บทความประจำฉบับ พ่อหมอบุญที่บ้านหัวเรือ |
|
| นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว | |
สำหรับชาวบ้านหัวเรือ อ.เมือง จ.อุบลราชธานีแล้วไม่กี่ปีก่อนการเดินทางออกจากหมู่บ้านไปถึงสุขศาลาหรือโรงพยาบาลของจังหวัด เป็นเรื่องลำบากมิใช่น้อย หน้าที่ ในการแพทย์แผนไทยนั้น ปรัชญาการรักษาคนไข้มิใช่มีอยู่แค่การรักษาคนให้หายป่วยแบบวัฒนธรรมการแพทย์ตะวันตกเท่านั้น หากเริ่มต้นตั้งแต่ ทำอย่างไรร่างกายจึง หมอสมุนไพรพื้นบ้านจึงมิได้มีหน้าที่แค่เฉพาะตรวจรักษา หรือให้ยา หากยังต้องมีบทบาทเป็นที่พึ่งทางใจใกล้ชิดคอย เป็นผู้ให้สติกับคนมารักษาดังนั้นพื้นฐานสำคัญก็คือ ผู้จะเข้ามาทำหน้าที่หมอยาโบราณ จึงมักผ่านจารีตอันเข้มข้น ฝึกให้เป็นผู้มีวินัยในตัวอย่างแข็งแกร่ง มิให้โอนเอนเข้าไปหาฝักฝ่ายของความชั่วได้ง่าย มิเห็นแก่อามิสที่มา หมอยาบุญ สูบูรณ์ก็เติบโต และทำการรักษาผู้คนมาด้วยปรัชญาและจารีตทางการรักษาของการแพทย์แผนไทย ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นนี้เช่นกัน หมอยาบุญ สูบูรณ์ อายุ ๘๐ ปี เกิดเดือน ๓ ปีเถาะ วันศุกร์ ๒ ค่ำ หมอเป็นคนอีสานพื้นถิ่นเมืองอุบลราชธานี เริ่มฝนยารักษาผู้คนเมื่ออายุประมาณ ๒๕ - ๒๖ ปี ต้นตระกูล ที่น่าสังเกตคือ พ่อหมอเล่าว่าสมัยพ่อหมอหนุ่ม ๆ ต้นยาแถวป่าจิก ( ป่าเต็งรัง ) รอบบ้านมีมาก พ่อหมอสามารถออกเก็บยาเองได้สบาย แต่เดี๋ยวต้นไม้ที่มีชื่อในใบลานหาย ปัจจุบันพ่อหมอบุญฝนยามาแล้ว ๕๕ ปี เคยเข้าสอบวิชาแพทย์แผนโบราณของหลวงเมื่อประมาณ ๒๐ - ๓๐ ปีก่อน ลูกของพ่อหมอไม่มีใครสืบทอดวิชาแพทย์แผนโบราณ พ่อหมอเล่าอีกด้วยว่า แต่ก่อนหมู่บ้านนี้มีหมอยา ๓ - ๔ คน เดี๋ยวนี้ตายหมดเหลือแต่พ่อหมอบุญคนเดียว ในวันที่ไปพบพ่อหมอ พ่อหมอกำลังเจียดยาให้ป้ามุกจาก บ้านเชือก ตำบลหนองขอน ที่เข้ามาขอเจียดยาไปให้แม่ที่บ้าน ป้ามุกเล่าอาการว่าแม่เป็นผอม ๆ ไม่ยอมกินข้าว พ่อหมอเริ่มการรักษาโดยให้ป้ามุกเทน้ำใส่กะละมังขนาดเล็ก ค่อย ๆ ถามอาการ พร้อมกับเลือกหยิบตัวยาออกจาก " ซุ้มยา " ทีละชนิด ตามอาการที่บอกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ป้ามุกเล่าอีกว่า ตอนมาหาครั้งแรก พ่อหมอบุญเป็นคนฝนยาให้ แต่พอครั้งถัดๆ ก็ฝนเองโดยใช้วิธีกะๆ เอาอย่างที่เคยเห็นหมอบุญทำให้ดู เมื่อฝนเสร็จ พ่อหมอบุญเหลือบดู สูตรยาของพ่อหมอบุญ มีตัวอย่างเช่น ตานกกรด ลักษณะเนื้อเปลือกจะแตก ๆ ตาไก่ พวกไข้ประดง ( ประดงคืออาการปวดเมื่อย เจ็บไข้ ) ตาเสือ ใช้ต้มกินแก้โรคเกี่ยวกับเส้น เครือตาปลา , เถาวัลย์เปรียง แก้โรคเกี่ยวกับเส้น เครือบักเห็บ ( เครือตะเข็บ ) กินแก้พิษ เปลือกหอย , หินปะการัง รสเค็ม แก้ตุ่มคัน ร้อนใน เดื่อหอม แก้กษัยเส้น ประดง ปวดเมื่อย โกดกระดูก , สิ้นบ่ฮี , ตีบ่ยุ่ม , ก้อมก้อยลอดขอน , ม้ากระทืบโรง ข้าวโกด สำคัญที่สุด ช่วยเจริญอาหารและรักษาอีกหลายโรค ( หมอบอกไม่มีในตำราใบลาน ) งิ้วดำ ได้จากเขาพระวิหาร ไม่ใช่ไม้ ไม่ใช่หิน ใช้แกะพระและทำยา หินสีสมแล้ว แก้ร้อนใน เห็ดกระถินพิมาน แก้พิษทุกชนิด , แก้ปวดขบ , แก้ยาเบื่อ ยาสั่ง เอ็นด่อน , ชะเอมเทศ ลดไข้ หินดำ (TECTITE) แก้ร้อนใน แก้นิ่ว แก้กระเพาะ หัวค้อนกระแต มีมากที่หลวงพ่อกี่ วัดป่าหนองสองแมว ต.น้ำดำแดง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ยาต้มประกอบด้วย เดื่อเครือ ( เดื่อหอม ), ขมิ้นต้น , ประดงแดง , อีตู่หลังเขา , ประดงเหลี่ยม , ก้านเหลือง , ม่วยแดง ( ม่วยเลือด ), มุยแดง , แสนคำ , ประดงเหลือง ยาบำรุงกำลังคนแก่ อีตู่หลังเขา , หนาวเดือนห้า , กกฮังฮ้อน , ม้ากระทืบโรง , ดูกใส , กระจ้อนเน่า , สิ้นบ่ฮี สำหรับหินฝนยา ปัจจุบันพ่อหมอบุญใช้หินกากเพชร เพราะหาซื้อง่ายราคาก้อนละ ๕๐ บาท ก้อนหนึ่งใช้ได้ประมาณ ๒ เดือนก็ฝนหมด หินกากเพชรเป็นหินลับมีด ลักษณะเนื้อหินมีโลหะหนักและซิลิก้า เวลาฝนออกมาจะตกตะกอนและไม่ละลายน้ำ สมัยโบราณ ปัจจุบันพ่อหมอบุญเริ่มอ่อนเรี่ยวแรงที่จะฝนยาเอง พ่อหมออายุ ๘๐ ปีแล้ว แต่ละวันจะมีชาวบ้านทั้งในและนอกหมู่บ้าน หมุนเวียนกันมาให้พ่อหมอรักษา ชาวบ้านต่างเล่า ใกล้เที่ยงวันนั้นที่หมู่บ้านหัวเรือ พ่อหมอบุญค่อย ๆ เลือกหยิบตัวยาแต่ละตัวออกมาให้ดู ชี้แนะเภสัชกรแผนใหม่ด้วยอารีให้หัดดมกลิ่นเหง้าไม้ สังเกตลายเนื้อไม้ หยิบ |
|
| หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ |