บันทึกจากท้องถิ่น ชื่อบ้าน นามเมือง ของไทเหนือในเมืองสิง |
|
| วิชญดา ทองแดง | |
เอกสารรายงานการสำรวจเบื้องต้นของ " นักวิชาการไทย " ฉบับหนึ่ง มีข้อความกล่าวถึง " ประวัติเมืองสิง " จากคำบอกเล่าของข้าราชการท้องถิ่นที่อ้าง " ข้อมูลจากเอกสารท้องถิ่น " ว่า ในปีจุลศักราช ๑๒๒๙ (ค.ศ.๑๘๘๖) มีกลุ่มไทเหนือ (เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าไทใหญ่) อพยพลงมาตั้งบ้านเมืองเพิ่มเติมในบริเวณเมืองสิง ซึ่งปัจจุบันมีหมู่บ้านของกลุ่มที่เรียกตนเองว่าไทเหนือ ยังคงตั้งบ้านเรือนอยู่รอบเมืองสิงทางทิศใต้ในรัศมี ๕-๖ กิโลเมตร อยู่ ๕ หมู่บ้าน คือ บ้านน้ำแก้วหลวง บ้านลิลิเฮือง บ้านทองใหม่ บ้านผาดอย และบ้านกุ่ม เมืองสิงเป็นเมืองสำคัญในแขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว มีกลุ่มชาติพันธุ์ลื้ออยู่มาก มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และมีหลากหลายแง่มุมที่น่าสนใจศึกษา โดยเฉพาะไทเหนือที่ทางการลาวบอกว่าในประเทศลาวมีหมู่บ้านไทเหนือเพียงที่นี่ที่เดียวเท่านั้น (?) ในเบื้องต้นผู้เขียนมุ่งความสนใจไปที่ชื่อหมู่บ้านไทเหนือทั้ง ๕ หมู่บ้านนี้ เพราะเชื่อว่าน่าจะนำไปสู่ประวัติศาสตร์และความเป็นมาของแต่ละหมู่บ้าน รวมถึงเห็นภาพรวมของไทเหนือในเมืองสิงทั้งหมดต่อไป บ้านน้ำแก้วหลวง ตั้งชื่อบ้านตามชื่อลำน้ำแก้วที่ไหลผ่าน แล้วต่อท้ายด้วย " หลวง " ซึ่งแปลว่า " ใหญ่ " เพื่อแยกออกจากบ้านน้ำแก้วน้อย อันเป็นบ้านที่มีกลุ่มชาติพันธุ์ลื้อตั้งถิ่นฐานอยู่ มีเอกสารพื้นเมืองหลายฉบับที่ปรากฏชื่อไทเหนือบ้านน้ำแก้วหลวง ซึ่งยืนยันได้ว่ามีไทเหนือมาอยู่ที่เมืองสิงกว่าร้อยปีแล้ว บ้านสิลีเฮือง เมื่อตอนตั้งบ้านใหม่ๆ มีคนล้มเจ็บและตายมาก ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านจึงเอา " กกสิลี " มาปลูกเพื่อให้เป็นสิริมงคล ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้บ้านฮุ่งเฮือง (รุ่งเรือง) ขึ้น แล้วตั้งชื่อหมู่บ้านว่า "บ้านสิลีเฮือง " อยู่ร่มเย็นเป็นสุขตั้งแต่นั้นเป็นต้นมากว่าร้อยปี คำว่า " สิลี " นั้น คนเมืองสิงออกเสียงพยางค์ที่สองเป็นเสียงยาว คือ " สิลี "คำนี้น่าจะรับมาจากคำว่า " ศรี " หรือ " สิริ " ของภาษาบาลีสันสกฤต และที่ใช้เรียกต้นโพธิ์นั้นอาจเลือกรับเอาส่วนหนึ่งมาจาก " ศรีมหาโพธิ์ "หากจะเขียนชื่อหมู่บ้านนี้ตามโลกทัศน์ไทย ก็จะได้ชื่อว่า " บ้านสิริเรือน " บ้านสิลีเฮือนเป็นบ้านเกิดของเจ้าเมืองสิงคนปัจจุบันและเป็นบ้านที่ผลิตข้าวซอย (ก๋วยเตี๋ยว) ขายในตลาด บ้านทอใหม่ เมื่อฟังคนเมืองสิงออกเสียงว่า " บ้านท่งใหม่ " ก็เห็นว่าน่าจะหมายถึง " ทุ่ง " มากกว่า " ทอง(คำ) "เพราะในวัฒนธรรมไทเหนือหากอยากจะให้ชื่อบ้านนี้หมายถึงทองคำ ก็น่าจะใช้ว่า " บ้านคำใหม่ " ยิ่งได้ฟังคนเมืองสิงอธิบายถึงความหมายว่า " ทุ่ง " คือ " ที่ราบโล่ง " ซึ่งตรงกับความหมายของ "ทุ่ง " ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานของไทย ก็ยิ่งเห็นว่าชื่อของหมู่บ้านนี้คือ " บ้านทุ้งใหม่ " อย่างแน่นอน บ้านผาตอย เดิมตั้งบ้านอยู่ในป่าที่มีเครือตอย (ไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง) อยู่มาก จึงได้ชื่อว่า " บ้านป่าตอย " ต่อมามีเจ้าฟ้ามาผ่านบ้านกวาดพลเมืองไปตั้งเป็น " บ้านจ๊อม " (ยังไม่ทราบความหมายชัดเจน) อยู่มาอีกเป็นร้อยปีก็เกิดโรคระบาดขึ้น เลยต้องย้ายมาตั้งบ้านในบริเวณที่มีต้นยางอยู่หนาแน่น เรียกชื่อว่า " บ้านยางคำ " (บ้านยางทอง) แต่หลายคนกลับเรียกว่า " บ้านป่าตอย " ตามชื่อบ้านแต่เดิมจนใช้เป็นชื่อทางการในปัจจุบัน ส่วนชื่อหมู่บ้านก็เขียนว่า "ผาตอย " ในเอกสารรายงานการสำรวจเบื้องต้น ซึ่งอาจจะสื่อความถึง " หน้าผา " นั้น เมื่อดูสภาพภูมิศาสตร์ในเมืองสิงแล้วไม่พบว่ามีหน้าผา อีกทั้งเมื่อฟังการออกเสียงก็ได้ยินเป็น " ป่าตอย " ทุกครั้ง ทั้งนี้คงต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนต่อไป บ้ากุ่ม คนบ้านกุ่มเล่าให้ฟังว่า ชื่อบ้านนี้ได้มาจากที่บ้านตั้งอยู่ในบริเวณที่มีต้นไม้หนาแน่น เมื่อมองลงมาจากพระธาตุเชียงตึมอันเป็นธาตุสำคัญของเมืองก็จะยิ่งเห็นว่าหมู่บ้านนี้ตั้งอยู่กลางดงกลุ่มไม้อย่างชัดเจนกว่าบ้านอื่นๆ ในเมืองสิง (ไม่ใช่หมู่บ้านตั้งอยู่ในบริเวณที่มีต้นกุ่มอยู่หนาแน่นอย่างที่ผู้เขียนคิดแต่แรก) ปัจจุบันบ้านกุ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีในทางต้มเหล้า ประสบการณ์ในการเก็บข้อมูลภาคสนามที่ที่ต่างภาษาต่างวัฒนธรรมนั้น นอกจากจะช่วยให้ย้อนกลับมามองภาษาและวัฒนธรรมของตัวเองชัดขึ้นแล้ว ยังได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่คิดว่ารู้แน่และเคยเชื่อมั่นว่าจริงว่าถูกจากการอ่านเอกสารหรือข้อมูลชั้นสองนั้นมีโอกาสพลาดเข้าอย่างจังไม่เว้นแม้กระทั่งการได้ยินได้ฟังด้วยตัวเอง ก็ยังตีความผิดเพี้ยน เหล่านี้ล้วนเตือนให้ระวังว่า ความคุ้นชินอาจปิดโลกทัศน์ทั้งมวลได้อย่างไม่รู้ตัว |
|
หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ |