สโมสรพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น

  กองทุนชุมชน: แหล่งเงินทุนใหญ่ในยุค IMF!  

   มูลนิธิประไพ วิริยะพันธุ์

 

กองทุนชุมชนแหล่งเงินทุนใหญ่ในยุค IMF!

 

ข่าวจากหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๔๑ ที่มีเรื่องราวของ กองทุนชุมชน หรือในชื่อเต็ม ๆ ว่า กองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคม ( Social Investment Fund-SIF) มานำเสนอนั้น สะกิดความสนใจของทางมูลนิธิฯ ให้มองเห็นแหล่งเงินทุนสำหรับการดำเนินงานพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ซึ่งเป็นปัญหาที่พิพิธภัณฑ์หลายแห่งประสบอยู่ทางมูลนิธิฯ จึงได้ติดต่อไปที่ธนาคารออมสิน และได้รับเอกสารมา ๒ ชุด ชุดแรกคือ แบบเสนอโครงการ และชุดที่สองคือ แผ่นพับที่มีรายละเอียดของกองทุน

     เงินกองทุนนี้เป็นเงินที่รัฐบาลได้รับในลักษณะของเงินกู้มาจากธนาคารโลกเป็นจำนวนเงิน ๑๒๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๔,๘๐๐ ล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ธนาคารออมสิน โดยหน่วยงานชื่อ สำนักงานกองทุนเพื่อสังคม (สกส.) หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า Social Fund Office (SOFO) เป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน เพื่อการพึ่งตนเองในระยะยาว ดังนั้นโครงการที่ขอรับทุนจึงต้องเป็นกระบวนการที่ชุมชนมีส่วนร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมดำเนินการ ร่วมรับประโยชน์ และร่วมตรวจสอบได้

     กองทุนชุมชนนี้มีระยะเวลาในการเปิดรับและพิจารณาโครงการต่าง ๆ ๔๐ เดือน นับจากวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๔๑ ที่ผ่านมาจนถึงเดือนธันวาคม ๒๕๔๔ ปัจจุบันมีผู้เสนอโครงการต่าง ๆ จำนวนมาก ดังนั้นมูลนิธิฯ จึงอยากให้ผู้สนใจแหล่งทุนดังกล่าวศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขอย่างรอบคอบอีกครั้ง ก่อนเขียนโครงการเสนอสำนักงานกองทุนเพื่อสังคม

     การเสนอโครงการต่อ สกส. นั้นจะต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนในแบบเสนอโครงการ จำนวน ๑๒ หน้า (และกรอกข้อความเพิ่มเติมอีก ๒ หน้า หากเป็นโครงการที่มีการก่อสร้าง) ซึ่งมีคำชี้แจงในการเขียนโครงการที่แนบมากับแบบเสนอโครงการเป็นคู่มือนำทาง แต่ทั้งนี้ต้องอาศัยการศึกษาค้นคว้าและทำความเข้าใจในชุมชนของตนตลอดจนกิจกรรมที่ดำเนินอยู่ในชุมชน รวมถึงการเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับชุมชนท้องถิ่นของตนอย่างแท้จริงก่อนเขียนโครงการเสนอต่อ สกส. เพื่อจะได้ป้องกันหรือลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหลังจากได้รับเงินทุนและต้องลงมือปฏิบัติงานจริง เพราะหลังจากที่ได้ยื่นเสนอโครงการต่อ สกส.แล้ว ก็จะมีเจ้าหน้าที่ สกส.ลงพื้นที่ประเมินโครงการและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการที่เสนอมา ก่อนที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อพิจารณาอนุมัติ

     เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาทางมูลนิธิฯ ได้ติดต่อไปที่ สกส.เพื่อขอทราบความคืบหน้าและรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้งและได้พบว่า มีผู้เขียนโครงการยื่นขอรับทุนมากมาย และสกส.ประสบปัญหาในการดำเนินงานอย่างมาก เนื่องจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนของผู้ต้องการเสนอโครงการโดยเฉพาะในเรื่องของวัตถุประสงค์และระยะเวลาการเปิดรับโครงการ มีโครงการที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ของการสนับสนุนมากมาย ส่วนใหญ่เกิดจากการขอรับการสนับสนุนเฉพาะสิ่งปลูกสร้างแต่ไม่มีกิจกรรมเพื่อการพัฒนาอื่นๆ ที่แสดงถึงความยั่งยืนของโครงการหลังจากที่หมดความช่วยเหลือจากกองทุนชุมชนแล้ว

     ส่วนระยะเวลาการเปิดรับโครงการนั้นกองทุนชุมชนกำหนดระยะเวลาการเปิดรับโครงการเป็นรายภาค ดังนี้


พื้นที่

 

 


เงื่อนไขระยะเวลาเปิดรับโครงการ

                                                      


ระยะเวลาเปิดรับโครงการ


ปี ๒๕๔๑

ปี ๒๕๔๒

ทั่วประเทศ

 เปิดรับถึงวันที่ ๓๐ ก.ย.๒๕๔๑

 -

 -

ภาคอีสาน

 

เปิดรับทุกรอบระยะ ๓ เดือน

 

ตุลาคม

 

มกราคม เมษายน กรกฎาคมตุลาคม

 

ภาคเหนือ

(รวมภาคกลางตอนบนและภาคตะวันตก)

เปิดรับทุกรอบระยะ ๓ เดือน

 

พฤศจิกายน

 

กุมภาพันธ์ พฤษภาคม สิงหาคพฤศจิกายน

 

ภาคใต้

(รวมภาคตะวันตก กรุงเทพฯ และปริมณฑล)

 

เปิดรับทุกรอบระยะ ๓ เดือน

 

 

ธันวาคม

 

 

มีนาคม มิถุนายน กันยายน ธันวาคม

 

 

     พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น องค์กร ชุมชนที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามและขอรับแบบเสนอโครงการได้ที่ สำนักงานกองทุนเพื่อสังคม ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ โทรศัพท์ ๒๙๙-๙๓๐๐ โทรสาร.๒๙๙-๘๔๘๐ หรือที่ ตู้ ปณ.๓๔ ปณจ.สามเสนใน กทมา. ๑๐๔๐๐ และธนาคารออมสินทุกสาขา

หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ