บันทึกจากท้องถิ่น

  ประวัติศาสตร์ที่ออกมาจากภายใน

    เบญจวรรณ จันทราช

     

" อุ๊ยของอุ๊ยเล่าว่า … ชุมชนบ้านเมืองของเรามีประวัติความเป็นมายาวนาน มีพื้นที่อุดมสมบูรณ์ทั้งที่ราบ หุบเขาและที่สูง มีลำน้ำเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต ภูเขา ทุ่งนา และสายน้ำเกื้อหนุนกันจนเกิดเป็นชุมชนมาช้านาน "

     เกริ่นนำมาอย่างนี้เพื่อจะนำเข้าไปสู่บรรยากาศประวัติศาสต์ท้องถิ่นกลิ่นอายเมืองเหนือ จากโครงการอบรมและวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ โบราณคดี และชาติพันธุ์ แถบอำเภอเวียงป่าเป้าและอำเภอแม่สรวย อำเภอเชียงของและอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย สนับสนุนโดยสกว.หรือสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ระหว่างวันที่ ๖-๘ เมษายนที่ผ่านมา

     บริเวณที่ตั้งของงานศึกษาวิจัยครั้งนี้ต่างกันตรงที่เวียงป่าเป้า - แม่สรวยเปรียบเสมือนชุมทางที่เข้าสู่จังหวัดเชียงราย ขณะที่เชียงของ-เวียงแก่นเป็นพื้นที่ชายแดนมีแม่น้ำโขงกั้นกับฝั่งลาว แก่งผาไดบริเวณต่อเขตแดนลาว บริเวณอำเภอเวียงแก่น มองเห็นลำน้ำโขงที่แห้งเหือดในปีนี้ อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

     เชื่อหรือไม่ว่ากลุ่มนักวิจัยแต่ละท้องถิ่นสามารถรายงานผลการศึกษาครั้งนี้ได้อย่างน่าสนใจ จนทำให้เราเห็นภาพรวมและเข้าใจประวัติศาสตร์ของชาวเหนือมากขึ้นจากการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ออกมาจากภายใน ต่างจากการรับรู้ที่มาจากภายนอกซึ่งมักมีอิทธิพลต่อความคิดและเข้ามาจัดการสิ่งต่างๆ ทั้งหมด

     พวกเขาไม่เพียงรวบรวมประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของกลุ่มชาติพันธุ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่นในอดีตของตนเท่านั้น แต่ยังเสนอข้อมูลการเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมที่มีมาถึงปัจจุบัน ซึ่งเห็นได้ชัดเสมอคือเรื่องอิทธิพลวัฒนธรรมสมัยใหม่จากภายนอก ผ่านสังคมเมืองสู่ชนบท นอกจากนี้ยังเสนอเรื่องราวที่เป็นผลกระทบต่อสังคมชนบทโดยรวมให้คนจากสังคมอื่นได้รู้

     แม่สรวย กรณีระบบเหมืองฝายซึ่งเคยเป็นหัวใจของการทำเกษตรกรรมสมัยก่อน จัดสรรน้ำอย่างเป็นธรรม กลายเป็นเขื่อนที่สร้างกักเก็บน้ำเพื่อการเจริญเติบโตของพืชเศรษฐกิจบนพื้นที่สูง (หลังผ่านพ้นยุคกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้าน) ส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่ใต้เขื่อนขาดแหล่งน้ำใช้ในการเกษตร และที่สำคัญก่อปัญหาสารเคมีปนเปื้อนที่ไหลปนลงมากับลำน้ำช่วงล่าง ทำให้แม่น้ำไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อน ก่อปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ นายทุนบางคนก็ต่อท่อดันน้ำนำกระสอบทรายมากั้นน้ำเข้าพื้นที่เกษตรของตน กระทบกระเทือนสิ่งมีชีวิตในน้ำ กลุ่มเด็กน้อยรักษ์ปลา ที่อำเภอแม่สรวยจึงต้องช่วยกันทลายสิ่งกีดขวางนั้น เพื่อให้ปลา สัตว์น้ำอื่นๆ เดินทางออกมาหากินได้อย่างสะดวก การแก้ปัญหาจึงน่าจะอยู่ที่การสร้างสำนึกร่วมหรือไม่ เราจะทำอย่างไรให้นายทุนที่จะเข้ามานั้นต้องเข้ามาแบบมีส่วนร่วมมากกว่าที่จะมาเอารัดเอาเปรียบ

     เวียงป่าเป้า จุดเด่นอยู่ที่การเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ นักวิจัยท้องถิ่นเล่าเรื่องภูมิศาสตร์และวิถีชีวิตของคนลุ่มแม่น้ำแม่ลาว การทำมาหากิน นานาสาระประโยชน์แบบที่ไม่เคยรู้มาก่อน

     แก่งผาไดที่ อำเภอเวียงแก่น ท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำโขง และความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของคนแถบเชียงของและเวียงแก่น มีการเล่าเรื่องต่างๆ ซึ่งเป็นบริบทสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เป็นท้องถิ่น ตั้งแต่ตำนานเมืองตำมิละ ลำดับยุคเรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองฟากฝั่งลำน้ำโขงที่มีมาในอดีตและปัจจุบัน

     เชียงของเป็นเมืองสำคัญมากในสมัยรัชกาลที่ ๕ ผ่านยุคกบฏเงี้ยว สงครามโลกครั้งที่ ๒ ยุคปัญหาชายแดนไทย – ลาว จากนั้นเป็นยุคเปลี่ยนจากสนามรบมาเป็นสนามการค้าริมฝั่งแม่น้ำโขง เกิดการระเบิดแก่ง มีธุระกิจระหว่างประเทศ เรื่อยมาจนถึงปัญหาปลาหายาก จับปลาบึกไม่ได้ หลายฝ่ายวิตกกังวลถึงความเปลี่ยนแปลงสังคมและการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ทางชาติพันธุ์อันหลากหลาย ได้แก่ ไทลื้อ ไทยวน ม้ง ขมุ อาข่า ลาหู่ (มูเซอ) จีนฮ่อ และลาว มีการเก็บข้อมูลและบริบทแวดล้อมระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์อย่างน่าสนใจ แต่ปัญหาที่ยังครองความอมตะอยู่มานานก็ยังอยู่ คงไม่พ้นเรื่องเรื่องปัญหาคนชายขอบ

     สิทธิขั้นพื้นฐานที่คนชายขอบควรได้รับยังแก้ไขไม่ได้ในขณะนี้ เช่นเดียวกับสิทธิในการออกนอกพื้นที่ สิทธิในการจดทะเบียน การศึกษา การทำงาน การรักษาพยาบาล และการถือครองที่ดิน เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าปัญหายังมีอยู่

     สิ่งที่อยากจะพูดตรงนี้คือ เอกลักษณ์ทางสัญชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรมท้องถิ่นของกลุ่มคนเหล่านี้ยังมิได้ถูกหยิบยกขึ้นมาศึกษาอย่างจริงจัง อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ที่ปรึกษาโครงการวิจัยฯ กล่าว การที่ประวัติศาสตร์ของเราถูกครอบงำจากข้างบนทำให้คนชายขอบไม่สามารถต่อสู้ บางครั้งถูกละเลย ไม่มีใครมองความสำคัญของประวัติศาสตร์กลุ่มชาติพันธุ์

     การวิจัยถึงกลุ่มประชากรทั้งหมด การเคลื่อนย้ายอพยพของชนเผ่า วิถีชีวิต ว่ามีเหตุผลแวดล้อมทางสังคมอยางไร การเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาอาจทำให้เกิดการล่มสลายของความเป็นกลุ่มชน การประสานกลมกลืน หรือการเล่าเรื่องความผูกพันระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อม สิ่งที่หายไปคืออะไร ส่งผลกระทบอย่างไร จะทำให้เราเกิดแนวคิด เกิดข้อเสนอที่จะรวมตัวกันเป็นพลังของชุมชนท้องถิ่นในการสร้างสำนึกว่าเรามิได้หยุดนิ่งเราต้องต่อสู้

     ผู้เขียนเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าการจะดำรงอยู่ของมนุษย์ต้องมีที่มาจึงจะได้พัฒนาสิ่งต่างๆ ให้สอดคล้องกับการดำเนินชีวิต ซึ่งข้อมูลจากการศึกษาวิจัยนี้เป็นองค์ความรู้ที่เป็นประวัติศาสตร์จากภายใน ที่สามารถเชื่อมโยงเข้ากับความเป็นไปในปัจจุบันและอนาคต สามารถแก้ไขปัญหาการบริหารงานส่วนท้องถิ่น นำไปสู่การพัฒนานโยบายในระดับประเทศต่อไป

หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อที่อยู่พร้อมแสตมป์ ๖ ดวงต่อปีมายังที่อยู่ของมูลนิธิฯ