รายงานการสำรวจ พรานปลาแห่งลำน้ำยม ในวันที่ยังไม่มีเขื่อน |
|
| วลัยลักษณ์ ทรงศิริ | |
จากบ้านกงขึ้นไปตามลำน้ำยม สายน้ำคดโค้งและเปี่ยมฝั่ง ต้นกุ่มริมน้ำในเดือนสิงหาคมพ้นน้ำเพียงครึ่งสะบัดยอดอ่อนๆน่าเด็ดยอดไปฝากวงสำรับกับข้าวที่มีผักกุ่มดองกินกับน้ำพริกและข้าวสวยร้อนๆ ลุงจันทร์ พรานปลา วันนี้มารับจ้างขับเรือเพราะยังไม่ถึงฤดูน้ำลง พาพวกเราทวนน้ำขึ้นไปเอื่อยๆ คุ้งน้ำแต่ละแห่งมีโพงพางดักอยู่เป็นระยะ ไม่นานนักก็ผ่านหมู่บ้านใหญ่บางสนิม ในอำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย แม่น้ำยมคือเส้นเลือดใหญ่ สายน้ำวันนี้ยังไม่มีเขื่อนแก่งเสือเต้นแม้จะมีความพยายามจากรัฐอย่างยิ่ง แต่เมื่อพื้นที่ก่อสร้างอยู่ในเขตป่าเขาที่แวดล้อมไปด้วยผืนป่าสักทองผืนสุดท้ายและเผชิญการต่อต้านของชาวบ้านที่มีต่อเนื่องยาวนาน เขื่อนแก่งเสือเต้นก็ไม่อาจสร้างได้ง่ายๆ จากบางสนิมตลอดสองฝั่งแม่น้ำยมมีหมู่บ้านอยู่ประปราย และรวมตัวกันเป็นกระจุกที่บางสัง อันเป็นหมู่บ้านประมงที่ยังไม่ปรากฏในแผนที่และมีอยู่ไม่กี่หลังคาเรือน เหนือบางสังคือพื้นที่ลุ่ม หน้าแล้งใช้ปลูกถั่ว ปลูกยาสูบ หน้าน้ำน้ำหลากเข้าท่วมทุ่ง พอน้ำลดตั้งแต่ปลายเดือนสอบสองเป็นต้นไปก็เริ่มทำประมงจับปลากันทั่วท้องทุ่งและท้องน้ำ ชาวบ้านยังจักสานเครื่องมือประมงจากไม้ไผ่ใช้กันเอง เท่าพวกเราพบเห็นแขวนไว้ตามบ้านเรือนมีจำพวกลอบยืนลอบนอน ตุ้มขนาดทั้งใหญ่และเล็ก ไซเล็กหรืออีจู้ ข้องขนาดใหญ่ ฝีมือการสานละเอียดแข็งแรงเก็บไว้ใช้งานได้หลายปี แทบทั้งหมดเป็นฝีมือผู้ชาย การสังเกตและจดจำตลอดจนประสบการณ์ในการหาปลา ทำให้รู้ว่าจะต้องสานเครื่องมือเหล่านนี้ให้แข็งแรงได้อย่างไร " เถาเชือดเขา " แม้จะต้องหาซื้อมาจากที่ป่าที่ดอนห่างไกล แต่ก็จำเป็นต้องใช้มัดผูกร้อยให้เป็นรูปร่าง แซมด้วยเชือกไนล่อนก็จะทำให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เครื่องมือแทบทุกประเภทมีรูปแบบการใช้งานเดียวกัน นั่นคือ หลอกให้ปลาว่ายเข้ามาโดยมีช่องที่ใช้งาหรือไม้ไผ่เหลาด้ามเล็กๆ ร้อยต่อหรือไขว้ให้มีช่องแคบๆ เมื่อเข้ามาแล้วก็จะออกไม่ได้ หลักมีอยู่เท่านั้น ปลาในลำน้ำยมที่ขายได้ดีและหาง่ายก็มี เช่น ปลาช่อน ปลาปู ปลาหลด หรือแม้แต่กุ้งก้ามกราม สังเกตเห็นอย่างหนึ่งว่า กลุ่มบ้านแต่ละแห่งจะใช้เครื่องมือจับปลาคล้ายๆ กันตามความถนัด เช่น บางที่นิยมใช้อีจู้หรือไซเล็กต้องใช้ปลวกล่อ ซึ่งมีการเตรียมการยุ่งยากกว่า โดยใช้แรงงานผู้หญิงเตรียมไว้ให้ เช้ามืดต้องขยันไปกู้จะได้ปลากระทิงเป็นส่วนมาก ช่วงที่น้ำลงอันเป็นฤดูจับปลา ชาวบ้านที่นี่ดักปลากระทิงขายได้วันละเกือบพันบาท ชาวบ้านไม่ได้มีอาชีพเป็นพรานปลาแต่เพียงอย่างเดียว หากพอมีที่ทำนาก็ทำนา บางแห่งปลูกยาสูบริมฝั่ง ปลูกถั่ว ปลูกอ้อยบางคนไปรับจ้างในเมืองหรือต่างจังหวัดอื่นๆบ้าง ที่บ้านกงบางคนทำงานรับจ้างที่ท่าเรือขึ้นปลาหน้าน้ำลงปลาเป็นลำเรือถูกขนถ่ายเข้าท่ามากมาย ขายทั้งปลาสดและรับไปทำเป็นปลาร้า ส่งขายในเขตจังหวัดแพร่ สุโขทัย และพิษณุโลก ในแม่น้ำยมของอำเภอกงไกรลาศ มีน้ำขึ้นน้ำลงตามช่วงฤดูกาล น้ำจากเทือกเขาในจังหวัดแพร่หล่อเลี้ยงสายน้ำที่แผ่ขยายรับน้ำจากเทือกเขาหลวงทางคีรีมาศอีกต่อหนึ่ง เมื่อถึงหน้าน้ำหากเป็นปีที่น้ำมากก็เอ่อล้นตลิ่งราวกับทะเล พอช่วงหน้าแล้งก็แห้งพอเดินข้ามฝั่งได้ ก่อนน้ำแห้งคือช่วงเวลาทองของพรานปลาแห่งลำน้ำยม แม้จะมีเวลาจับปลาไม่มากนักในปีหนึ่ง แต่ก็เป็นปลาตามธรรมชาติที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจในวิถีชีวิตของชาวบ้าน เพราะเป็นปลาที่ชาวบ้านใช้บริโภคภายในท้องถิ่นอย่างพอเพียง หากเหลือก็ใช้นำไปทำปลาร้าเก็บเอาไว้ได้อีกนาน วันนี้ลำน้ำยมยังไม่มีเขื่อนแก่งเสือเต้น พรานปลายังหากินดีอยู่ ธรรมชาติก็ไม่ถูกเปลี่ยนแปลงไปมากนัก ยังพอมองเห็นภาพท้องน้ำที่ร้องสร้อยเพลงเรือวรรคนี้ได้ " เดือนสิบเอ็ดน้ำนอง เดือนสิบสองน้ำทรง ถึงเดือนอ้ายเดือนยี่น้ำก็รี่ไหลง " และมหกรรมจับปลาก็เริ่มเมื่อน้ำเริ่มไหลลงนี่เอง ถึงช่วงนั้นลุงจันทร์พรานปลาคงไม่ว่างจะพาพวกเราลงเรือทวนน้ำกันอีก |
|
หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ |