แนะนำหนังสือ

  ไทบ้านดูดาว

    วิชญดา ทองแดง

     

หลายครั้งที่ได้ยินได้ฟังการไถ่ถามถึงการรวมเล่มบทความที่เคยตีพิมพ์ในจดหมายข่าวมูลนิธิประไพ วิริยะพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวที่เกี่ยว " ดวงดาว "

     จนถึงวันนี้ได้เห็น ไทบ้านดูดาว อันประกอบด้วยเรื่องราวที่ล้วนเกี่ยวข้องกับดวงดาวจำนวน ๑๓ เรื่อง ซึ่งได้รวบรวมและปรับปรุงจากบทความที่เคยตีพิมพ์ในนิตยสารและวารสารมีชื่อหลายฉบับ รวมทั้งส่วนหนึ่งที่เคยตีพิมพ์ในจดหมายข่าวมูลนิธิประไพ วิริยะพันธุ์

     หนังสือเล่มนี้นับเป็นการรวมเล่มผลงานเล่มที่สองของ นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว หลังจากที่ได้รวมเล่มงานเขียนสารคดีชื่อ " บันทายฉมาร์และเดียงพลาโต " โดยแพรวสำนักพิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งงานเขียนทั้งสองเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ยืนหยัดถึงความมุ่งมั่นในการทำงาน ในฐานะและบทความของ " สื่อทางวัฒนธรรม " อย่างต่อเนื่อง

     ตัวอักษรทุกตัวในหนังสือเล่มนี้ได้ทำหน้าที่บอกเล่าถึงที่มาที่ไปของผู้แต่งและการทำงานที่ผ่านมาได้อย่างชัดเจนและสมบูรณ์ในตัวเอง เฉกเช่นดาวฤกษ์ที่ส่องแสงจากภายในดังตัวอย่างจากเนื้อหาส่วนหนึ่งจากผู้เขียนที่ปรากฏอยู่ในส่วนหนึ่งของหนังสือที่หน้า (๙)-(๑๐) ว่า

     " งานเขียนชุด ไทบ้านดูดาว " เล่มนี้ ข้าพเจ้าได้ใช้เวลาต่อเนื่องกันหลายปีหลังจากเสร็จสิ้นการเขียนวิทยานิพนธ์ในหัวข้อ " ตำราดาว การศึกษาเชิงวิเคราะห์ " ทางภาควิชาภาษตะวันออก มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นแนวทางให้ข้าพเจ้าได้ทำการค้นคว้าองค์ความรู้เกี่ยวกับดวงดาวของชาวบ้านไทย ทั้งในแง่การตรวจสอบเอกสารสมุดไทยจำนวนมากและการสัมภาษณ์ผู้รู้ในท้อถิ่นต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาคเท่าที่มีโอกาสและเวลาจะอำนวยให้

     ด้วยเหตุนี้ครูของข้าพเจ้าบางท่านจึงเป็นปราชญ์พื้นบ้าน เป็นนักวิชาการที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นคนเฒ่าที่นับถือของลูกบ้าน เป็นญาติสนิท แต่หลายท่านที่มีโอกาสได้ขอความรู้ก็เป็นคนขังแท็กซี่ เป็นขอทานที่เดินเป่าแคนอยู่ริมถนน เป็นพ่อเฒ่าแม่เฒ่าที่มากับม็อบสมัชชาคนจน เป็นคุณตาที่ลุกนั่งแทบไม่ไหวแล้วในเพิงพักชายทะเล และเป็นคุณยายที่นั่งพักกินข้าวอยู่ในเถียงนากลางทุ่ง ฯลฯ

     ทั้งหมดนี้มีทั้งคนใกล้ชิดและคนแปลกหน้าที่ข้าพเจ้ายังรำลึกถึงความเมตตาของท่านเหล่านนั้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะบางท่านสามารถอดทนตอบคำถามได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งๆที่ต้องท่องผญาภาษาอีสานบทเดียวบทเดิมให้ข้าพเจ้าฟังถึงสิบกว่าเที่ยว เนื่องด้วยช่องว่างระหว่างวัฒนธรรม ที่พูดกี่ครั้งข้าพเจ้าก็ฟังไม่ออก ไม่เข้าใจสักที

     จนเหนื่อยไปทั้งสองฝ่ายร่ำๆ จะลุกหนีไปคนละทางก็หลายครั้ง แต่ความรักในดวงดาวทำให้ข้าพเจ้านั่งจด จด จด ตะบี้ตะบันถามแล้วถามอีก โดยตั้งปณิธานในใจว่า ความรู้เหล่านี้กำลังจะตายไปพร้อมคนเฒ่า ดังนั้น ไม่ (โดน) ไล่ไม่เลิกเด็ดขาด

      นับว่าเป็นการทำงานที่สุข และระทมทุกข์ไปพร้อมกันใจหายใจคว่ำเพราะบ้าคิดอยู่ว่าตัวเองกำลังเก็บข้อมูลแข่งกับความตายของคนเฒ่าอยู่ทุกวัน

      หลังจากได้สนทนากับดวงดาวในมิติต่างๆ ผ่านหนังสือเล่มนี้แล้วหลายท่านคิดไม่ต่างไปจากสิ่งที่ รศ. ศรีศักร วัลลิโภดมได้กล่าวไว้ในคำนำ หน้า (๗) ว่า "ภูมิปัญญาคือความรู้ที่เกิดจากการเรียนรู้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางวัฒนธรรมของมนุษย์เพื่อการมีชีวิตรอดร่วมกันในสังคมเป็นความรู้ที่เกิดจากการสังเกต จดจำ และกลั่นกรองของคนในท้องถิ่นที่ถ่ายทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ไม่เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของคนในสังคมท้องถิ่นร่วมกันจึงมักเรียกว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นงานค้นคว้าเรื่อง ไทบ้านดูดาว ของ นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว เรื่องนี้ก็คือ ความรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นนั่นเอง"

หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ