สโมสรพิพิธภัณฑ์

   
สัมมนาเรื่อง “ สามโคกกับความรู้เรื่องพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ”
    วลัยลักษณ์ ทรงศิริ

  

เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๔๓ ที่ผ่านมา ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ร่วมกับมูลนิธิประไพ วิริยะพันธุ์ จัดสัมมนานำร่องเกี่ยวกับความรู้เรื่องพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในเขตอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

     สืบเนื่องจากการติต่อของผู้นำชุมชนวัดสิงห์ ตำบลสามโคก ที่ต้องการเรียนรู้เรื่องการจัดการพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น โดยกองทุนเพื่อการลงทุนทางสังคม ( SIF) ให้ทุนสนับสนุนการศึกษาดูงานเบื้องต้นเพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ดังกล่าว ทางศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และมูลนิธิประไพ วิริยะพันธุ์ จึงทดลองดำเนินการโดยการจัดสัมมนานำร่องเพื่อระดมความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมประชุม จากชาวบ้านในเขตสามโคก จากสื่อมวลชน ประมวลเป็นแนวทางสำหรับการดำเนินการต่อเนื่องในโครงการนี้ต่อไป

     วัดสิงห์ เป็นสถานที่ตั้งของเตาโอ่งอ่าง เตาเผาภาชนะขนาดใหญ่สมัยปลายอยุธยาได้รับงบพัฒนาของจังหวัดทำการขุดค้น วัตถุประสงค์เริ่มต้นเพียงอยากจะให้เกิดการท่องเที่ยวดูเตาเผาภาชนะโบราณ โดยการสร้างท่าเรือรองรับผู้เดินทางมาชมทางน้ำเท่านั้น

     แต่บริเวณโดยรอบของสามโคกคือ ชุมชนสองฝั่งน้ำเจ้าพระยา ที่มีแหล่งโบราณคดี วัดวาอารามตั้งแต่สมัยต้นอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์เป็นสองฝั่งน้ำที่รวบรวมกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งมอญ ลาว ไทย จีน โดยเฉพาะมอญที่เคลื่อนย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ระลอกแล้วระลอกเล่าขนกลายเป็นตัวแทนของกลุ่มชนสามโคกในที่สุด

     อย่างไรก็ตาม สัญลักษณ์ของสามโคกคงไม่พ้น " ตุ่มสามโคก " หรือบริเวณที่ทำอุตสาหกรรมปั้นหม้อไห จนถึง " อิฐมอญ " ที่เป็นงานอาชีพของคนในอดีต ซึ่งอยู่ในบริเวณแถบวัดสิงห์ ข้อเสนอประการหนึ่งจากการสัมมนาคือ บริเวณเตาโอ่งอ่างเหมาะสำหรับเป็นจุศูนย์รวมเสนอข้อมูลความหมายและความเป็นมาของสามโคกและผู้คนที่อยู่ทั้งสองฟากฝั่งเพื่อความเข้าใจของผู้คนภายนอก ส่วนการท่องเที่ยวหรือเที่ยวชมสามโคกต้องไปเที่ยวดูตามชุมชนหรือวัดต่างๆ ที่อยู่เรียงรายตามสองฝั่งแม่น้ำ เช่น วัดสิงห์ วัดสะแก วัดตำหนักทางฝั่งตะวันตก สำหรับฝั่งตะวันออกมีชุมชนมอญและสถาบันที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น ชุมชนมอญที่วัดศาลาแดงเหนือที่อพยพเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ ๒ ซึ่งในการสัมมนาช่วงเช้าได้จัดให้มีการเดินชมหมู่บ้านที่เป็นระเบียบ สะอาดเรียบร้อยและมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับพุทธศาสนา แต่ก็พิจารณาอย่างรอบคอบสำหรับการต้อนรับผู้คนที่เข้ามาจากภายนอก หรือวัดไผ่ล้อมที่มีนกปากห่างจำนวนมาก หรือที่บริเวณวัดสองพี่น้องซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญที่เรียกกันว่า " ทุ่งพญาเมือง " ในโคลงกำศรวลสมุทร

     จากการสัมมนาทำให้ได้เรียนรู้ว่า การรุกคืบของกระแสวัตถุนิยมมีความแตกต่างกันในสองฝั่งน้ำ ขณะที่ฝั่งตะวันออก เช่น ทางฝั่งวัดศาลาแดงเหนือยังรักษาวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแบบชาวมอญไว้ได้ในขณะเดียวกันทางฝั่งวัดสิงห์ทางฝั่งตะวันตกก็คล้ายเมืองกึ่งชนบทที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว เต็มไปด้วยโรงงานขนาดย่อม ถนนสายต่าง ส่วนที่เหมือนกันทั้งสองฟากฝั่ง คือ ชาวบ้านหนุ่มสาวเปลี่ยนเป็นชาวโรงงานในแถบปทุมธานีจนเกือบหมดแล้ว การดำเนินชีวิตเช่นในอดีตก็เปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคน

     ความพยายามส่วนหนึ่งในการเสนอข้อคิดเห็นในที่ประชุมคือ การจัดพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นไม่ควรคิดแต่เพียงการท่องเที่ยวนำหน้า รากฐานสำคัญที่สุดน่าจะเป็นเรื่องของการรู้จักตนเอง การเรียนรู้ความหมายของผู้คนที่เป็นบรรพบุรุษหรือผู้คนที่เคยอยู่อาศัยในบริเวณนี้มาแต่อดีต และบันทึกถึงวิถีชีวิตที่ตนเองอาจคิดว่าไม่สำคัญในปัจจุบัน แต่จะมีคุณค่ายิ่งต่อลูกหลานในอนาคต

     ข้อเสนอจากภายนอกเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ชาวสามโคกต้องนำไปพิจารณาหากจะมีการต่อสู้เพื่อให้โครงการนี้ดำเนินต่อไป

     อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ทางด้านการสนับสนุนการดำเนินการจากจังหวัด เพราะคุณหญิง จรัสศรี ทิปิรัช ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เข้ารวมฟังและเสนอความเห็นในการสัมมนาครั้งนี้ด้วย

     นอกจากนี้ทางมูลนิธิประไพ วิริยะพันธุ์ และ ศูนย์มานุษยวิทยาสิริธร ยังยินดีที่จะเป็นที่ปรึกษา เรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักวิชาการจากภายนอกและชาวสามโคก ซึ่งมีนักวิชาการท้องถิ่นที่เข้มแข็ง และชาวบ้านที่ยอมรับว่าต้องการข้อมูลอย่างยิ่งสำหรับสิ่งแปลกๆ เช่น การดำเนินงานพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเช่นนี้

     ท่ามกลางภาวะการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง กระบวนการเรียนรู้เพื่อรู้จักตนเอง เช่น การสร้างพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ช่างยากเย็นเต็มไปด้วยปัญหาและอุปสรรค แต่ก็เหมือนประกายไฟในความมืด เมื่อการสัมมนาครั้งนี้มีพระคุณเจ้าและตัวแทนชาวบ้านที่ดำเนินการสร้างพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นของตนเองจากชุมชนต่างๆ บ้างสำเร็จและบ้างยังต้องต่อสู้ต่อไปมาร่วมให้กำลังใจผู้กำลังเริ่มต้นอย่างพร้อมเพรียง

     ความร่วมมือและกำลังใจที่เริ่มก่อตัวเป็นเครือข่ายของชุมชนต่างๆ กำลังเรียกร้องให้นักวิชาการและนักคิดทั้งหลายแปรรูปสมองออกมาเป็นพลังงานกันบ้าง

หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ