แนะนำหนังสือ งานแสดงนิทรรศการสินค้าพื้นเมืองไทย ในพระราชพิธีสมโภชพระนครครบร้อยปี พ.ศ.๒๔๒๕ |
| ศรัณย์ ทองปาน |
ในวาระครบ ๑๐๐ ปี แห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.๒๔๒๕ ในตอนต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชพิธีสมโภชน์กันเป็นการเอิกเกริก ส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองก็คือการจัด " นาเซนแนลเอกชฮิบิเซอ่น " ( National Exhibition) ณ ท้องสนามหลวง งานนิทรรศการครั้งนั้นว่ากันว่ามีห้องจัดแสดง (ซึ่งก็คือโรงไม้ไผ่มุงจาก) ถึง ๔๐ ห้อง มีสิ่งของที่นำมาให้ดูชมหลายหลากมากมาย ตั้งแต่เครื่องเพชรเครื่องทองของหลวง ภาพเขียน งาช้าง แร่ธาตุ หนังสือ อาวุธ เครื่องมือหาปลา พืชพันธุ์ ฯลฯ เปิดให้ชมกันเป็นเวลานานถึงสามเดือน มีผู้เข้าชมหลายหมื่นคน ที่น่าเสียดายก็คือในปัจจุบันคงเหลือหลักฐานเกี่ยวกับงานครั้งนี้น้อยมาก มีภาพถ่ายเพียงหนึ่งหรือสองภาพในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ (คือรูปที่นำมาลงเป็นปก) ส่วนหนังสือบัญชีสิ่งของที่นำมามาตั้งแสดงนั้น ที่จริงแต่ละห้องก็คงมีรายการเฉพาะเป็นเล่มต่างหากจากกัน ทว่า เมื่อสำนักพิมพ์ต้นฉบับจะนำมาตีพิมพ์ซ้ำใหม่นี้ กลับค้นพบเพียงสี่ฉบับของสี่ห้อง จากสี่สิบห้องจัดแสดง (คิดเป็นสิบเปอร์เซ็นต์) แต่กระนั้น ลำพังแต่เพียงเท่าที่ปรากฏอยู่ในหนังสือ งานแสดงนิทรรศการสินค้าพื้นเมืองไทย ในพระราชพิธีสมโภชน์พระนครครบร้อยปี พ .ศ.๒๔๒๕ ก็ยังนับว่าน่าสนใจมาก ดังจะขอกล่าวถึงแต่ละเล่มอย่างย่อๆ ดังนี้ -บาญชีหนังสือไทยต่างๆ ๑๕๐ เรื่องของ ก.ศ.ร. กุหลาบ นายกุหลาบนั้นนับได้ว่าเป็นนักเขียนนักค้นคว้าสามัญชนคนสำคัญในสมัยรัชกาลที่ ๕ (อาจพอเทียบเคียงกับคุณเอนก นาวิมูลได้ ในบางลักษณะ)บัญชีเล่มนี้จะแสดงให้เห็นว่าหนังสือทั้งฉบับเขียนและฉบับพิมพ์ในรุ่นแรกๆ ที่นายกุหลาบได้รวบรวมไว้นั้นคือหนังสืออะไรบ้าง -บาญชี ฟืน ถ่าน เกลือ จะมีรายละเอียดของฟืน ถ่าน เกลือ ชนิดต่างๆ ที่ได้มาจากแหล่งต่างๆ ในราชอาณาจักร พร้อมราคาซื้อขาย ทุกวันนี้เราอาจนึกไม่ออกว่าฟืนหรือถ่านจะสำคัญอย่างไร แต่ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ฟืนและถ่านนับได้ว่าเป็นแหล่งพลังงานหลักของสังคมไทย นอกจากได้หุงข้าวต้มแกงตามบ้านเรือนราษฎรหรือใช้อยู่ไฟแม่ลูกอ่อนแล้ว ฟืนยังใช้เผาหม้อไห ใช้ในอุตสาหกรรมเคี่ยวน้ำตาลทราย ตลอดจนเรือกลไฟ ที่น่าสนใจก็คือบางรายการก็จะให้ความรู้เกล็ดเล็กเกร็ดน้อยต่างๆ ที่เกี่ยวกับต้นไม้ชนิดนั้นๆ ไว้ด้วยเช่น .. " ฟืนไม้ปรูมาแต่ป่า ราษฎรมักใช้ทำรางปืนแลทำยาโดยที่สุดชั้นทำไม้ควักปูนว่ากันผีปอบ.. " -บาญชีขนมต่างๆ จะให้รายชื่อขนมนานาชนิด ทั้งของไทย ญวน จีน และขนมของฝรั่งที่มีกินกันในกรุงเทพฯ เวลานั้นถึงเกือบสามร้อยชนิด พร้อมทั้งแหล่งผลิตและราคาจำหน่ายปลีก-ส่ง ผู้ที่สนในเรื่อง " ขนมโบราณ " ก็คงอ่านเรื่องนี้ได้ดีด้วยความเพลิดเพลิน และเช่นเดียวกัน บัญชีขนมก็ยังแทรกความรู้บางอย่างไว้ด้วย เช่น " วุ้น ๑ ชา ๑ สาค ๑ สริ่ม ๑ ๔ สิ่งนี้ เป็นของราษฎรแต่โบราณ ถ้าท่านจะทำการวิวาหมงคลและโกนจุกและทำการเลี้ยงผู้คนสิ่งใดๆ ก็ดี ก็ต้องมีขนมสี่สิ่งนี้เป็นที่ออกหน้า ถ้าผู้ใดไปช่วยการ ผู้ใดก็คงได้รับประทานขนม ๔ ถ้วยนี้ทุกๆ งาน จึงได้เรียกกันไปว่ากิน ๔ ถ้วย แต่ราคาที่จะซื้อขายนั้นไม่เห็นใครซื้อขายกัน " -บาญชีเครื่องจำลองตัวอย่างต่างๆ หมวดว่าด้วยเครื่องมือทำนาแลพันเข้า บัญชีเล่มนี้ได้รายนามและราคาของเครื่องมือทำนาตั้งแต่ จอบ พร้า ไปจนถึงเกวียนและทะนานตวงข้าว และชื่อพันธุ์ข้าวต่างๆ ทั้งข้าวเจ้า ข้าวเหนียว อีกราว ๗๐ พันธุ์ พร้อมราคาข้าวเปลือก ข้าวสาร ปัจจุบันข้าวพื้นเมืองเหล่านี้จะยังหลงเหลืออยู่อีกมากน้อยเพียงใดก็ไม่อาจทราบได้ แม้แต่เครื่องมือทำนาบางชนิดที่กล่าวถึงไว้ เช่น เหลียนนั้นดูจะสาบสูญไปแล้ว ขนดพจนานุกรมยังไม่เก็บคำนี้ไว้เลย หนังสือ งานแสดงนิทรรศการสินค้าพื้นเมืองไทย ในพระราชพิธีสมโภชพระนครครบร้อยปี พ.ศ.๒๔๒๕ นี้ แม้จะเป็นเพียงหนังสือเล่มบ่งๆ แต่ก็อ่านได้ประโยชน์แก่ผู้สนใจในเรื่องต่างๆ ได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพิพิธภัณฑ์ ประวัติศาสตร์ การเกษตร อาหาร หรืออะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย ในท้ายที่สุด ก็คงต้องขอบคุณสำนักพิมพ์ต้นฉบับที่อุตสาหะทยอยพิมพ์ซ้ำหนังสือเก่าออกมาให้ได้อ่านกัน แม้จะดูท่าว่าคงขายได้ยากเย็นเต็มทีในโลกยุคไอทีเช่นทุกวันนี้ |
หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ |