เปิดประเด็น ทรพี ทรพา และเสือ ความหมายเชิงสัญลักษณ์ในสังคมไทย |
|
| ศรีศักร วัลลิโภดม | |
คนโบราณในสังคมไทยสอนลูกสอนหลานให้สำนึกถึงความเป็นมนุษย์ และการมีคุณธรรมด้วยการอุปมาอุปไมยกับธรรมชาติผ่านมาทางวรรณคดี เพราะธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นสิงสาราสัตว์ ต้นไม้ แม่น้ำ ลำคลอง และอื่นๆ ล้วนเป็นสภาพแวดล้อมที่มนุษย์มีความคุ้นเคย มีการสังเกต มีการนำไปคิดคำนึง และสร้างเป็นความรู้เป็นภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดกันสืบมา ปัจจุบันสังคมไทยส่วนใหญ่ทิ้งธรรมชาติและสร้างสิ่งแวดล้อมเทียมขึ้นมา เช่น บรรดาป่าคอนกรีตที่พบทั่วไปในเมืองต่างๆทำให้ขาดการเข้าใจและเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากธรรมชาติ การสอนให้เด็กๆ ได้รับรู้ถึงความเป็นมนุษย์และการมีศีลธรรมคุณธรรมก็มักผ่านตามโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ที่ดีแต่หยิบยกแนวคิดทฤษฎีจากภายนอก โดยเฉพาะฝรั่งตะวันตกมาอ้างอิง เลยทำให้ขาดความเข้าใจความเป็นมนุษย์และคุณธรรมที่เคยมีมาแต่เดิมอย่างน่าเสียดาย ทุกวันนี้การขาดการเป็นมนุษย์และศีลธรรมในสังคมไทยปรากฏให้เห็นเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์และบนจอโทรทัศน์อยู่บ่อยๆ ถึงเรื่องที่เกี่ยวกับลูกฆ่าพ่อฆ่าแม่ พ่อข่มขืนลูก ลุงข่มขืนหลาน พี่น้องฆ่ากันเองเพื่อแย่งชิงมรดกและทรัพย์สมบัติ นับเป็นพฤติกรรมโหดเหี้ยมผิดความเป็นมนุษย์อย่างสุดๆ ทีเดียว ทำให้นึกถึงเรื่องราวในวรรณคดีรามเกียรติ์ที่คนไทยแต่ก่อนมักจะนำมาเล่าสู่กันฟังหรือสอนลูกสอนหลาน คือการต่อสู้ระหว่างควายสองตัวพ่อลูกที่มีชื่อว่า ทรพี ทรพา คนส่วนใหญ่รู้จักเพียงทรพีซึ่งเป็นลูก เพราะเป็นผู้ประกอบอนันตริยกรรมคือฆ่าพ่อที่ชื่อทรพา ถ้าหากใครเป็นลูกอกตัญญูทุบตีพ่อแม่หรือไม่ดูแลพ่อแม่ในยามแก่เฒ่า ก็มักจะได้รับคำประณามว่าเป็นลูกทรพี บางคนปัญญาอ่อนไม่เข้าในในการอุปมาอุไมย ก็มักพาลไปเรียกควายทุกตัวเป็นทรพีไปหมด ทำให้ภาพพจน์ของควายเสียหายมากขึ้นไปกว่าเดิม เพราะโดยทั่วไปมักมองว่าควายเป็นสัตว์โง่เขลาอยู่แล้ว แต่แท้จริง ทรพา ทรพีเป็นของคู่กัน จะเลือกรู้จักแต่เพียงทรพีไม่ได้ ทั้งทรพีและทรพาเป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้าย ทรพาเป็นพ่อที่บ้าอำนาจ เที่ยวไปมีเมียไว้ตามที่ต่างๆ แต่ชั่วร้ายมากคือจะฆ่าลูกตัวผู้ทุกตัวที่เกิดมา เพราะกลัวจะมาแย่งความเป็นใหญ่และฆ่าตน ส่วนทรพีคือลูกที่แม่แอบซ่อนไว้ไม่ให้พ่อรู้เพราะกลัวโดนฆ่า จึงเติบโตมาด้วยความโกรธแค้นและตามฆ่าพ่อในที่สุด เมื่อฆ่าพ่อได้ก็มัวเมากับอำนาจและพลัง เที่ยวระรานทำร้ายผู้อื่น ในที่สุดก็โดนพาลีซึ่งเป็นเจ้าเมืองขีดขีนและเป็นลุงของหนุมานฆ่าตาย ความชั่วร้ายที่เป็นเรื่องพ่อฆ่าลูกและลูกฆ่าพ่อเช่นนี้ คนโบราณถือว่าเป็นความวิปริตผิดมนุษย์ จึงเอาไปยกให้เป็นเรื่องของสัตว์คือควาย ควายจึงเป็นสัตว์เจ้ากรรมต้องรับไป ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว ควายเป็นสัตว์ที่เป็นประโยชน์และมีคุณต่อมนุษย์อย่างมหาศาล แต่เรื่องนี้ต้องไปโทษคนอินเดียเพราะเป็นเจ้าของเรื่องรามเกียรติ์ คนอินเดียมักจะมองสัตว์เนรมิต เช่น ราชสีห์ นาค ครุฑ เป็นสัตว์สัญลักษณ์ของความดีงาม และเอาสัตว์ธรรมชาติเป็นสัญลักษณ์ของความธรรมดาและความไม่สูงส่งไป นับว่าแตกต่างไปจากวิธีคิดของคนท้องถิ่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีอุปมาอุปไมยความเป็นมนุษย์จากสัตว์ที่เป็นธรรมชาติ ทำให้อดนึกถึงภูมิปัญญาของคนชายขอบพวกหนึ่งในสังคมไทยไม่ได้ คือพวกซาไกทางตอนใต้ของประเทศไทยที่คนทั่วไปเรียกว่า พวกเงาะ คำว่า " เงาะ " นับเป็นมนุษย์พวกหนึ่งในความคิดของคนไทยแต่เป็นอมนุษย์ที่ไม่ดุร้ายและโหดเหี้ยมเหมือนพวกยักษ์ มาร และภูตผี เพราะเด็กสามารถล้อเล่นด้วยการเอาไม้ผูกดอกไม้แดงไปล่อให้ตามมาได้ ดังในเรื่องสังข์ทองตอนล่อเงาะมาให้นางรจนาดูตัว ความเป็นชาติพันธุ์ของซาไกหรือพวกเงาะถูกนำมาให้คนไทยทั่วไปรู้จักจากพระราชนิพนธ์เรื่องเงาะป่า ของล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ ซึ่งทรงนำนิยายท้องถิ่นจากคำบอกเล่าของคนังเด็กซาไกที่ทรงนำมาชุบเลี้ยงมาทรงพระราชนิพนธ์ขึ้น คนส่วนใหญ่เวลาอ่านมักเพลิดเพลินกับเรื่องความรักของ ซมพลา ลำหับ และฮเนา ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญในเรื่อง แต่สิ่งที่ให้ความรู้ที่เป็นคติธรรมที่ดีที่สุดเห็นจะเป็นบทละครในพระราชนิพนธ์ที่กล่าวถึงผู้ใหญ่อบรมลูกหลานในพิธีกรรมว่า " ลูกรัก จงดูเยี่ยงพยัคฆ์โคร่งใหญ่ ถึงร้ายกาจอาจหาญสักปานใด ก็มิได้ทำร้ายแก่ลูกเมีย " ความเป็นมนุษย์และคุณธรรมของความเป็นคนของกลุ่มชนที่เรามักดูถูกว่าเป็นคนโง่เง่าป่าเถื่อนนั้น มาจากความรู้ในการอุปมาอุปไมยธรรมขาติของสัตว์ในท้องถิ่นผ่านประเพณีพิธีกรรมจากผู้ใหญ่มาสู่เด็กในกระบวนการอบรมทางสังคมอย่างลุ่มลึก ในขณะที่กลุ่มคนที่อ้างตัวเองว่าเป็นคนฉลาดมีอารยธรรมในสังคมไทย ปัจจุบันที่กำลังปฏิรูปการศึกษาใหม่และจัดตั้งกระทรวงใหม่ ที่รวมเอาศาสนา วัฒนธรรม ศิลปกรรม และอะไรต่างๆ นานามาอยู่ด้วยกัน ยังพูดอะไรที่เลอะๆ เลือนๆ วนไปวนมาอย่างน่าเบื่อ แต่ที่น่าขมขื่นก็คือ มักมีคนที่เสียอำนาจบางคนมักพูดแก้ต่างให้กับตนเองว่า ตนอยู่ในฝูงเสือ เมื่อมีเรื่องขัดแย้งกัน ความสำนึกในความเป็นเสือทำให้ไม่ทำร้ายพวกเดียวกัน โดยนัยเช่นนี้เสือเลยถูกมองเป็นสัญลักษณ์แห่งการมีอำนาจและความชั่วร้ายของคนบางกลุ่มในสังคมไป |
|
หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ |