แนะนำหนังสือ ภูมิปัญญาและเทคโนโลยีท้องถิ่น |
|
| วิชญดา ทองแดง | |
ปีพุทธศักราช ๒๕๒๘ รัฐบาลได้ประกาศให้วันที่ ๒ เมษายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็น " วันอนุรักษ์มรดกไทย " นับเป็นจุดเริ่มที่ชัดเจนของภาครัฐที่ทำให้เกิดการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และเผยแพร่ภูมิปัญญาไทยอย่างต่อเนื่องและกว้างขวางเรื่อยมา และเมื่อประเทศไทยประสบมรสุมทางเศรษฐกิจซึ่งสะเทือนถึงคุณภาพชีวิตและสังคม การหันกลับมามองตัวเองเพื่อยืนบนลำแข้งของตัวเองให้ได้จึงเกิดขึ้นเป็นกระแสหลัก อีกทั้งยังมีมติของคณะกรรมการอำนวยการวันอนุรักษ์มรดกไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานอนุรักษ์มรดกไทยในปี พ.ศ. ๒๕๔๑-๒๕๔๔ ไว้ภายใต้หัวข้อ " การอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและสืบทอดสร้างสรรค์ศิลปะวิทยาการภูมิปัญญาไทย " อีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจว่าปัจจุบันมีทั้งภาครัฐและเอกชนขานรับนโยบายวัฒนธรรมดังกล่าวอย่างกว้างขวาง กิจกรรมที่มักคุ้นคือการจัดประชุมระดมความคิด เสวนา อภิปราย ค้นคว้า วิจัย หรือการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ซึ่งมักจะมีเอกสารประกอบกิจกรรมดังกล่าวอยู่เสมอ เช่นเดียวกับเอกสารชิ้นนี้ที่กรมศิลปกรจัดพิมพ์ขึ้น ในวโรกาส สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๔๒ ในเรื่อง " ภูมิปัญญาและเทคโนโลยีท้องถิ่น " ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชิต พระนคร เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๒ กรมศิลปากรได้มอบหมายให้ภัณฑารักษ์ประจำสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรียบเรียง เกี่ยวกับภูมิปัญญาไทยขึ้น โดยเดินเรื่องตามแนวปัจจัย ๔ เรียงลำดับจากอาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรคแบ่งเนื้อหาออกเป็น ๔ ส่วนหลักแยกจากกันอย่างชัดเจน คือ ส่วนแรกนำเสนอเรื่อง " ภูมิปัญญาไทยในอาหารไทย " โดยได้แบ่งออกเป็น ๔ หัวข้อย่อยคือ อาหาร : จุดกำเนิดวัฒนธรรมการดำรงชีพ, ข้าว : อาหารหลัก พื้นฐานวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย, มองภูมิปัญญาไทยจากอาหารไทย และ กินอยู่อย่างไทยในโลกปัจจุบัน ส่วนที่สองเป็นเรื่อง " ภูมิปัญญาไทยจากที่อยู่อาศัย " เรียบเรียง แบ่งออกเป็น ๔ หัวข้อย่อย ได้แก่ ปัจจัยหลักแห่งการดำรงชีพ, สิ่งสะท้อนถึงวิถีแห่งภูมิปัญญาไทย, สายใยแห่งสถาบันครอบครัว และการพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อครอบครัวไทยเป็นสุข ส่วนที่สาม คือ "ภูมิปัญญาไทยสานทอเส้นใยสู่ผืนผ้า " แบ่งออกเป็น ๖ หัวข้อ คือเครื่องตกแต่งกายไทย : เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา, การเลือกสรรที่เหมาะสมก่อนจะเป็นเส้นใยผ้า, เทคโนโลยีพื้นบ้านในการผลิตเส้นใยสีย้อมผ้าจากห้องทดลองพื้นบ้าน, ผ้าทอพื้นบ้าน : ประดิษฐกรรมจากการสั่งสมทางภูมิปัญญาและสืบสานภูมิปัญญาไทย : ผ้าไทยในยุคโลกาภิวัตน์ ส่วนสุดท้าย " ภูมิปัญญาไทยในการแพทย์แผนไทย " แบ่งออกเป็น ๓ หัวข้อคือ การแพทย์แผนไทยสายใยวัฒนธรรม, การแพทย์แผนไทยภูมิปัญญาไทย และ การแพทย์แผนไทยในโลกาภิวัตน์ แต่ละส่วนได้นำเสนอให้เห็นถึงที่มาตั้งแต่ยุคเริ่มแรกของการดำรงชีวิตมนุษย์โดยใช้หลักฐานทางโบราณคดีเป็นสิ่งอ้างอิง แล้วชี้ให้เห็นถึงพัฒนาการตามหัวเรื่องต่างๆ ตามยุคสมัยจนก้าวถึงยุคปัจจุบัน ในท้ายบทของแต่ละส่วนตีพิมพ์ภาพของวัตถุสิ่งของต่างๆ ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไว้พอเป็นตัวอย่าง ทั้งนี้ในท้ายเล่มยังมีบทคัดย่อของแต่ละเรื่องสรุปเป็นภาษาอังกฤษอยู่ด้วย ถึงแม้ว่านิทรรศการเรื่อง " ภูมิปัญญาและเทคโนโลยีท้องถิ่น " ที่จัดขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่หนังสือประกอบนิทรรศการที่มีรูปเล่มสวยงาม พิมพ์ด้วยกระดาษเนื้อดี มีภาพประกอบสี่สีตลอดทั้งเล่มก็ยังคงอยู่ สะท้อนให้เห็นถึงการขานรับนโยบายของรัฐในด้านวัฒนธรรม ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตื่นตัวในเรื่องการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและฟื้นฟูศิลปวิทยาการภูมิปัญญาไทย ได้เป็นอย่างดี |
|
| หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ |