แนะนำหนังสือ ว วัฒนธรรม ศาสนา ชาติพันธุ์ วิเคราะห์สังคมไทยแนวมานุษยวิทยา |
|
| วิชญดา ทองแดง | |
ก่อนที่จะมุ่งไปที่การวิเคราะห์สังคมไทย หนังสือเล่มนี้ให้แนวคิดพื้นฐานไว้ว่า "วัฒนธรรม " คือระบบในสังคมมนุษย์ที่มนุษย์สร้างขึ้น มิใช่ระบบที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติตามสัญชาตญาณ ดังนั้น " ศาสนา " ที่คนเห็นว่าสำคัญและมีผู้ให้นิยามไว้อย่างหลากหลายจึงเป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งของวัฒนธรรม และทั้งสองสิ่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มี " กลุ่มชาติพันธุ์ " ซึ่งก็คือกลุ่มคนที่มีขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษาพูด และวิถีชีวิตเหมือนกัน อาจอาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกันหรือแยกกันอยู่แต่เป็นกลุ่มคนที่มีจิตสำนึกของความเป็นสมาชิกของเผ่าพันธุ์เดียวกัน แนวความคิดข้างต้นมิใช่สิ่งแปลกใหม่ไปจากสิ่งที่มักคุ้นกันอยู่ในสังคมไทย เพราะเป็นเรื่องที่สอนสั่งกันมาในวิชาสังคมศึกษาในทุกระดับชั้น แต่ทั้งนี้ในบทนำ ผู้แต่งได้ชี้แจงถึงสิ่งที่สร้างสรรค์ขึ้นเป็นหนังสือเล่มนี้ไว้ว่า " การวิเคราะห์สังคมไทยในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนได้พิจารณาทีละเรื่อง ทีละประเด็น ทำให้เนื้อหาของแต่ละบทมีความสมบูรณ์ในตัวของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน ผู้เขียนเชื่อว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างเรื่องต่างๆ ที่เสนอมาด้วย วิธีการเรียงบทจึงเป็นการพยายามมองจากอดีตถึงปัจจุบัน ในบทที่ ๑ ผู้เขียนพูดถึงวิวัฒนาการของมนุษยชาติ ในบทที่ ๒ เรื่องการเกิดวัฒนธรรมและศาสนา บทที่ ๓ กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างศาสนาและสถาบันทางสังคมอื่นๆ ส่วนบทที่ ๔ ชี้ให้เห็นว่าศาสนายังมีอิทธิพลต่อการกำหนดค่านิยมและโลกทัศน์ของสมาชิกในสังคมด้วย ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอาจวิเคราะห์ด้วยทฤษฎีวิวัฒนาการหรือทฤษฎีแพร่กระจายทางวัฒนธรรมและขยายตัวของกลุ่มชาติพันธุ์ก็ได้ แนวคิด ๒ ทฤษฎีอยู่ในบทที่ ๕ และเพื่อความสืบเนื่องบทที่ ๖ จึงบรรยายถึงการเกิดกลุ่มขาติพันธุ์ต่างๆ ในเอเชียอาคเนย์ ในระยะแรกของการเกิดกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ต่างก็มีพัฒนาการของตัวเอง เป็นชาติพันธุ์กลุ่มเล็กบ้างใหญ่บ้าง บางกลุ่มชาติพันธุ์พัฒนาเป็นอาณาจักรและรัฐประเทศ เมื่อเกิดรัฐประเทศความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์จึงเกิดเป็นปัญหา แนวคิดทฤษฎีที่นำมาเสนอในบทที่ ๗ จึงเป็นแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งอาจเป็นความสัมพันธ์ที่ราบรื่นหรือความสัมพันธ์ที่ขัดแย้ง ส่วนในบทสุดท้าย บทสรุป ผู้เขียนอธิบายถึงวิธีการปรับตัวของสังคมไทยสมัยใหม่ โดยมีศาสนาเป็นกลไกสำคัญ ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า วัฒนธรรม ศาสนา และชาติพันธุ์เป็นองค์ประกอบร่วมกันของสังคมไทย " ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมจากเนื้อหาที่ใช้สอนในวิชาต่างๆ ดับนั้น จึงมีวิธีการเขียนที่มุ่งอธิบาย ให้ผู้อ่านเชื่อมโยงความคิดพื้นฐานสำคัญทางสังคมและมานุษยวิทยาด้วยภาษาเรียบง่าย มีส่วนของคำนำ เนื้อเรื่อง และบทสรุป เป็นโครงสร้างของการเขียนในแต่ละบท นอกจากนี้ยังได้เสนอแผนผังเพื่อช่วยเชื่อมโยงและสรุปความเข้าในแทรกอยู่ตามบทต่างๆ แม้ว่าในหลายๆ ส่วนจะมีเนื้อหาที่เป็นรายละเอียดขยายแนวคิดอยู่มากโดยเฉพาะในบทแรกๆ ของหนังสือที่อาจจะทำให้ดูเยิ่นเย้อไปบ้างก็ตาม แต่เมื่อกล่าวถึงแนวคิดและทฤษฎีสำคัญก็จะสะท้อนให้เห็นว่าผู้เขียนได้ใช้ความพยายามอย่างมากที่จะอธิบายสิ่งที่มักถูกมองว่า " ย่อยยาก " ให้ง่ายขึ้น รวมทั้งในบทสุดท้ายยังได้เสนอการวิเคราะห์สังคมไทยบนฐานวัฒนธรรม ศาสนา และชาติพันธุ์ ที่มีการเมืองการปกครองและปัจจัยทางสังคมอื่นๆ เป็นองค์ประกอบผ่านกรณีศึกษาอันเป็นปรากฏการณ์ซึ่งเคยเป็นที่รู้จักกันดีในสังคมไทย เช่น การจัดตั้งสำนักปู่สวรรค์ หรือบทบาทของสำนักจิตตภาวัณ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ฯลฯ หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเล่มหนึ่งที่เหมาะสำหรับผู้สนใจศึกษาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาในเบื้องต้นจะได้อ่านเป็นเล่มแรกๆ ก่อนที่จะอ่านหนังสือเล่มอื่นๆ ของศาสตร์แขนงนี้ต่อไป ข้อคิดเห็นหนึ่งที่ผู้เขียนได้เตือนผู้อ่านให้คิดก่อนที่จะหลงและเชื่อตามทุกสิ่งทุกอย่างจากหนังสือเล่มนี้ก็คือ สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมนั้น มีลักษณะซับซ้อนและไม่สามารถแยกออกจากกันโดยเด็ดขาดได้ แต่นักวิชาการจำเป็นต้องพิจารณา วิเคราะห์ แยกแยะองค์ประกอบต่างๆ ออกจากัน และสร้างแนวคิด ทฤษฎีต่างๆ ขึ้นมา เพื่อช่วยทำความเข้าใจและอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น และข้อความในปกหลังของหนังสือเล่มนี้ได้ชี้ให้เห็นถึงจุดประสงค์ของผู้เขียนในฐานะนักสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า " ผู้เขียนได้พยายามเชื่อมโยงไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าศาสนาเป็นส่วนประกอบของวัฒนธรรม และวัฒนธรรมคือปัจจัยกำหนดชาติพันธุ์ หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ผู้อ่านมองสังคมไทยเชิงวิเคราะห์เพื่อจะเข้าใจตัวเองดีขึ้น " |
|
หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ |