แนะนำหนังสือ

  ศรีธนญชัยในอุษาคเนย์
   มูลนิธิประไพ วิริยะพันธุ์

     

เรื่องราวเกี่ยวกับ Southeast Asia ที่รู้จักกันในชื่อของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียอาคเนย์หรืออุษาคเนย์ เริ่มจากวงวิชาการตะวันตกในราวสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ด้วยจุดประสงค์แฝงด้านการเมืองที่ต้องการขยายอิทธิพลมาสู่ดินแดนแห่งนี้ แต่ " ความร่วมมือส่วนภูมิภาค " ที่ตกอยู่ภายใต้มหาอำนาจตะวันตกก็ส่งผลดีให้เกิดขึ้นหลายประการ ดังสะท้อนออกมาในรูปของกีฬาซีเกมส์ หรือรางวัลวรรณกรรมซีไรท์ จนมาถึงการศึกษาในสาขา " เอเชียตะวันออกศึกษา " ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ

     โครงการหนังสือชุด " ประเทศเพื่อนบ้านของไทยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ " ซึ่งสนับสนุนแนวทางการศึกษาเอเชียตะวันออกอีกลักษณะหนึ่ง ได้เลือกผลงานวิทยานิพนธ์และสารนิพนธ์ปริญญาโทของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยมาปรับปรุงแก้ไขเพื่อจัดพิมพ์เป็นหนังสือโดยมี ศรีธนญชัยในอุษาคเนย์ ที่ได้ปรับปรุงมาจาก " การศึกษาเปรียบเทียบเรื่องศรีธนญชัยฉบับต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ " วิทยานิพนธ์อักษรศาสตร์มหาบัณฑิตของ กัญญรัตน์ เวชชศาสตร์ เสนอต่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นหนังสือเล่มหนึ่งในจำนวน ๒๐ เล่ม ของหนังสือในโครงการนี้

     ในภาคกลางและภาคใต้ของประเทศไทยรู้จักนิทานเรื่อง " ศรีธนญชัย " กันอย่างดี ส่วนทางภาคเหนือและภาคอีสานรู้จักกันในชื่อของ " เชียงเมี่ยง " นิทานเรื่องนี้ไม่ปรากฏต้นกำเนิด ผู้แต่ง และปีที่แต่งชัดเจน จัดเป็นนิทานประเภทมุขตลก ( Jest) ซึ่งให้ความสนุกเพลิดเพลินมีตัวเอกเจ้าปัญญาแบบฉลาดแกมโกง ( Trickster Tale) ศรีธนญชัยที่ปรากฏในประเทศไทยมีทั้งรูปแบบที่เป็นร้อยแก้วและร้อยกรอง ซึ่งได้นำมาเปรียบเทียบศึกษา ๑๗ สำนวย นอกจากนี้ยังได้ศึกษาเปรียบเทียบกับนิทานที่มีตัวเอกเป็นคนเจ้าปัญญา ในประเทศเพื่อนบ้าน คือเชียงเมี่ยง ของลาว อาบูนาวัส ของอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ธนญชัยของเวียดนามและกัมพูชา และฮวน ปูซอง ของฟิลิปปินส์ด้วย

     หากมองโดยผิวเผิน เรื่องศรีธนญชัยก็คือเรื่องตลกขบขัน เป็นเรื่องของบุคคลที่ใช้ปัญญาเอาตัวรอดได้เมื่อมีสถานการณ์วิกฤต แต่จากมุมมองของนักวิชาการ ๓ ท่าน ทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติมมากมาย โดย อ.ศรีศิลป์ บุญขจร มองว่า เรื่องศรีธนญชัยมีทั้งลักษณะที่เป็นสากลและลักษณะเฉพาะของสังคมในอุษาคเนย์ นั่นคือลักษณะของความเจ้าปัญญาเกิดจากไม่สามารถถูกควบคุมด้วยกลไกของสังคมตลอดเวลา จึงต้องหาทางออก อันเป็นลักษณะสากลที่พบในนิทานประเภทนี้ทั่วโลก ส่วนลักษณะเฉพาะของสังคมในอุษาคเนย์ที่สะท้อนออกมาในศรีธนญชัย คือ สภาพสังคมศักดินา นับถือพุทธศาสนาที่ไม่มีช่องทางให้มีปฏิกิริยากับสถาบันกษัตริย์และพระสงฆ์ ชาวบ้านจึงมีกลไกใช้ "ปัญญา" แก้เกมต่อสถาบันทั้งสองสะท้อนผ่านนิทานเรื่องศรีธนญชัย

     ส่วนแนวคิดสำคัญจากเรื่องศรีธนญชัยนั้น อ.กัญญรัตน์ เวชชศาสตร์ ได้เสนอไว้ ๓ แนวคิด คือ แนวคิดเรื่องความสำคัญของการใช้ปัญญา แนวคิดเรื่องความขัดแย้งทั้งความขัดแย้งต่อบุคคล และความขัดแย้งกับค่านิยมของสังคม ซึ่งแสดงปฏิกิริยาตอบโต้ต่อค่านิยมของสังคมระดับต่างๆ และ แนวคิดเรื่อง "เสียหน้า "

     อ. สมบัติ จันทรวงศ์ ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า "เชียงเมี่ยง" เป็นผู้รู้ในเรื่องธรรมชาติของสรรพสิ่ง ทั้งสิ่งที่เป็นธรรมชาติซึ่งเป็นสิ่งคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง และสิ่งที่เป็นจารีตประเพณี (โดยเฉพาะเรื่องของภาษา) ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เชียงเมี่ยง คือ ตัวแทนของอุปลักษณ์ที่อยากจะเป็นมนุษย์โดยธรรมชาติและแสดงออกอย่างธรรมชาติ เมื่อยังอยู่ในสังคมแต่ไม่ทำตามข้อกำหนดของสังคมจึงเกิดการลงโทษจากพระเจ้าแผ่นดิน

     ศรีธนญชัยเป็นเรื่องของความรู้ในเรื่องธรรมชาติที่คงที่กับความรู้ในทางประเพณีที่เปลี่ยนแปลงได้ นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นความจำกัดของอำนาจทางปัญญาที่มักถูกจำกัดโดยอำนาจของประเพณี แต่การยึดถืออำนาจทางปัญญาโดยไม่คำนึงถึงความสำคัญของประเพณีเลยก็คือการปราศจากปัญญา เพราะถึงแม้วพระเจ้าแผ่นดินไม่สามารถปราบเชียงเมี่ยงได้โดยปัญญาแต่ก็ถือสัจจะที่จะไม่ประหารเชียงเมี่ยง ดังนั้นผู้ที่ยึดมั่นในทางปัญญาจึงไม่ควรมองข้ามคำถามที่ว่า การที่มนุษย์ถือสัจจะเป็นเรื่องของธรรมชาติหรือประเพณี?

     มูลนิธิประไพ วิริยะพันธุ์

      * การอภิปราย ศรีธนญชัย : ภูมิปัญญาหรือกะล่อนแห่งอุษาคเนย์ ในการสัมมนาเรื่อง "ทยกับอุษาคเนย์ "ณ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เมื่อ ๑ ธันวาคม ๒๕๔๑ จัดโดยโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปะศาสตร์ มธก. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร มศก. โครงการวิถีทรรศ์, น.ส.พ. มติชน และศิลปวัฒนธรรม , สกว. โคงการหอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์ มธก. และมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ