แนะนำหนังสือ ห้าเดือนกลางซากอิฐปูนที่อยุธยา |
|
| มุฑิตา ณรงค์ชัย | |
ห้าเดือนกลางซากอิฐปูนที่อยุธยา เป็นผลงานบันทึกเชิงวิชาการ ด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลป์ โดย ณ.ปากน้ำ หรืออาจารย์ ประยูร อุลุชาฏะ ผู้เดินทางไปสำรวจโบราณวัตถุสถานต่างๆ จำนวนกว่า ๒๐๐ วัด ในอยุธยา พร้อมด้วยคณะทำงานอันได้แก่คุณ นิพนธ์ ขำวิไล คุณ ปรีดา อัมพลภ คุณ อวบ สาณะเสน และคุณอรรถทวี ศรีสวัสดิ์ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๙-มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๐ ซึ่งครั้งนั้นมีมูลนิธิเอเชีย เป็นผู้เอื้อเฟื้อค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการสำรวจ เนื้อหาของหนังสือเป็นการนำเสนอในการสืบค้นรูปแบบศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมอยุธยา ผ่านการบันทึกประจำวัน ซึ่งได้ตั้งข้อสันนิษฐานทางประวัติศาสตร์ เช่น พงศาวดาร ตำนาน มาประกอบอย่างเป็นระบบ มีภาพลายเส้นและภาพถ่ายประกอบโดยตลอด นอกจากนี้ยังได้รวบรวมใบเสมาของวัดต่างๆ ขนาดอิฐของวัดต่างๆ และดัชนีค้นชื่อวัดไว้ด้วย อาจกล่าวได้ว่าหนังสือเล่มนี้สามารถใช้เป็นพื้นฐานที่ดีในการศึกษาเชิงโบราณคดีเชิงประวัติศาสตร์ศิลป์ของอยุธยา สาระของ ห้าเดือนกลางซากอิฐปูนที่อยุธยา มิได้จำกัดลงเฉพาะศิลปกรรมอยุธยาเท่านั้น แต่อาจารย์ประยูรได้พบเจดีย์ทรงลังกาและหลักฐานทางโบราณวัตถุอีกหลายอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าอยุธยามิได้ถือกำเนิดขึ้นมาอย่างลอยๆ แต่น่าจะสืบเนื่องและมีพัฒนาการมาจากเมืองอโยธยา อันปรากฏชื่ออยู่ในหลักฐานหลายๆ แห่ง เช่น พงศาวดารเหนือ ศิลาจารึกของพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑ นอกจากนี้อาจารย์ประยูรยังได้ตั้งข้อสังเกตไว้ให้ขบคิดหลายประเด็น อาทิ เหตุใดจึงพบโบราณวัตถุสมัยทวารวดีเป็นจำนวนมากที่อยุธยา หรือเมืองปทาคูจามที่มีชื่อปรากฏอยู่ในพงศาวดารนั้น เดิมอาจจะตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของตัวเกาะอยุธยาก็เป็นได้ ฯลฯ อันที่จริงอาจารย์ประยูรได้สร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการเป็นจำนวนมาก แต่สาเหตุที่เลือกแนะนำหนังสือเล่มดังกล่าว เนื่องจากถ้อยคำที่ปรากฏได้สะท้อนให้เห็นถึงความอุตสาหพยายามของบุคคลผู้มีหัวใจอุทิศให้กับศิลปวัฒนธรรมของชาติอย่างมิเห็นแก่เหน็ดเหนื่อย เช่นวันที่ ๒๐ มกราคมพ.ศ.๒๕๑๐ " ชายผู้นั้นนำทางเราเดินอ้อมกำแพงวัดมเหยงคณ์ไปทางเหนือแล้วเลาะชายคลองไปทางตะวันออก สุดหัวเกาะแกก็ชี้ให้เดินตัดตรงไปทางทิศใต้ เรากัดฟันเดินตัดทุ่งนาข้างลำรางสายใหญ่อันโอบรอบวัดมเหยงคณ์ไปถึงโคกเนินดิน แล้วเดินไปตามทางที่ลัดเลาะเข้าป่า มองไม่เห็นจุดหมายปลายทางแต่อย่างใด เดาส่งไปอย่างนั้นเอง ที่สุดก็หลง ต้องเดินย้อนกลับมาจุดเริ่มต้นใหม่ เดินบุกป่าฝ่าดงไปจนทะลุลำรางใหม่ " (หน้า ๒๕๔,๒๕๖) มีความสะเทือนใจที่ได้พบความสูญสลายในโบราณวัตถุสถาน บันทึกไว้ว่าเมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๐๙ ว่า " ..เดี๋ยวนี้ก้าวหน้าถึงขนาดตัดเศียรพระพุทธรูปไปขายกัน เป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว แต่ก่อนนั้นฝรั่งลงมือตัดเอง จะจ้างคนไทยก็ไม่มีใครกล้าทำ เพราะเป็นชาวพุทธยังคงละอายต่อบาปอยู่ มาบัดนี้ไม่ต้องร้อนถึงฝรั่ง พวกเราชาวพุทธลงมือกันเสียเองแล้วเอาไปเสนอขายฝรั่ง ดูแล้วก็เป็นเรื่องน่าอับอายยิ่งนัก " (หน้า ๑๖๒) บัดนี้อาจารย์ ประยูร อุลุชาฏะ ได้มีชีวิตล่วงเข้าสู่อีกภพหนึ่ง ซึ่งจะมีงานพระราชทานเพลิงศพ ณ. วัดมงกุฎกษัตริยาราม ในวันที่ ๙ พฤษภาคม นี้ แต่ผลงานอันมีคุณูปการรวมทั้งคุณความดีตลอดชีวิตที่ผ่านมายังคงอยู่ ให้บุคคลรุ่นหลังได้ศึกษาและอาลัย |
|
หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ |