ระเบียงความคิด ใต้ร่มเงาไม้ฯ |
|
| กฤช เหลือลมัย | |
เมื่อตอนเป็นเด็กมีละครทีวีเรื่อง " เงาไม้ " ออกอากาศตอนหัวค่ำทุกวันอะไรก็จำไม่ได้แล้ว คุณอัจฉรา รอดศาสตรา ดาราสาวผู้สวยสะคราญแสดงเป็นเด็กสาวลึกลับที่สามารถสื่อสารกับวิญญาณในต้นไม้ได้ ป่าทั้งป่า ตั้งแต่ไม้สูงถึงเส้นหญ้าจึงมีชีวิต เป็นเพื่อนที่คอยช่วยเหลือดูแลและระแวดระวังให้เธออยู่เสมอ หัวใจของ " เงาไม้ " คือการแสดงให้เห็นว่าสิ่งต่างๆ รวบตัวมนุษย์นั้นมีชีวิต สามารถให้คุณให้โทษได้แต่ลึกๆ ไป ละครเล็กๆ เรื่องนี้ก็เหมือนตั้งคำถามอยู่ในที่ว่า หรือทั้งหมดทั้งมวลนั้น มนุษย์นั่นเองที่ให้ความหมายกระทั่งเป็นผู้สร้างอำนาจนั้นขึ้นมา การต่อสู้กันระหว่างฝ่ายนางเอกกับผู้ร้ายในเรื่องก็คือ ตัวแทนของความขัดแย้งระหว่างฝ่ายที่มีชีวิตแอบอิงอยู่กับวงจรของธรรมชาติ กับฝ่ายที่เบียดบังกอบโกยและกำลังจะทิ้งคุณค่าของธรรมชาติไปนั่นเอง ละครจบไปพร้อมๆ กับเราโตขึ้น ต้นไม้ค่อยๆ หายไปจากสายตา ยิ่งมาสนใจวัดเก่าๆ เจดีย์พังๆ บางทีเหยียบย่ำโคนราก ฉวยคว้ากิ่งก้านเหนี่ยวโน้มตัวขึ้นไปดูลวดลายสลักหิน จนป่ายปีนลงมาก็แล้ว ยังไม่รู้ว่าเป็นต้นอะไรด้วยซ้ำ จนเมื่อสามสี่ปีที่แล้ว พ่อหมอยาอาวุโสพาไปดู " ต้นยา " ที่กู่บ้านเขวา มหาสารคาม จึงได้ระลึกชาติกันคราวนั้นเอง ต้นไม้ที่สูงใหญ่ที่ขึ้นอยู่ตรงโน้นบ้างตรงนี้บ้าง ในอโรคยศาลสมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๘ นี้นอกจากให้ร่มเงาแล้ว ก็ไม่เคยมีความหมายอะไรอื่นต่อเรามาก่อนกระทั่งพ่อหมดเริ่มชี้ให้ดูว่า " นี่ลูกปรู่นะสุกแล้วหวานๆ ชุมคอ กินเป็นยาระบาย นั่นต้นเขล็งช่อดอกสีเหลืออ่อนกินเป็นผักได้แคทุ่งนี่ดอกขาวบานแล้วเหมือนปากแตรนี่นึ่งหรือจิ้มน้ำพริกก็ได้ เป็นยาระบายอ่อนๆ เหมือนกัน ฯลฯ " ทุกต้นทุกส่วนเป็นยาได้ทั้งสิ้น ช่างน่าอัศจรรย์เสียนี่กระไร ความรู้นี้ นับว่าสืบทอดและอิงอยู่กับความหมายของอโรคยาศาลเมื่อแปดร้อยปีก่อนได้สมบูรณ์จริงๆ แต่นั้นมาเราก็เห็นชีวิตชีวาของต้นไม้ซึ่งสัมพันธ์กับโบราณสถานทุกครั้งไป เราคงไม่ต้องกลับไปกลัวผีนางไม้กันใหม่ แต่ก็น่าจะสร้างสายตาที่มองเห็นความงดงามและคุณค่าของสรรพสิ่งที่ล้วนอยู่ในวงจรธรรมชาติขึ้นมาใหม่ได้ ในเขตโบราณสถาน นอกจากปราสาทเก่าๆ เราอาจมองเห็นต้นไม้ นก หนองน้ำ ภูเขาที่อยู่ใกล้ๆ และจะแปลกอะไร ถ้าจะรวมถึงสาหร่าย ตะไคร่ ไลเคนย์สีสันแปลกตาตามเหลือบซอกหินเข้าไปด้วย จนเดี๋ยวนี้เมื่อเห็นกรมศิลปากรตัดต้นไม้จนเหี้ยนเตียนเพื่อ " บูรณะ " ปราสาทหิน ก็ขวนให้นึกถึงท่อนจบของเพลงในละคร " เงาไม้ " ทุกครั้งไป " .ไม่มีใครรู้เท่าฉัน ต้นไม้นั้นคือผู้หญิงเศร้าๆ กลางวันกรำแดดแผดเผากลางคืนยืนเหงา หนาวน้ำค้าง . " |
|
หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ |