สโมสรพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น พิพิธภัณฑ์เอโดะ-โตเกียว เหน็ดเหนื่อย สนุกสนาน และน่าอิจฉา |
|
| วลัยลักษณ์ ทรงศิริ | |
พิพิธภัณฑ์เอโดะ-โตเกียว จัดเป็น พิพิธภัณฑ์เมือง ของมหานครขนาดใหญ่อย่างโตเกียวที่เพิ่งจะเปิดครบรอบ ๑๐ ปีในปีนี้ มีผู้เข้าชมราวหนึ่งล้านเจ็ดแสนคนต่อปีหรือราวสิบเจ็ดล้านคนตลอดช่วงเวลาสิบปีที่ผ่านมา และราคาค่าเข้าชมไม่ถูกไม่แพงคนละ ๖๐๐ เยน ๓๓ % ของผู้เข้าชมเคยมามากกว่า ๑ ครั้ง แม้จะมีคนญี่ปุ่นเป็นหลักแต่ก็เริ่มมีชาวต่างชาติเข้าชมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะทุกคนก็อาจสามารถเข้าใจเมืองหลวงแห่งนี้ของประเทศญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้งและสนุกสนานได้ภายในเวลาเพียงวันเดียว การออกแบบอาคารพิพิธภัณฑ์ได้แรงบันดาลใจมาจากเรือนสินค้ายกพื้นแบบญี่ปุ่น ทำให้เกิดพื้นที่โถงโล่งลมแรงสูงกว่า ๔ ชั้น ถึงอย่างนั้นก็ยังมีพื้นที่จัดแสดงขนาดสามหมื่นตารางเมตร ความสูง ๖๒.๒ เมตรที่คาดว่าใกล้เคียงกับความสูงยอดหอคอยของปราสาทเอโดะ ตัวอาคารจึงกลายเป็นสถาปัตนกรรมใหญ่โตมหึมากลางย่านเก่าที่ปัจจุบันเป็นแหล่งธุรกิจและที่อยู่อาศัยของมหานครซึ่งที่ดินแพงที่สุดในโลก นิทรรศการถาวรมีจุดเด่นในการแสดงอยู่ที่ การเมือง วัฒนธรรม และการการเน้นถึงวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนในเมืองที่มีอายุกว่า ๔๐๐ ปี ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งปัจจุบัน สิ่งของที่แสดงได้แก่ ภาพพิมพ์ของแท้กว่า ๒,๕๐๐ ชิ้น ม้วนเอกสาร กิโมโน แผนที่ โมเดลจำลองขนาดต่างๆ มากมาย และที่มีขนาดเท่าจริงมากกว่า ๕๐ ชิ้น และแบ่งออกเป็น ๓ ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ ส่วนเอโดะ [Edo Zone] เริ่มจากหัวข้อ เอโดะเมื่อแรกเริ่ม, ชีวิตในนครเอโดะ และวัฒนธรรมเอโดะ เมื่อเริ่มเข้าสู่ส่วนนี้มีการสร้างสะพานไม้นิฮอนบาชิจำลองเพื่อเดินผ่านเข้าสู่การเมืองการปกครองในยุคเอโดะ การอยู่อาศัยของชาวเมือง และวัฒนธรรมของชาวเอโดะ ซึ่งมีทั้งแบบจำลองหุ่นขนาดเล็กเป็นพันๆ ชิ้นที่ต้องใช้กล้องส่องทางไกลเล็งดูที่ละส่วนๆ อาคารจำลอง หุ่นจำลองขนาดใหญ่ โรงละครคาบูกิในย่านตลาด เศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ของนักรบ ของชาวเมือง สภาพภูมิศาสตร์และย่านหมู่บ้านต่างๆ ส่วนโตเกียว [Tokyo Zone] แบ่เนื้อหาออกเป็น กำเนิดโตเกียว, เมืองหลวงแห่งญี่ปุ่น, ชีวิตชาวเมืองสมัยใหม่ และสงครามกับการสร้างบ้านเมืองใหม่ ในส่วนนี้เริ่มจากการเปลี่ยนจากยุคเอโดะมาสู่ยุคโตเกียว อิทธิพลของชาวยุโรปและอเมริกันที่เห็นในยุคนี้ และผลจากสงครามโลกครั้งที่สองและยุคแห่งการฟื้นฟูที่เกิดขึ้นหลังสงครามซึ่งเป็นบทเรียนที่ควรเรียนรู้ โดยจำลองความยากลำบากของผู้คนและที่อยู่อาศัยสมัยสงคราม มีการจำลองอาคารสำคัญมาจัดแสดงความก้าวหน้ายุคแห่งความรู้และเบื้องหลังของสังคมในยุคสมัยนั้น เช่น ตึกเก่าในย่านกินซ่าที่เป็นสำนักงานหนังสือพิมพ์โชยาซึ่งเป็นที่แพร่หลายมากในสมัยรัฐบาลเมจิ การเกิดแผ่นไหวครั้งยิ่งใหญ่ที่กลืนเอาชีวิตผู้คนและบ้านเมืองในเขตคันโต การกลายเป็นเมืองทันสมัยจนมาถึงโตเกียวในยุคสมัยใหม่ มีหลายสิ่งที่เตือนใจให้รู้สึกแปลกๆ เช่น เมื่อเห็นการจำลองยามมหานครแห่งนี้ถูกทิ้งระเบิด ตลาดมืด ร่องรอยการยึดครองของอเมริกา เช่น ป้ายสินค้าบางอย่างที่เขียนว่า made in conqured japan ส่วนประวัติศาสตร์ [History Zone] ในส่วนนี้จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองโตเกียวตั้งแต่ยุคหินมาจนถึงยุคโชวะ นอกจากจะมีนิทรรศการภายในอาคาร พิพิธภัณฑ์เอโดะ-โตเกียวยังมีพิพิธภัณฑ์อาคารสถาปัตยกรรมกลางแจ้งที่สวน Koganai โดยการสร้างอาคารสถานที่ทางประวัติศาสตร์ขึ้นมาใหม่และจัดแสดง ณ ที่นั้น โดยมุ่งหวังให้เกิดการเรียนรู้ควบคู่ไปกับความเพลิดเพลิน เมื่อเปิดนั้นมีอาคารอยู่ ๑๓ หลัง ปัจจุบันก่อสร้างไปได้ถึง ๒๗ อาคารแล้ว นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดไว้บริการยืม ถ่ายเอกสาร ค้นคว้าและอ้างอิงทั้งหนังสือ วารสาร ไมโครฟิลม์ เอกสารแผ่นพับ เอกสารประกอบการจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนในเรื่องที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมท้องถิ่นของเอโดะ-โตเกียว พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังมีการร่วมมือโดยตรงกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ยังคงดำเนินการศึกษาเพื่อเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับมหานครเอโดะและโตเกียว และตั้งสมาคมส่งเสริมพิพิธภัณฑ์ขึ้นเมื่อ ๒ ปีก่อนทั้งมีกิจกรรมอาสาสมัครมากมาย วัตถุประสงค์หลักก็เพื่อให้ความรู้ต่างๆ เหล่านี้แพร่หลายอย่างกว้างขวางไปสู่ชาวเมืองแห่งมหานครโตเกียวในปัจจุบัน การไปชมพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองหรือมหานครอย่างพิพิธภัณฑ์เอโดะ-โตเกียว ต้องใช้เวลาตั้งแต่เช้าจรดเย็นหรือมากกว่าหากต้องการดูให้ละเอียดจริงๆ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้มีสิ่งของสำคัญหรือของจริงไว้จัดแสดงแม้จะมีพื้นที่โล่งกว้างขวางในอาคารทันสมัย แต่ใช้การจำลอง สร้างอาคาร สร้างแบบจำลองขนาดเล็ก สร้างหุ่นจำลองให้รู้สึกเหมือนได้เข้าไปในเหตุการณ์เหล่านั้น คัดสรรเนื้อหาของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากมายให้อยู่ในหัวข้อไม่กี่เรื่อง นำเสนอง่ายๆ แต่ทำให้เห็นหัวใจของวัฒนธรรมท้องถิ่นในเมืองเอโดะซึ่งต่อมากลายเป็นเมืองหลวงที่ทันสมัยและซับซ้อนจนไม่เหลือร่องรอยให้เห็นย่านประวัติศาสตร์ในยุคสมัยที่ผ่านมาแต่อย่างใด |
|
หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อที่อยู่พร้อมแสตมป์ ๖ ดวงต่อปีมายังที่อยู่ของมูลนิธิฯ |