สโมสรพิพิธภัณฑ์

   พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

    วิไลรัตน์ ยังรอต

    

ฟังแค่ชื่อ "พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ " หลายท่านอาจเข้าใจไปว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้น่าจะเป็นสถานที่จัดแสดงและรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับ " ช้างเอราวัณ " ไว้มากที่สุด แต่แท้ที่จริงแล้วพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณในจังหวัดสมุทรปราการ ที่เพิ่งเปิดให้เข้าชมไปเมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคมที่ผ่านมา มีชื่อเช่นนี้ได้ก็เพราะมีช้างเอราวัณสูง ๒๙ เมตร ยืนเด่นสะดุดตาผู้คนที่ผ่านไปมา จนกลายเป็นสัญลักษณ์ที่ผู้คนรู้จักกันไปทั่วแล้วนั่นเอง

     พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่เน้นเรื่องราวไปที่บุคคลสำคัญของสถานที่แห่งนี้ นั่นก็คือ คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ ผู้จุดประกายความคิดในการสร้างสิ่งก่อสร้างสำคัญๆ หลายแห่ง นอกจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณแห่งนี้แล้ว ก่อนหน้านี้ท่านได้สร้างเมืองโบราณ สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่รู้จักกันอย่างดี อยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ ปราสาทสัจธรรม ปราสาทไม้ริมทะเลในจังหวัดชลบุรี และงานสืบสานวัฒนธรรมอื่นๆ ที่ออกมาในรูปของสิ่งพิมพ์ เช่นวารสารเมืองโบราณ เป็นต้น

     เนื้อหาสาระซึ่งเป็นหัวใจของการจัดพิพิธภัณฑ์ จึงเน้นไปที่แนวคิด ชีวิต และผลงานของคุณเล็ก วิริยะพันธุ์ เป็นหลัก ควบคู่ไปกับการสร้างให้ที่นี่เป็นแหล่งส่งเสริมศิลปกรรมที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยการออกแบบตกแต่งทั้งภายในอาคารและบริเวณโดยรอบด้วยงานศิลปกรรมไทยโบราณแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานปูนปั้น งานปูนปั้นประดับกระจก และงานดุนโลหะ ซึ่งล้วนแล้วแต่ออกแบบและจัดทำออกมาได้วิจิตรงดงาม

     ๑. อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม นักวิชาการที่ร่วมงานกับคุณเล็กมากว่า ๓๐ ปี อธิบายถึงเหตุผลที่คุณเล็กเลือกสร้างอาคารเป็นรูปช้างเอราวัณไว้ว่า " ...ช้างเอราวัณเป็นช้างบนสวรรค์ มีสามเศียร แต่คุณเล็กก็ไม่นึกให้เป็นเพียงพาหนะของพระอินทร์ผู้เป็นเทพเจ้า หากจินตนาการให้เป็นช้างจักรวาลที่มีอิสระในการสร้างให้เป็นอาคารศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุรูปเคารพและสิ่งของที่เป็นสวัสดิมงคลของบ้านเมือง.... " และหลังจากที่คุณเล็กและคุณพากเพียร(บุตรชายคนโต)ผู้สานงานต่อจากบิดาได้สิ้นไปก่อนที่การก่อสร้างจะเสร็จสมบูรณ์ ลูกหลานของท่านก็ช่วยกันสานต่อ และจัดให้สถานที่แห่งนี้เป็นทั้งพิพิธภัณฑสถานเกี่ยวกับชีวิตและผลงานของคุณเล็ก รวมทั้งยังใช้เป็นสถานที่จัดงานประเพณีทางวัฒนธรรมที่ดีงาม เช่น เมื่อวันสงกรานต์ที่ผ่านมาก็จัดให้มีการสรงน้ำพระ เป็นต้น

     ๒. ห้องโถงนิทรรศการ แสดงแนวคิด ชีวิต และผลงานของคุณเล็ก พอสังเขป ในอนาคตจะมีการจัดแสดงโบราณวัตถุที่เป็นของสะสมของคุณเล็กเพิ่มเติมขึ้นอีกด้วย

     ๓. ปูนปั้นแบบโบราณ ใช้วัสดุธรรมชาติเป็นหลัก เช่น ปูนขาว น้ำตาลอ้อย ข้าวเหนียว กระดาษฟาง กาวหนังควาย และทรายละเอียด ออกแบบเป็นสัตว์หินพานต์ได้อย่างงดงาม ภายใต้การควบคุมของช่างสำรวย เอมโอษฐ์

     ๔. การแต่งแต้มสีสันลงไปบนลวดลายปูนปั้น คือการนำเครื่องถ้วยเบญจรงค์ เครื่องลายคราม หลากหลายรูปแบบมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ เมื่อนำไปประดับเข้ากันเป็นลาย ความโค้งของผิวถ้วยจะก่อให้เกิดพื้นผิวมันวาว

     ๕. เสาทั้งสี่ต้นภายในอาคารหุ้มด้วยดีบุกดุนเป็นลวดลายเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา ฝีมือช่างชาวนครศรีธรรมราช

     ๖. ผิวภายนอกของช้างเอราวัณทำจากทองแดง ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความคงทน ระบายความร้อนได้ดี เคาะขึ้นรูปง่าย นานวันไปจะเกิดสนิมสีเขียว ช่วยให้ผิววัสดุดูสวยไปอีกแบบ

     ๗. กระจกสีภาพจักรราศีหรือกลุ่มดาวสำคัญ ๑๒ กลุ่มที่อยู่รอบทวีปต่างๆ ซึ่งที่เป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ สื่อให้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของดวงดาวที่มีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์ตามความเชื่อในระบบโหราศาสตร์ ออกแบบโดย Mr . Schwarzkof ศิลปินชาวเยอรมัน

     ๘. ภายในท้องช้างเอราวัณ เป็นห้องโถง ที่ผนังวาดภาพสุริยจักรวาล ผลงานการออกแบบของ Mr . Schwarzkof เช่นกัน ในอนาคตส่วนนี้จะเปิดให้ขึ้นมาได้ เพื่อชมโบราณวัตถุซึ่งเป็นของสะสมของคุณเล็กอีกส่วนหนึ่ง

    

หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อที่อยู่พร้อมแสตมป์ ๖ ดวงต่อปีมายังที่อยู่ของมูลนิธิฯ