แนะนำหนังสือ

  ทรัพยากรชีวภาพกับสังคมไทย

    วิชญดา ทองแดง

     

มีความคิดเห็นจากแวดวงผู้ติดตามและศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพในบ้านเมืองของเราว่า สาเหตุสำคัญที่คนไทยควร " รู้ " และ " เข้าใจ " เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพในทุกซอกทุกมุมมีอยู่สามประเด็นใหญ่ๆ คือ ไทยเป็นสังคมเกษตรกรรม ไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพมากมาย และประเด็นสุดท้ายที่มีการโยงความคิดไปถึงเรื่องอธิปไตยคือ คนไทยเรามองเห็นถึงการผูกขาด ความไม่เท่าเทียมกันในด้านการค้าและเทคโนโลยีระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา

     แม้หลายฝ่ายหลายวงการทั้งภาครัฐและเอกชนจะออกมาขานรับและให้ความสนใจในเรื่องราวดังกล่าว พร้อมกับเตรียมรับมือจากผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศมากว่า ๑๐ ปี ดังเช่น " โครงการวิจัยและฝึกอบรมด้านความหลากหลายทางชีวภาพ " ซึ่งเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ ๒๕๓๕ ด้วยเงินงบประมาณ ๖๘.๕ ล้านบาท โดยมีข้อตกลงเบื้องต้นว่างบประมาณจะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ ๒๐ ต่อปี หรือการจัดประชุมสัมมนาในเรื่องเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งเมื่อประมาณ ๔-๖ ปีที่ผ่านมา แต่การรับรู้และเข้าใจในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพของประชาชนทั่วไป ดูเหมือนจะถูกกระแสเศรษฐกิจในปัจจุบันบดบังไปจนหมดสิ้น เรื่องราวการแย่งชิงทรัพยากรบนพื้นที่ประเทศไทยที่คิดเป็น ๐.๓๖ เปอร์เซนต์ของพื้นที่บกของโลก แต่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากมาย จึงเป็นประเด็นที่มักถูกมองข้าม

     หรือคนไทยยังคิดว่า ปี ค.ศ.๒๐๐๐ ที่ประเทศมหาอำนาจกำหนดไว้ว่าจะบีบให้ประเทศไทยออกกฎหมายสิทธิบัตรและไม่ให้ออกกฎหมายคุ้มครองชนพื้นเมืองยังอยู่อีกห่างไกล?

     แต่เมื่อถึงตรงนั้นแล้ว เราจะทำอย่างไรกับกฎหมายสิทธิบัตรที่มีนัยบอกไว้ว่า " พืชพันธุ์ดั้งเดิมเป็นของชาวโลก แต่พืชพันธุ์ที่ดัดแปลงแต่งเติมอาจเพียงเล็กน้อยเป็นของผู้ดัดแปลง "

     หนังสือ ทรัพยากรชีวภาพกับสังคมไทย เล่มนี้เป็นมุมองจากนักวิชาด้านกฎหมาย ที่ปรับปรุงพัฒนาจากวิทยานิพนธ์เรื่อง แนวทางกฎหมายในการอนุรักษ์ การใช้ และการพัฒนาความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย เสนอต่อสาขาวิชากฎหมายระหว่างประเทศ ภาควิชานิติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณวิทยาลัย ปีการศึกษา ๒๕๓๗

     เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น ๕ บท คือ บทที่ ๑ ความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย บทที่ ๒ สถานภาพทางนโยบายและปัญหาในการอนุรักษ์ การใช้ และการพัฒนาความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย บทที่ ๓ อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพกับการอนุรักษ์ การใช้ และการพัฒนาในประเทศไทย บทที่ ๔ แนวทางของกฎหมายในการอนุรักษ์ การใช้ และการพัฒนาความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทย บทที่ ๕ มาสรุปและข้อเสนอแนะ

     นอกจากนั้นยังมีภาคผนวกอีก ๖ เรื่อง คือ ก) อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ข) คำสั่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ค) การให้สัตยาบันแก่อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ง) รายงานสรุปความเห็นของคณะกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ จ) สรุปการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และ ฉ) เปล้าน้อย...สมุนไพรไทยเพื่อประโยชน์ของใคร?

     ผู้แต่งได้ชี้แจงการที่คาดหวังว่าผู้อ่านจะได้รับไว้ชัดเจนในคำนำหน้า ๕-๖ ว่า " การศึกษาเรื่องทรัพยากรชีวภาพกับสังคมไทย เป็นงานที่มุ่งไปสู่ประเด็นคำถามว่าประเทศไทยสมควรลดทอนอำนาจอธิปไตยลงโดยยอมเข้าเป็นภาคีและให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ค.ศ. ๑๙๙๒ ( Convention on Biological diversity ค.ศ.๑๙๙๒) หรือไม่ หากประเทศไทยให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาฯ ฉบับนี้แล้ว ประเทศไทยจะได้ประโยชน์อะไรและจะเสียประโยชน์อะไร หรือหากประเทศไทยไม่ให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาฯ ฉบับนี้โดยอนุรักษ์พัฒนาฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพที่มีอยู่แล้วจะเกิดความเสียหายที่ยิ่งใหญ่แก่ประเทศไทยหรือไม่อย่างไร "

     หนังสือที่ผู้แต่งศึกษาและตีความอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพโดยเชื่อมโยงเข้ากับบริบทปัญหาในเชิงเศรษฐกิจและสังคมไทยเล่มนี้ จึงเป็นการนำเอาภาษากฎหมายมาสื่อให้คนทั่วไปเข้าใจได้ง่ายขึ้นอีกระดับหนึ่ง

หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ