มูลนิธิฯ 

 ร้านหนังสือริมขอบฟ้า : ร้านหนังสือสำหรับคนรักเมืองไทย

  ชุติมา ชุณหะชา

     

วันนี้มีอะไรใหม่ที่มุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

     ในปัจจุบันมีธุรกิจต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ด้วยสาเหตุหลากหลายประการ ธุรกิจร้านหนังสือก็เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่มีความน่าสนใจไม่น้อยเพราะในยุคนี้คนไทยนิยมการอ่านกันมากขึ้น แม้ว่าเทคโนโลยีด้าน IT จะพัฒนาก้าวกระโดดไปเร็วเพียงใดก็ตาม คนส่วนใหญ่ก็ยังต้องการ "อ่าน" และ "IN" กับข้อความที่เขาได้อ่านไป เสมือนหนึ่งได้หลุดออกไปจากโลกของความเป็นจริงด้วยตัวหนังสือที่พิมพ์บนกระดาษไม่กี่หน้า ไม่ต้องอาศัยไฟฟ้า ไม่ต้องรู้เทคโนโลยีมากมาย หนังสือจึงเป็นเพื่อนที่ดีอีกอย่างหนึ่งที่สามารถพาเราท่องไปสู่โลกแห่งจินตนาการได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

     รองปลัดกรุงเทพมหานครเป็นประธานในการเปิดร้านหนังสือริมขอบฟ้า ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๔๖และวันนี้ก็มีข่าวดีที่น่าสนใจอีกข่าวหนึ่ง เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้มีร้านหนังสือถือกำเนิดขึ้นอีกหนึ่งร้าน ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เมืองโบราณ จำกัด ร้านนี้มีความโดดเด่นที่หนังสือและการตกแต่งร้านแบบไทย สมัยใหม่ (Thai Modern) หนังสือเป็นหนังสือที่เฉพาะเจาะจงส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับเมืองไทยในทุกแง่มุม ทุกเรื่องราวที่คุณต้องการรู้และถ้ามีในตำราก็ลองมาค้นหาและสอบถามกันได้ ก็อย่างที่บอกว่าร้านนี้มีหนังสือเฉพาะกลุ่มจึงแตกต่างกับร้านหนังสืออื่นๆ ที่มีอยู่ทั่วไปในท้องตลาด แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะมีหนังสือน้อยนิด ลองแวะไปเยี่ยมชมท่านจะเห็นหนังสือที่เกี่ยวกับเมืองไทยมากมายหลากหลายที่แม้แต่ฝรั่งเห็นแล้วยังทึ่ง ร้านนี้อยู่ตรงร้านเมืองโบราณเดิม บริเวณมุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนั่นแหละ แต่ได้ขยับขยายร้านออกมาให้กว้างขวางขึ้น สว่างไสวมากขึ้น และที่สำคัญอีกมุมหนึ่งของร้านได้จัดเป็นพื้นที่แสดงนิทรรศการเรื่องราวต่างๆ ของเมืองไทย นิทรรศการเรื่องแรกที่แสดงอยู่ในปัจจุบันและจะอยู่ต่อไปอีก ๓ เดือนนับแต่วันเปิดร้าน คือนิทรรศการ " เมืองกรุงเทพฯ " เมืองหลวงของเรานี่แหละ ใครสนใจก็แวะไปชมได้ฟรี มีลูกก็จูงลูก มีหลานก็จูงหลานไปดูได้ ท่านอาจจะได้รู้ได้เห็นบางเรื่องที่ไม่เคยรู้เกี่ยวกับมหานครแห่งนี้ว่ามีพัฒนาการมายาวนานและมีการปรับเปลี่ยนโฉมกันได้รวดเร็วสมกับที่ยุค IT ครองเมืองจริงๆ

     พื้นที่จัดนิทรรศการกว้างขวางมากพอที่ทุกวันศุกร์เว้นศุกร์จะมีการจัดเสวนา พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ( แต่ก็ไม่เฉพาะเจาะจงแต่เรื่องเก่าๆ เท่านั้นนะ ) ซึ่งมีทีมงานของมูลนิธิประไพเป็นผู้ดูแลอยู่ และจะมีสำนักพิมพ์เมืองโบราณ สำนักพิมพ์สารคดี และร้านหนังสือแวะเวียนกันเข้าร่วมบ้างในบางครั้ง ทางทีมงานทุกหน่วยกำลังระดมสมองจัดเตรียมแผนงานกันอย่างขะมักเขม้น โดยใน ๓ เดือนแรกนี้จะเป็นการเสวนาเรื่องที่เกี่ยวกับเมืองกรุงเทพฯ และถนนราชดำเนินก่อน ส่วนวันและเวลาจะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป ในอนาคตหากมีหน่วยงานอื่นๆ ที่แม้จะไม่ใช่บริษัทในเครือสนใจที่จะใช้พื้นที่นี้เพื่อจัดการเสวนาหรือแสดงงานอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับเมืองไทยเราก็ยินดีเช่นกัน

     " ริมขอบฟ้า " คือชื่อของร้าน และเราอยากให้ร้านนี้เป็นร้านหนังสือของคนที่รักเมืองไทยได้เข้ามาเยี่ยมชมแม้เพียงสักครั้ง

     ในอนาคตเราอาจจะมีมุมกาแฟเล็กๆ ให้ท่านที่ชื่นชอบความสุนทรีย์ของรสกาแฟได้นั่งจิบและเฝ้ามองชีวิตของถนนราชดำเนิน ถนนสายประวัติศาสตร์ที่มีสีสันของหลากหลายชีวิตที่เข้ามาแต่งแต้ม ทั้งดีและร้าย รุนแรงและเงียบสงบ แต่ถึงอย่างไร ถนนสายนี้ก็ยังมีร้านหนังสือเล็กๆ ร้านหนึ่งที่ขอเสนอตัวเข้ามาเป็นอีกสีสันหนึ่งให้ถนนสายนี้ และให้เมืองหลวงแห่งนี้มีชีวิตชีวาแบบไม่หวือหวา แต่หอมกรุ่นด้วยกลิ่นอายแห่งอดีตกาล ให้คนเมืองอย่างเราทุกคนได้พักผ่อนกันบ้างแม้สักนาทีก็ยังดี

     เราคงได้พบกันเร็ววันนี้

หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อที่อยู่พร้อมแสตมป์ ๖ ดวงต่อปีมายังที่อยู่ของมูลนิธิฯ