จดหมายข่าวฉบับที่ ๓๘ ประจำเดือนกันยายน-ตุลาคม ๒๕๔๕
เปิดประเด็น สังสรรค์ทรรศนะ สโมสรพิพิธภัณฑ์ บันทึกจากท้องถิ่น ในความเคลื่อนไหว

จดหมายข่าวฉบับที่ ๓๘

เปิดประเด็น: ศรีศักร วัลลิโภดม

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนกับประชาธิปไตยทางตรง
   จากการเฝ้าสังเกตของข้าพเจ้า ในเรื่องสังคมและวัฒนธรรม พบว่าปัจจุบันมีการเคลื่อนไหวในเรื่องการศึกษามากมายกว่าแต่ก่อน ทั้งของภาครัฐ
ภาคเอกชน และภาครัฐบาล ทั้งนี้ก็คงเห็นอะไรที่พ้องกันนั่นเอง แต่ทว่าที่มาและความมุ่งหมายจะแตกต่างกันไปตามสันดาน อย่างเช่น  ทางภาค
ธุรกิจก็จะสนใจให้มีการเปิดสอนวิชาและหลักสูตรทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเศรษฐกิจการค้าการตลาดเพื่องานรับการค้าและอุตสาหกรรมตาม
กระแสโลกาภิวัตน์ จนเป็นเหตุให้เกิดวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเอกชน รวมไปถึงการเปิดการเรียนการสอนและภาควิชาใหม่ๆ ขึ้นในมหาวิทยาลัย
ของรัฐทุกภูมิภาค โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยของรัฐนั้น ผู้บริหารแบบโลกานุวัตร มักมองเห็นว่าการเปิดสอนวิชาและหลักสูตรแบบนี้ คืองานทางที่
ประเสริฐสุดที่จะทำให้มหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบจากการดูแลของรัฐ สามารถเลี้ยงตัวเองได้ บางแห่งก็ทำยิ่งไปกว่านี้ เช่น เปิดสอนและให้
ปริญญาแก่บรรดานักธุรกิจ นักการเมือง จนเป็นด๊อกเตอร์ ด๊อกตีนกันสลอน แต่การเคลื่อนไหวของทางภาครัฐที่สำคัญจนเกิดเป็นปัญหาขัดแย้ง
ในขณะนี้ก็คือ การปฏิรูปการศึกษา ซึ่งก็เป็นเรื่องของโครงสร้างและเทคนิคที่บรรดานักวิชาการ นักบริหารปั้นอรหันต์ในห้องเย็นของรัฐเป็น
ผู้คิดขึ้น และพยายามบีบบังคับรัฐให้ออกเป็นกฎหมายบังคับใช้
....อ่านต่อ >>>

สังสรรค์ทรรศนะ:  สุชาดา เปิดชั้น

การร่วมกันทำกิจกรรมของคนในชุมชน
   การทำอะไรก็แล้วแต่ ถ้าเราทำเป็นกลุ่มเป็นก้อนด้วยความสามัคคี งานก็จะออกมาอย่างดีและสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว หากเราทำเพียงลำพังงาน
อาจจะไม่สำเร็จหรือสำเร็จช้า และผลงานจะออกมาไม่ดีอย่างที่คิด...อ่านต่อ >>>

สโมสรพิพิธภัณฑ์: วิไลรัตน์ ยังรอด

พิพิธภัณฑ์แหล่งเรียนรู้แสนสนุก
   เมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับมูลนิธิญี่ปุ่นได้เชิญ ศาสตราจารย์ซีเนยูกิ โมริตะผู้เชี่ยวชาญด้านการดำเนินงานพิพิธภัณฑ์จากพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเมืองโอซากาประเทศญี่ปุ่นมาเสวนาว่าด้วย
เรื่องพิพิธภัณฑ์อยู่หลายวัน...อ่านต่อ >>>

บันทึกจากท้องถิ่น: วลัยลักษณ์ ทรงศิริ
ปล่อยผีตาโขน คืนบุญพระเวสให้ชาวด่านซ้าย
   
๑๔-๑๖มิถุนายนที่ผ่านมาคงจำกันได้มีโฆษณาชวนให้ไปเที่ยวงาน "เทศกาลผีตาโขน"ทางสื่อหลายประเภทเป็นงานแบบที่กำลังโหมชวนเที่ยวกัน
ไม่รู้จักหยุดหย่อนประเภท " เที่ยวเมืองไทยไปได้ทุกเดือน " ซึ่งก็ไม่ค่อยเข้าในนโยบายนัก ว่าจะชวนคนไทยเที่ยวหรือจะชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ
กันแน่เพราะฝรั่งก็มีฤดูท่องเที่ยวของเขาแต่เที่ยวกันทุกเดือนแบบนี้ก็น่าจะเป็นคนไทยแถมเป็นคนไทยชั้นกลางในเมืองด้วยมั้งชาวนาชาวไร่เขาก็ยัง
มีฤดูกาลในการทำงานเหมือนกัน ถึงเวลาพักก็ท่องเที่ยวบ้าง ทำบุญกันบ้าง ต่างจากข้าราชการหรือลุกจ้างชนชั้นกลางในเมืองที่รอวันหยุดหลายๆ
วันวงวันหยุดไว้ในปฏิทินทุกเดือนจะไปเที่ยวไปเยี่ยมญาติหรือไปทำอะไรนั้นเห็นจะต้องสำรวจให้เป็นชิ้นเป็นอันจะได้รู้ว่าวันหยุดส่วนใหญ่ไป
ไหนกัน....อ่านต่อ >>>
ในความเคลื่อนไหว: มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์

เปิดพิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สาร ....อ่านต่อ >>>


หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ