บันทึกจากถนนราชดำเนิน

    พิพิธภัณฑ์ ๑๔ ตุลา ห้องเรียนประวัติศาสตร์ และ ๑๔ ตุลาในแบบเรียน

     เบญจวรรณ จันทราช


ตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยจนถึงสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี จึงสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขึ้นระหว่าง พ.ศ. ๒๔๘๒-๒๔๘๓ บริเวณถนนราชดำเนิน เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์ปฏิวัติโดยคณะราษฎร์

นิทรรศการศิลปะ "ห้องเรียนประวัติศาสตร์ ถนนราชดำเนิน"นับแต่นั้นดูเหมือนว่าอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงยังคงถูกครอบงำโดยผู้ทรงอิทธิพล วิสัยทัศน์ทางการเมืองหลายอย่างอยู่ภายใต้ความคิดของกลุ่มผู้นำซึ่งบางครั้งไม่ตรงกับประชาชน ทำให้เกิดการชุมนุมประท้วงรัฐบาลบ่อยครั้ง เสียเลือดเสียเนื้อท่วมถนนราชดำเนินครั้งใหญ่ในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เป็นเวลา ๓๑ ปีมาแล้วที่เกิดเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยนักศึกษาและปัญญาชนผู้กล้าที่จะลุกขึ้นมาเรียกร้องความยุติธรรม สิทธิเสรีภาพ ท่ามกลางความผันผวนทางการเมืองในหน้าประวัติศาสตร์ไทย ตามมาด้วยเหตุการณ์ ๖ ตุลา ๒๕๑๙ และเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ๒๕๓๕

เดือนตุลาคมที่แวะเวียนมาถึงในปี ๒๕๔๗ นี้ ที่อนุสรณ์สถาน ๑๔ ตุลา สี่แยกคอกวัวซึ่งเปิดอย่างเป็นทางการในปี ๒๕๔๔ มีการจัดงาน สู่ทศวรรษที่สี่ ๑๔ ตุลา ประชาธิปไตย โดยมูลนิธิ ๑๔ ตุลา ปาฐกถานำโดยพระไพศาล วิสาโล เรื่อง เปิดหน้าต่าง สร้างสะพาน สมานใจ : ทางออกจากกับดักแห่งความรุนแรงในยุคทักษิณ จากนั้นมีการอภิปรายเรื่อง พิพิธภัณฑ์ ๑๔ ตุลา การเมืองเรื่องความทรงจำและการต่อสู้ทางสัญลักษณ์ โดย วิทยากร เชียงกูล วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ และวิศรุต พึ่งสุนทร

มีการจัดนิทรรศการทางศิลปะภายในห้องสมุด ห้องเรียนประวัติศาสตร์ ถนนราชดำเนิน ซึ่งเป็นผลงานของผศ.สุธี คุณาวิชยานนท์ นิทรรศการนี้จัดมาหลายครั้งแล้ว ปัจจุบันจัดแสดงในห้องสมุดอนุสรณ์สถาน ๑๔ ตุลา แรงบันดาลใจของงานมาจากความเป็นมาเรื่องราวของถนนราชดำเนินที่เต็มไปด้วยหลายเหตุการณ์ สื่อลงบนโต๊ะนักเรียนรุ่นเก่า แกะสลักเป็นภาพนูนต่ำ เมื่อนำดินสอหรือสีมาขูดลงบนกระดาษจะได้ภาพงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์บนถนนราชดำเนินแผ่นหนึ่ง

ส่วนนิทรรศการ ๑๔ ตุลาในแบบเรียน มีความคิดที่จะบรรจุเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ไว้ในแบบเรียน " อย่างเป็นทางการ " เพิ่งจะเริ่มขึ้นเมื่อมีการสัมมนาเรื่องการจัดทำหนังสืออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา และขบวนการเสรีไทยระดับมัธยมศึกษาในปี ๒๕๓๗ หลังจากนั้นเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา จึงปรากฏอยู่ในแบบเรียนต่างๆ เพื่อเป็นการส่งต่อการรับรู้เหตุการณ์เหล่านั้นต่อคนรุ่นหลัง ในนิทรรศการดังกล่าวนำเสนอเนื้อหาที่ปรากฏในแบบเรียนหลายเล่ม เป็นภาษาที่เข้าใจง่าย หนังสือแบบเรียนลงข้อความส่วนหนึ่งว่า ๑๔ ตุลา คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย เป็นวัน " มหาวิปโยค " เป็นวันแห่งการปฏิวัติ

หลายท่านเป็นห่วงว่าในอนาคตแบบเรียนเหล่านี้อาจเป็นเพียงเรื่องท่องจำเรื่องหนึ่ง แต่หากมองอีกด้านเป็นหนทางสำคัญในการสร้างความรู้ความเข้าใจอย่างดียิ่ง และจะเข้าใจอย่างลึกซึ้งขึ้นถ้ามีพิพิธภัณฑ์เพื่อประชาชน ณ สถานที่แห่งนี้ เพราะเป็นพื้นที่ในอนาคตของประวัติศาสตร์

เป็นที่น่ายินดีว่าในเดือนตุลาคมปีหน้าจะมีการเปิดพิพิธภัณฑ์ ๑๔ ตุลา อนุสรณ์สถาน ๑๔ ตุลาจึงมีแนวคิดหลักในการปรับปรุงคือ การทำให้เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เป็นเรื่องของคนธรรมดาที่มาจากหลากหลายความคิด ความเชื่อ แต่มีความกล้าหาญเสียสละ ต่อสู้เพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตย วัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้เข้าชมเพื่อให้เกิดความตระหนักและหวงแหนในสิทธิและเสรีภาพประชาธิปไตย เป็นจุดหมายสำคัญในการช่วงชิงความหมายทางการเมืองภาคประชาชน อีกทั้งเป็นแหล่งสารสนเทศเกี่ยวกับเหตุการณ์และเป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน อีกด้วย

สำหรับข้อจำกัดของพื้นที่บางส่วนในอนุสรณ์สถาน ๑๔ ตุลา ๑๖ ที่ไม่สอดคล้องกับการใช้งานจริงและความพร้อมในการให้บริการ ซึ่งในรอบ ๓ ปีที่ผ่านมาไม่สามารถมีสื่อที่ตอบสนองความต้องการของผู้เข้าชมได้เพียงพอ ทำให้เกิดแนวคิดในการปรับปรุงโดยจะจัดทำนิทรรศการถาวรปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์นอกอาคาร การจัดนิทรรศการหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง มีบริการโสตทัศนศึกษา ห้องสารสนเทศ ซึ่งก็น่าจะเป็นสถานที่แห่งการเรียนรู้ประวัติศาสตร์สังคมไทยอย่างดีแนวคิดการจัดนิทรรศการหมุนเวียนภายในอาคาร

 

เหตุผลที่ผู้เขียนกล่าวถึงเรื่องพิพิธภัณฑ์ใกล้ตัวที่กำลังจะกำเนิดขึ้นบริเวณอนุสรณ์สถาน ๑๔ ตุลา ๑๖ ที่สี่แยกคอกวัว อาจเพราะแรงบันดาลใจของลมเดือนตุลาที่พัดมาอีกครั้งพร้อมกับความทรงจำมากมายบนถนนราชดำเนินแห่งนี้กระมัง






ขอขอบคุณมูลนิธิ ๑๔ ตุลา ที่เอื้อเฟื้อภาพและข้อมูล



หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อที่อยู่พร้อมแสตมป์ ๖ ดวงต่อปีมายังที่อยู่ของมูลนิธิฯ