ในความเคลื่อนไหว

   ชีวิตใหม่ในชุมชนเก่า … ที่เกาะเกร็ด

    มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์

     

ปีนี้สหภาพสถาปนิกสากล (Union International des Architects) ได้ตัดสินให้ผลงานชื่อ " ชีวิตใหม่ในชุมชนเก่า … ที่เกาะเกร็ด " ของกลุ่มนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จำนวน ๖ คน ได้แก่ นาย ช . พันฤทธิ์ มีเนตร นายอรรณพ นารายณ์พิทักษ์ นายนพพร พิมสุข นายภาสกร อภิญญาวิศิษฐ์ นายสาธิต ขันธวิทย์ และนายสรสรร สุวรรณประเสริญ ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดแนวความคิดเรื่อง The Architecture and Cities in the 21st Century

     มูลนิธิฯ ขอแสดงความยินดีด้วย และเห็นว่าผลงานชิ้นนี้เป็นการนำเสนอแนวคิดที่น่าสนใจในการปรับปรุง " เกาะเกร็ด " จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นชุมชนที่กำลังเปลี่ยนแปลงเพราะกระแสการท่องเที่ยว ให้เป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่มีระเบียบ งดงาม และชุบชีวิตสิ่งที่มีความหมายในอดีตขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเตาเผา ตลาดน้ำ หรือลำคลองสายต่างๆ ซึ่งเป็นแนวคิดในฝันที่น่าจะช่วยกระตุ้นให้หลายๆ พื้นที่ที่ต้องการเปิดรับการท่องเที่ยว ได้ลองย้อนกลับมาศึกษาพื้นที่ของตน ว่าควรเปลี่ยนแปลงโดยรักษาสภาพแวดล้อม และพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ของตนไว้มากน้อยเพียงใด

     ท่านที่สนใจ สามารถสอบถามได้ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ๐ – ๒๕๗๙ – ๙๑๒๐ – ๓๙ ต่อ ๒๑๑๕

     ขอขอบคุณ อาจารย์มนต์ผกา วงษา

........................................................................................................................................................................................................................................................

สรุปงานมูลนิธิฯ ชวนคุย

     วันเสาร์ ๒๗ เมษายนที่ผ่านมา มูลนิธิเล็ก - ประไพ วิริยะพันธุ์ ได้จัดการสนทนาแบบสบายๆ ขึ้นภายในเมืองโบราณ สมุทรปราการ ในหัวข้อ " เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน "

     ในวันนั้น อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ที่ปรึกษามูลนิธิฯ ได้ชี้ให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมของเมืองไทย จากวรรณคดีนิราศสมัยต่างๆ และบันทึกชาวต่างชาติที่เข้ามาในเมืองไทย ซึ่งทั้งหมดล้วนกล่าวไว้ตรงกันว่า เมืองไทยมีความอุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งในโลก แต่ความอุดมสมบูรณ์นี้ถูกทำลายไปเมื่อ ๔๐ ปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจารย์เรียกว่า " ยุคสงครามเย็น " ทำให้ผู้ที่เคยพบเห็นสิ่งต่างๆ ก่อนจะถูกทำลายในช่วงเวลาดังกล่าว เกิดความรู้สึกที่เรียกว่า Nostalgia คือความโหยหาอดีต ที่มี " สุนทรียะ " เป็นแก่นแกนของความรู้สึกนั้น

     อาจารย์นิจ หิญชีระนันทน์ สถาปนิกและกรรมการราชบัณฑิต ได้เสริมว่าการทำลายดังกล่าวมาในรูปการพัฒนาโดยรัฐ และการท่องเที่ยวแบบ mass tourism ยิ่งเป็นการส่งเสริมการทำลายมากขึ้น

     คุณสุดารา สุจฉายา บรรณาธิการหนังสือชุดเพื่อความเข้าใจในแผ่นดินแห่งสำนักพิมพ์สารคดี ได้เล่าถึงประสบการณ์ในการทำหนังสือแต่ละจังหวัดว่า บางพื้นที่ที่การคมนาคมไม่สะดวก ค่อนข้างเป็นพื้นที่ปิด ทำให้ท้องถิ่นนั้นรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของตนไว้ได้มาก เมื่อทีมงานจะทำการเผยแพร่เรื่องราวท้องถิ่นแห่งนี้ออกไป ต้องชั่งใจว่าหมู่บ้านแห่งนี้จะถูกทำลายด้วยการพัฒนาท่องเที่ยวหรือไม่

     อาจารย์ศรีศักรได้สรุปจบท้ายว่า การดำรงอยู่ในปัจจุบันต้องเชื่อมโยงอดีตหรือเรียนรู้อดีตเข้ากับปัจจุบัน แล้วมองไปยังอนาคต โดยวิพากษ์พิจารณาว่าอดีตที่แล้วมาดีไม่ดีอย่างไร สร้างสำนึกท้องถิ่นขึ้นมา เพื่อให้คนอยู่ร่วมกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และเตรียมตัวรับสถานการณ์ในอนาคตต่อไป

     การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน จึงมิใช่การท่องเที่ยวตามกระแสที่จัดโดยรัฐ หากเป็นการท่องเที่ยวทางเลือกในกลุ่มเล็กๆ ที่เข้าใจท้องถิ่นแห่งนั้น โดยอาศัยข้อมูลจากคนในท้องถิ่นหรือจากสื่อต่างๆ เป็นการท่องเที่ยวที่เข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน เห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน

หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อที่อยู่พร้อมแสตมป์ ๖ ดวงต่อปีมายังที่อยู่ของมูลนิธิฯ