เปิดประเด็น

  เศษกระดูกที่งับไม่ได้

  วลัยลักษณ์ ทรงศิริ

     

เมื่อราวกลางปีที่แล้วเรื่องราวของ " กองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคม หรือ กองทุนชุมชน " ที่บริหารงานโดย สำนักงานกองทุนเพื่อสังคม ธนาคารออมสิน ได้จุดประกายความหวังไห้กับชาวบ้านขาวเมืองฟู่ใหญ่ ก่อนที่ผลงานจะดับเป็นไฟไหม้ฟางเมื่อเวลาผ่านไปเกือบปี ทั้งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว่า ความจริงใจและความสามารถในการพิจารณาโครงการของสำนักงานกองทุนฯ ไม่ได้ผลในทางปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างแท้จริง

     เริ่มจากการประชาสัมพันธ์เป็นระยะแรกที่ไม่ดีเท่าที่ควร จะเห็นได้จากธนาคารออมสินบางสาขาไม่ทราบว่ามีกองทุนเพื่อสังคมสังกัดอยู่กับธนาคารออมสิน เมื่อมีผู้สนใจไปสอบถามข้อมูลจึงต้องตรวจสอบกันวุ่นวายกว่าจะทราบเรื่อง ทั้งยังมีข่าวออกมาเป็นระยะๆ ว่า มีผู้แอบแฝงเข้าไปรับจ้างเขียนโครงการให้ชาวบ้านในชุมชนต่างๆ โดยเรียกเก็บเงินก่อนก็หลายแห่ง อีกทั้งวัตถุประสงค์และคำชี้แจงของธนาคารออมสินในการตั้งเกณฑ์พิจารณาโครงการมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย รวมถึงแบบเสนอโครงการที่ทุกโครงการจะต้องกรอกข้อมูลให้อยู่ในหลักเกณฑ์เดียวกันแม้ว่าโครงการแต่ละแห่ง จะมีลักษณะของการทำงานเพื่อสังคมแต่ละประเภทไม่เหมือนกันก็ตาม

    จากผลการพิจารณาล่าสุดเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีโครงการที่ได้รับการสนับสนุนเพียง ๒๑๕ โครงการ (คิดเป็นงบประมาณรวม ๗๙,๒๙๑,๒๗๑ ล้านบาท) โครงการที่อาจได้รับการสนับสนุน ๑๒๘ โครงการ และมีโครงการที่ต้องกลับไปเขียนใหม่ ๓๐๙ โครงการ

     โครงการที่เสนอเข้ามากว่า ๕,๐๐๐ โครงการ ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๔๑ จนถึงปัจจุบัน ต้องผ่าคณะทำงานที่ต้องพิจารณาอนุมัติโครงการและรับผิดชอบเงินจำนวน ๑๒๐ ล้านเหรียญหรือประมาณ ๔,๘๐๐ ล้านบาท (ณ อัตราแลกเปลี่ยน ๔๐ บาท ต่อหนึ่งเหรียญสหรัฐ ในเวลา ๔๐ เดือน) ถูกส่งกลับคืนเพื่อพิจารณาใหม่มากกว่าครึ่งด้วยเหตุผลต่างๆ นานา เช่น องค์กรไม่ใช่กลุ่มที่ขอรับการสนับสนุนได้ กิจกรรมที่เสนอมาไม่ทำให้เกิดการเรียนรู้หรือมีส่วนร่วมของชุมชน รายละเอียดโครงการไม่ถี่ถ้วน ผลประโยชน์จะตกแก่กลุ่มที่เสนอโดยไม่กระจายไปสู่สังคมโดยรวม ฯลฯ

     แต่คงไม่แปลกเท่าไรถ้าได้อ่านคำให้สัมภาษณ์ของนายเอนก นาคะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนฯ ถึงการพิจารณาในรอบแรกว่าส่วนใหญ่โครงการที่เสนอเข้ามาเป็นโครงการก่อสร้างแต่ไม่มีรายละเอียดว่าชุมชนจะเกิดกระบวนการเรียนรู้จากการก่อสร้างอย่างไร หรือมีบางโครงการขอสนับสนุนเป็นทุนหมุนเวียนโครงการซึ่งก็ไม่สามารถให้ได้อีก

     ชาวบ้านตาดำๆ ที่ฝากความหวังไว้กับกองทุนนี้ ต้องสร้างมาตรฐานตนเองให้เข้าหลักเกณฑ์ให้ได้ ทั้งๆ ที่เรื่องเหล่านี้จะว่าไปแล้วมีสักกี่ชุมชนในประเทศจะสามารถเขียนโครงการให้เข้าสายตากองทุน ที่อุดมไปด้วยภูมิปัญญานี้ได้

     หากมองถึงโครงการประเภทนี้ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา จะเห็นว่าโครงการประเภทที่ได้เงินทุนสนับสนุนมากที่สุด คือ โครงการสวัสดิการสังคมและสวัสดิภาพของชุมชนและโครงการเพื่อพัฒนาความสามารถและการเรียนรู้ในการพัฒนาอาชี พ และเศรษฐกิจชุมชน ทั้งนี้เพราะเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนกว่า เป็นการสร้างอาชีพและอบรมอาชีพแก่ชาวบ้านแน่ๆ โดยไม่ต้องตีความเพิ่มเติมหรือมองลึกลงไปอีกว่า โครงการที่มีผลทางอ้อมในการสร้างงานหรือกระจายงบประมาณไปสู่แรงงานไร้ฝีมือที่ถนัดใช้แรงงานมากกว่า

     มูลนิธิประไพ วิริยะพันธุ์ ได้ติดตามการดำเนินงานของกองทุนฯ มาโดยตลอด เล็งเห็นตั้งแต่แรกว่า กองทุนชุมชนนับเป็นความหวังหนึ่งของชุมชนหลายๆ แห่งที่ทำงานด้านพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นและเห็นว่าท้องถิ่นที่มูลนิธิฯ ให้การสนับสนุนในการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นหลายแห่ง เข้าข่ายที่น่าจะได้รับการสนับสนุนจากกองทุนชุมชนในหลายประเภท ทั้งโครงการประเภทอนุรักษ์ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และโครงการประเภทพัฒนากลุ่มเสริมสร้างความสามารถของกลุ่มและเครือข่าย ในการสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์พื้นบ้านและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่จะเป็นโครงการต่อเนื่องหลังจากที่สร้างพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเสร็จแล้ว มูลนิธิฯ จึงพยายามเสนอข้อมูลที่ไม่ค่อยจะมีใครรู้นี้ในจดหมายข่าวของมูลนิธิฯ หลายฉบับ และส่งข่าวให้ชุมชนหลายๆ แห่งทราบข่าวนี้ด้วยกัน

     เมื่อมูลนิธิฯ ได้ทำงานร่วมกับชาวบ้านเขายี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นบ้านเขายี่สาร เพื่อสร้างสำนึกในมรดกวัฒนธรรมท้องถิ่นและนำไปสู้การสร้างเสริมรายได้ให้กับชุมชนจากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและขายของที่ระลึกให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชม จนในที่สุดมูลนิธิฯ ได้มีส่วนร่วมช่วยเขียนโครงการตามหลักเกณฑ์ของกองทุนชุมชนร่วมกับผู้นำในการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ส่งไปให้คณะกรรมการพิจารณาตั้งแต่เดือนธันวาคม ที่แล้ว แต่ผลออกมาว่า " ไม่ผ่าน " ตั้งแต่การประเมินในระดับแรกคือระดับจังหวัด ก่อนที่จะต้องไปถูกประเมินในระดับชี้ขาดขั้นสุดท้ายโดย ศ.ดร.อัมมาร สยามวาลา เป็นประธาน ถ้าโครงการนั้นสามารถเล็ดลอดผ่านไปได้

     ถ้าดูจากสถิติก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรนัก เพราะมีโครงการที่ไม่ผ่านมากกว่าผ่าน คิดเป็นสัดส่วนของโครงการที่ผ่านการพิจารราราว ๑ : ๒ ๕ ซึ่งหมายถึงผ่าน ๑ โครงการ ใน ๒๕ โครงการที่เสนอมา โอกาสที่จะได้จึงเปรียบเหมือนเด็กสอบเข้ามหาวิทยาลัยดังๆ บางแห่ง แต่ที่ทำให้ไม่แน่ใจว่าจะได้รับการประเมินจากเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถและมีเวลาตรวจสอบโครงการต่างๆ จำนวนมากเหล่านี้ได้อย่างถี่ถ้วน โดยชุมชนไม่เสียโอกาสไปเปล่าๆ เพราะเจ้าหน้าที่และหลักเกณฑ์อันทรงภูมิเหล่านี้

     เท่าที่ทราบเจ้าหน้าที่กองทุนชุมชนเข้าไปประเมินโครงการในพื้นที่เพียงครั้งเดียวโดยไม่บอกกลุ่มผู้เขียนโครงการหรือกลุ่มองค์กรทราบ จึงรับทราบข้อมูลเท่าที่ชาวบ้าน ๒ – ๓ คนจะบอกให้ฟัง เมื่อสรุปได้ไม่ตรงในรายละเอียดที่ปรากฏในโครงการ คณะทำงานก็ให้ความเห็นว่า หัวข้อที่ผ่านเกณฑ์นั่นคือ กิจกรรมน่าสนใจแต่ติดที่ใช้งบประมาณในการก่อสร้างสูง แม้ว่าประโยชน์จะตกกับชาวบ้านอย่างแน่นอน แต่เมื่อสรุปรวมแล้วปรากฏว่า " โครงการนี้ไม่ผ่านเพราะชาวบ้านไม่มีส่วนร่วมในการเขียนโครงการและการทำงาน " ทั้งนี้โดยไม่ให้โอกาสผู้นำชุมชน และผู้นำกลุ่มที่แม้จะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่ก็เป็นชาวบ้านยี่สารอย่างเต็มตัว ได้ชี้แจงอธิบายรายละเอียดที่เจ้าหน้าที่อาจจะอ่านหมดหรืออ่านไม่ครบถ้วน

     ถ้าผู้ประเมินอ่านโครงการให้ถ่องแท้และเข้าใจคงไม่ตะขิดตะขวงใจแค่รูปเล่มโครงการ ที่ดูเรียบร้อยโดยการใชัคอมพิวเตอร์จัดทำอย่างสวยงามว่าเกินศักยภาพของชาวบ้าน งบประมาณที่กองทุนชุมชนตั้งไว้สำหรับโครงการหนึ่งๆ นั้นสูงถึง ๑๐ ล้านบาท) แต่ละโครงการจึงมีสิทธิ์ที่จะเสนอโครงการได้ในงบประมาณเท่านี้โดยมีโครงการหลายประเภทอยู่รวมกัน ชุมชนยี่สารจึงมีสิทธิที่จะขออนุมัติทั้งค่าก่อสร้างในการสร้างหรือปรับปรุงอาคารเพื่อจัดแสดงนิทรรศการถาวรของชุมชน และเสนอโครงการกลุ่มที่สร้างอาชีพเพื่อการท่องเที่ยวและองค์กรที่จะจัดการท่องเที่ยวที่จะให้ชาวบ้านได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยไม่มีหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐหรือนายทุนจากที่อื่นเข้ามาเคลือบแฝง

     แต่เจ้าหน้าที่ประเมินโครงการกล่าวกับผู้เขียนว่า " คงให้เงินไปสร้างโกดังเก็บของเก่าจำนวนมากๆ ไม่ได้ " ทำให้ทราบว่าศักยภาพของผู้ประเมินไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง หากเข้าใจว่าการสร้างพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในชุมชนต่างๆ หลายๆ แห่งที่ผ่านมาซึ่งดำเนินการโดยชาวบ้านอย่างเต็มรูปแบบนั้นคือ โกดังเก็บของเก่าเท่านั้นเอง

     พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นหลายแห่งสร้างรายได้สร้างอาชีพเสริมให้ชาวบ้านมามากมายก่อนที่จะเกิดกองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคมขึ้น คำแนะนำของเจ้าหน้าที่กองทุนฯ ที่กล่าวว่า " ทำไมไม่เสนอโครงการอบรมให้ชาวบ้านทำขนม " คงไม่ใช่แนวทางที่ท้องถิ่นแต่ละแห่งเลือกเดินนัก นั่นเพราะแต่ละถิ่นมีคนที่ทำขนมกันเป็นและอร่อยประจำถิ่นอยู่มากมาย โดยเฉพาะขนมหวานลือชื่อของชาวบ้านยี่สาร หากมีโครงการอบรมทำขนมกันทั้งหมู่บ้านแล้วจะเอาไปขายใคร ถ้าไม่มีคนซื้อและไม่มีพิพิธภัณฑ์ที่จะเป็นศูนย์กลางในการดำเนินงานและศูนย์กลางของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

     ทั้งๆ ที่พยายามจะฟังหูไว้หูเกี่ยวกับการดำเนินงานของกองทุนชุมชนมาโดยตลอด แต่การประเมินโครงการที่กล่าวมาข้างต้นที่ผู้เขียนรับรู้ด้วยตนเอง คงไม่สามารถสนับสนุนกองทุนอย่างนี้สุดจิตสุดใจได้ต่อไป เพราะนับวันจะเห็นแต่ความฝันที่ไม่สามารถสร้างประโยชน์ได้จริง โครงการที่ถูกตีกลับตั้งแต่การพิจารณาของคณะกรรมการจังหวัดเช่นนี้ จะหวังให้ชาวบ้านผู้เขียนโครงการและผู้ช่วย ลุ้นด้วยความกังวลใจ ทุ่มเทเสนอโครงการไปให้ดูใหม่อีกครั้งก็คงบอบช้ำ

     และเศษเงินนิดๆ หน่อยๆ ตามสถิติที่ได้เห็นจากผลงานของกองทุนฯ ที่ให้แต่ละโครงการก็คงไม่พอแม้จะซ่อมหลังคาอาคารสักหลัง ชาวบ้านหาเงินกันเองอย่างหนักเอาเบาสู้ก็คงจะได้มากกว่านี้เสียอีก

     และไม่ต้องเสียความรู้สึกด้วย

หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ