหล่านี้ยากจนหรือเปล่าก็ไม่รู้ สุดท้ายนี้ใคร่สรุปว่า การพัฒนาที่มีความคิดในเรื่องความยากจนก็ดี ล้วนเป็นความคิดของฝรั่งที่ใช้เป็นมนต์ดำในการครอบงำคนไทยและประเทศที่ถูกหลอกว่าด้อยพัฒนาทั้งหลายให้สู้กับพวกคอมมิวนิสต์ในยุคสงครามเย็น |
|
| หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ |