ประสบการณ์การเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมจากนักวิจัยท้องถิ่น |
|||
| เรียนรู้ประสบการณ์ข้ามวัฒนธรรมที่ภาคเหนือ โดย งามพล จะปะกิยา | |||
| ความแตกต่างทีไม่แตกต่างจากปัตตานีสู่เชียงใหม่ โดย มะรอนิง สาและ, ดอเลาะ เจ๊ะแต | |||
เรียนรู้ประสบการณ์ข้ามวัฒนธรรมที่ภาคเหนือ งามพล จะปะกิยา (นักวิจัยท้องถิ่นในโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เพื่อศึกษาท้องถิ่นในสามจังหวัดภาคใต้ โครงการสายบุรี ) ที่จังหวัดแพร่ เมื่อเข้าพักโรงแรมกาดน้ำทอง กาดเป็นคำเหนือซึ่งแปลว่าตลาด มลายูมุสลิมใช้คำว่าเกอดานะ(kerda nah ) ด้านหลังโรงแรมมีบ้านพักคนงานเป็นจำนวนมาก ถามดูจึงทราบว่าบริเวณนั้นจะมีการก่อสร้างห้างสรรพสินค้า Big C ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งที่สองในจังหวัด อีกแห่งหนึ่ง คือ ห้างเทสโก โลตัส ไม่น่าเชื่อจังหวัดแพร่ จังหวัดที่อาจารย์หลายๆ คนบอกว่า หากจะดูเชียงใหม่ในอดีตให้มาดูที่แพร่จะต้องรับสภาพเช่นนี้ ในปี ๒๕๔๗ ห้างสรรพสินค้า Big C ห้างยักษ์ใหญ่เจ้าแรกที่กล้าหาญเข้าตั้งในเขต ๓ จังหวัดภาคใต้ ข้าพเจ้าคิดเหมือนทุกคนว่าร้านค้าเล็ก ๆ คงอยู่ไม่ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปชาวบ้านต่างหากที่อยู่ไม่ได้ ชาวบ้านต้องจ่ายมากขึ้นจากการจ่ายปกติในร้านค้าเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน แต่เมื่อไปปัตตานีต้องเที่ยวห้าง Big C จ่ายอีกครั้งหนึ่ง ตลาดสมัยนี้ไม่เหมือนเดิม แต่เดิมตลาดเป็นสถานที่เพื่อคนในท้องถิ่นนำสินค้าภายในท้องถิ่นมาขาย แต่ตลาดปัจจุบันเป็นสถานที่คนนอกนำสินค้าต่างๆ มาจูงใจให้คนข้างในซื้อจับจ่าย ในอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส อำเภอเล็ก ๆ ไม่มีธนาคารเป็นของตนเองมีเพียงสาขาย่อยจากอำเภอรือเสาะ ในรอบสัปดาห์มีตลาดนัด ๓ วัน ให้คนจับจ่ายซื้อของ คนขายส่วนใหญ่เป็นคนนอกพื้นที่ เงินที่หาได้จึงไหลออกนอกพื้นที่ จังหวัดแพร่ เมื่อมีห้างใหญ่ ๒ ห้าง วิถีชีวิตของคนแพร่คงถูกกระทบและแพร่อาจจะไม่ใช่เชียงใหม่ในอดีตที่ใคร ๆ อยากดูอีกต่อไป วัดพระธาตุช่อแฮ ได้พบศรัทธาทางพุทธศาสนาของคนเหนือที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับคติธรรมเพื่อให้คนเข้าใจศาสนามากขึ้น เป็นสื่อในการเชื่อมโยงสิ่งที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรม แนวคิดแบบนี้มีอยู่ในศาสนาอิสลามเช่นกัน
"อุปมาบรรดาผู้ที่บริจาคทรัพย์ของพวกเขาในทางของอัลลอฮฺ นั้น ดั่งอุปมัยเมล็ดพืชเมล็ดหนึ่งที่งอกขึ้นเป็นเจ็ดรวง ซึ่งแต่ละรวงในนั้นมีร้อยเมล็ด...(๒ : ๒๖๑) ที่สามเหลี่ยมทองคำเห็นตึกรามอาคารสูงร้างมากมายเป็นเมืองที่ถูกทิ้ง เกิดจากการเก็งกำไรล่วงหน้าในยุคฟองสบู่และเมื่อศูนย์กลางสินค้าจากจีนจากสามเหลี่ยมทองคำไปอยู่เชียงแสน ทำให้กลุ่มทุนและนักการเมืองต้องขาดทุนปิดตัวเองโดยปริยาย เป็นวิธีคิดของคนที่มีแต่ผลประโยชน์นำหน้าใช้เงินจำนวนมหาศาลทุ่มลงไป เงินจำนวนนั้นมาจากไหนไม่รู้ เพราะหากมองตามหลักเศรษฐศาสตร์ เมื่อมีคนได้เงินย่อมมีอีกคนที่เสียเงิน ที่อำเภอเชียงของเป็นท่าเรือข้ามไปลาว ขึ้นฝั่งที่บ้านห้วยทราย คนลาวบอกว่า ปี ๒๕๕๐ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวจะทำถนนเชื่อม จีน-ลาว-ไทย เสร็จ จีนจะระบายสินค้าออกทางลาวและไทย คนไทยลาวสามารถซื้อสินค้าจากประเทศจีนในราคาถูก ในงานแต่งงานที่ลาว เจ้าของงานจะแจกถุงข้าวเหนียวให้แขกคนละถุงกินแทนข้าวเจ้าบนโต๊ะอาหาร คนลาวกินข้าวเหนียว คนไทยกินข้าวเจ้า ประเทศไทยกับลาวถูกกั้นด้วยแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของโลกจากเทือกเขาหิมาลัย ผ่าน ๖ ประเทศออกสู่ทะเลที่ประเทศเวียดนาม สายน้ำเป็นหนทางเชื่อมผู้คนจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ก่อเกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ประเพณี เกิดสายสัมพันธ์กลายเป็นความกลมเกลียว คนตลอดลำน้ำโขงต่างเคยใช้ประโยชน์จากน้ำอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย เสมือนพี่น้อง มีแม่เดียวกัน คือ แม่โขง มาวันนี้พี่น้องทะเลาะกัน แย่งชิงความเป็นเจ้าของ จีนระเบิดแก่งต่างๆ เพื่อเปิดเป็นเส้นทางเดินเรือสินค้าขนาดใหญ่ ส่งผลกระทบต่อประเทศด้านล่างถ้วนหน้า ไม่ว่าที่ไหนๆ เมื่อมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง สายสัมพันธ์ระหว่างกันถูกทำลายทุกที เป็นเรื่องยากจะบอกว่าจบลงอย่างไร ตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ พื้นที่ก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ผืนป่าสักทองผืนสุดท้ายของประเทศไทย สักทองนั้นเป็นผลมาจากสิ่งแวดล้อมที่ไม้สักนั้นขึ้นอยู่ ไม่ใช่ผลจากสายพันธุ์โดยตรง มีดินและแร่พิเศษในการสร้างสีทองให้เนื้อไม้ ปี ๒๕๒๘ กฟผ. มีโครงการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ที่สะเอียบ ต้นน้ำแม่ยม ปี ๒๕๒๘ กรมชลประทานสำรวจแม่น้ำสายบุรีเพื่อสร้างเขื่อนสายบุรี ทั้งสองแห่งอยู่คนละส่วนของประเทศไทย แต่เหมือนกันคือ จะมีการสร้างเขื่อน เจ้าหน้าที่ใช้วิธีเหมือนๆ กัน ได้แก่ โฆษณาชวนเชื่อทุกอย่างเพื่อให้ชาวบ้านเห็นด้วยกับโครงการ อย่างไรก็ตามชาวบ้านก็รู้เท่าทัน ชาวบ้านเรียนรู้ว่าสิ่งที่รัฐมาสัญญาไว้กับสิ่งที่ทำคนละอย่างกัน กลุ่มชาวบ้านมีการศึกษาวิจัย หาข้อมูล องค์ความรู้ ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นเพื่อนำเสนอให้สาธารณะได้รับรู้ เป็นข้อต่อรองกับข้อมูลทางราชการในเวทีสาธารณะ ปี ๒๕๓๙ มีมติ ครม. ในรัฐบาล พล.อ ชวลิต ยงใจยุทธ ให้ยุติการสร้างเขื่อนสายบุรี คนที่เดือดร้อนจากการกระทำของรัฐ มีมากมายหลายล้านคนในประเทศ พวกเขาเป็นเสมือนคนที่เป็นไข้ไม่สบาย ต้องการการเยียวยาทั้งกายและจิตใจ การเยี่ยมเยือน เชื่อมโยงไปมาหาสู่ ทำให้จิตใจผู้ป่วยรู้สึกมีกำลังใจ คลายกังวล ทำให้หัวใจของเขาดีขึ้น ปี ๒๕๔๘ มีมติ ครม. สัญจร ให้ชะลอโครงการแก่งเสือเต้น อดคิดถึงป่าบ้านเราไม่ได้ สะเอียบมีพื้นที่ป่าสักทองผืนสุดท้าย บ้านเรามีตะเคียนทอง แต่ไม่เคยมีใครประกาศว่ามีป่าตะเคียนทองผืนสุดท้ายของประเทศไทยบ้าง ซึ่งอาจเป็นไปได้สองอย่างคือ หนึ่ง. ยังมีป่าตะเคียนทองอีกมาก ยังไม่สุดท้าย สอง. ก้าวเลยผ่านผืนสุดท้ายไปแล้ว คือไม่มีแล้ว อำเภอเวียงป่าเป้า เจ้าอาวาสได้พาไปดูฝายราษฎร์ของชาวบ้าน ซึ่งมีวิธีการจัดการน้ำที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น มีแก่เหมือง แก่ฝาย ทำหน้าที่ดูแลเรื่องน้ำในชุมชน เมื่อมีนโยบายการจัดการน้ำจากรัฐ การปะทะกันระหว่างนักวิชาการรัฐกับปราชญ์ชาวบ้านในเรื่องการจัดการน้ำเกิดขึ้นเสมอ แต่ละฝ่ายต่างเชื่อในองค์ความรู้ที่ตนมีอยู่ ยากจะมองว่าใครถูกใครผิด แต่หากลงลึกภายในจิตใจ เราย่อมจะมองเห็นได้ง่ายขึ้นว่าสมควรเชื่อใคร หลายที่ในภาคเหนือที่พระออกมาแสดงบทบาทอื่นที่ไม่ใช่ผู้นำทางพิธีกรรม บทบาทของนักพัฒนาช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน พระเป็นคนกลางที่ลดความขัดแย้งระหว่างรัฐกับชาวบ้านให้เบาบางลง พระนักพัฒนาเหล่านี้คงมองทะลุปรุโปร่งว่า หากชาวบ้านเดือดร้อนก็ยากถึงศรัทธาที่แท้จริง เทือกเขาสันคาราคีรีกั้นระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซีย ภายในหุบเขามีกลุ่มคนดั้งเดิมอาศัยอยู่คือ "ซาไก" ซาไกเมื่อคลอดลูกที่ไม้ต้นใด จะตั้งชื่อตามต้นไม้นั้น ชื่อของคนซาไกจึงเป็นชื่อไม้ผลที่คนมลายูมุสลิมใช้กันทุกวันนี้ มีเรื่องเล่าว่าคนขับรถเกรดจะดันต้นสะตอทิ้งเพื่อทำถนน ซาไกออกมาขวางบอกว่า ต้นสะตอเป็นทุกอย่างของเขา เป็นอาหาร เป็นที่อยู่อาศัย เป็นยารักษาโรค หากต้นสะตอต้นนั้นตาย เขาก็จะตายไปด้วย หุบเขาลึกภาคเหนือ คนที่อยู่กับป่าคือ ปกากฺญอ ที่บ้านห้วยหินลาดในของพ่อหลวงปรีชา ศิริ ได้รางวัลลูกโลกสีเขียว คนนอกมองปกากฺญออย่างมีคุณค่า แต่เขาอาจจะไม่คิดอะไรมากเพียงแต่ดำเนินชีวิตตามธรรมดาสามัญ ปกติของคนที่ผูกพันกับป่า มีป่าเป็นโรงเรียนห้องใหญ่ มีธรรมชาติเป็นครูที่ยิ่งใหญ่ เป็นทรรศนะของคนเมืองที่ถูกพันธนาการด้วยกรอบแนวคิดทฤษฎีต่างๆ หรือคนเมืองต้องหัดสงบนิ่งบ้าง ฟังเสียง หัวใจ ของตนเองเหมือนพ่อหลวงปรีชาบ้าง ปกากฺญอไม่อยากรู้วิชาเศรษฐศาสตร์ ชาเขียวที่หมู่บ้านถุงละ ๑๐ บาท ที่ตลาดแม่สายถุงละ ๖๐ บาท เหมือนกับคนที่เวียงป่าเป้าเล่าว่าปลูกข้าวหอมมะลิขายได้กิโลกรัมละ ๑๕ บาท แต่พวกเราไปซื้อข้าวหอมมะลิที่เชียงของกิโลกรัมละ ๓๕ บาท ในระดับชุมชนเดียวกัน ชาวบ้านจะไม่ขายแพง ผู้ซื้อจะรู้สึกไม่ดี ชาวบ้านสนใจถึงไมตรีจิตระหว่างกัน ต่างจากพ่อค้าในเมืองที่ขายของด้วยทุนที่เป็นเงินสดเท่านั้น จึงคิดในแง่กำไรขาดทุนอย่างเดียว แต่นี่เป็นเศรษฐกิจภายในชุมชนเท่านั้น หากจะคิดแบบนี้ในสังคมภายนอกคงจะอยู่ไม่ได้ เชียงใหม่ เราคงคิดถึงเมืองในหมอก อากาศเย็นสบาย เทือกเขาล้อมรอบ ดอกไม้สวยงาม ผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ วันนี้เชียงใหม่อากาศร้อน รถติด มีตึกสูงใหญ่มากมาย ผู้คนอยู่ในภาวะรีบเร่งแข่งขัน เชียงใหม่กับความเป็นมนต์เมืองเหนือ เชียงใหม่ตัวแทนของภาคเหนือไม่มีค่าแล้ว เกิดคำถาม เชียงใหม่เป็นของใครกันแน่? ปมความขัดแย้งมีอยู่ทุกที่ที่ไป โครงการขนาดใหญ่ของนายทุนกับวิถีที่สงบของชุมชน การพัฒนาของรัฐกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ฝ่ายรัฐได้เปรียบและใช้เครื่องมือทุกอย่างเพื่อเอาชนะ ฝ่ายชาวบ้านเพิ่มความสามารถในการต่อสู้มากขึ้น มีการสร้างงานวิจัยชาวบ้านเป็นองค์ความรู้ในการต่อรองกับข้อมูลราชการ มีการสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีการฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่น ชาวบ้านต้องทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างพื้นที่การต่อรอง ส่งเสียงให้อีกฝ่ายได้ยินเพื่อรับฟังและร่วมกันตัดสินใจต่อไป ความแตกต่างทีไม่แตกต่างจากปัตตานีสู่เชียงใหม่่ มะรอนิง สาและ, ดอเลาะ เจ๊ะแต (นักวิจัยท้องถิ่นในโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เพื่อศึกษาท้องถิ่นในสามจังหวัดภาคใต้ โครงการยาลอ) ก่อนจะออกเดินทางในวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๔๘ มีความรู้สึกกังวลใจที่จะต้องไปศึกษาในพื้นที่ ที่มีความแตกต่างกับปัตตานีอย่างมาก เช่น ด้านวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ภูมิประเทศ ความเชื่อ ศาสนา และกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งมีความแตกต่างกับปัตตานีและพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคใต้ ภาคใต้และปัตตานีมีทะเล มีอ่าวปัตตานี และมีพื้นทีราบลุ่ม มีพรุ สำหรับภาคเกษตรกร มีภูเขาที่เป็นป่าดิบชื้น ป่าแตกต่างกับพื้นที่ทางเชียงใหม่และภาคเหนือ ทางแก่งเสือเต้น จังหวัดแพร่มีดอยที่เป็นป่าพลัดใบและมีไม้สักที่ยังหลงเหลืออยู่ให้พวกเราได้เห็นเพื่อเป็นรางวัลแก่ชีวิตนับว่าเป็นป่าไม้สักที่สมบูรณ์และผืนสุดท้ายของโลกในปัจจุบันก็ว่าได้ ชาวบ้านช่วยกันอนุรักษ์หลังที่ทางรัฐบาลประกาศเป็นป่าสัมปทานหลังจากที่ฝรั่งช่วยกันกอบโกยทรัพยากรมีค่าอย่างถูกต้องตามกฎหมายบนความเสียดายของคนในพื้นที่ แต่ก็โชคดีที่ชาวบ้านมีความเข้มแข้งสามารถดูแลป่าและฟื้นฟูป่าให้ป่ากลับมีสภาพเดิมตามธรรมชาติเอาไว้ได้ ชาวเมืองแพร่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี จะสังเกตได้ว่าชาวเมืองแพร่รักความสงบสุข แต่อย่าไปกดขี่และสร้างอยุติธรรมกับพวกเขา เพราะในประวัติศาสตร์พวกเขาเคยลุกขึ้นมาร่วมกับพวกเงี้ยวโดยใช้ความรุนแรงดังเหตุการณ์กบฎเงี้ยวเมืองแพร่ ซึ่งไม่ได้แตกต่างมากนักกับปัญหาชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้น โดยยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่ามันเกิดขึ้นด้วยสาเหตุอะไร ทำไมมันต้องเกิดตอนนี้ด้วย คนในประเทศส่วนใหญ่คิดว่าเป็นเพราะศาสนา ภาษา เศรษฐกิจ การศึกษา ซึ่งสรุปว่าคือปัญหาการแบ่งแยกดินแดน ที่จริงแล้วช่างต่างกับความคิดของชาวบ้านธรรมดาๆ ที่คิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเพราะคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้รับความยุติธรรม สิ่งแวดล้อมถูกทำลาย วัฒนธรรมถูกแทนที่ด้วยทุนนิยมตะวันตก สร้างกระแสการค้าเสรีโดยเงื่อนไขของคนที่ไม่เคารพวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ เพระเขาคิดว่าทรัพยากรคือตัวเงินตัวทองที่จะสร้างรายได้ให้ประเทศชาติให้มั่นคง-ชุมชนมั่งคั่ง โดยไม่ใส่ใจว่าคนในพื้นที่กำลังจะตายทั้งเป็น เพราะเขาคิดว่าเมื่อเอาเงินเป็นที่ตั้ง เอาทองเป็นพึ่งแล้ว ประชาชนจะสบาย ที่จริงแล้ว ประชาชนจะพึ่งใคร ? คนแพร่ชอบความสงบสุข จะสังเกตได้ว่าในเมืองจะเงียบสงบ มีมารยาทและมีมนุษยสัมพันธ์ดี มีความสามัคคี ตั้งแต่อดีตการที่จะขุดร่องน้ำยาวประมาณ ๔ กิโลเมตรลึกประมาณ ๖ เมตรเอาดินมาทำกำแพงคูเมือง ถึงแม้ว่าสร้างมาประมาณ ๗๐๐ ปี แต่ก็ยังมีร่องรอยสะท้อนให้ลูกหลานได้เห็นว่าถึงจะไม่มีอุปกรณ์ทันสมัย เช่น รถแมคโคร แต่บรรพบุรุษของเราก็สามารถขุดร่องน้ำ โดยใช้แรงงานคนได้ ซึ่งภาพเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการอยู่ร่วมกัน โดยเอาความสามัคคีเป็นฐานหลัก สังคมก็มีความสุขได้ แต่ปัจจุบันยังเห็นร่องรอยอยู่ที่เมืองแพร่ เมืองแพร่มีวัดกระจัดกระจายเต็มไปหมด เช่น วัดศรีชุมซึ่งเป็นวัดแห่งแรกในจังหวัดแพร่ เชื่อเหลือเกินว่าคนในอดีตที่เมืองแพร่มีความศรัทธาวัดมากๆ มีชุมชนแล้วก็ต้องมีวัดโดยไม่มีการแตกแยกว่าวัดเราสวยกว่าเขา ตามป้ายประกาศของวัดกล่าวว่า หลังจากวัดศรีชุมเสื่อมความศรัทธาเพราะมีวัดอื่นมาสร้างใหม่ในเขตเวียง มันตรงกันข้ามกับความคิดของพวกเรา เพราะคิดว่าวัดไม่ได้เสื่อมความศรัทธาอาจจะเป็นผู้บริหารไม่มีทุนทรัพย์เพราะศาสนาพุทธนับถือวัตถุ เมื่อวัตถุหรือเจ้าอาวาสดังคนก็ไปทำบุญเหมือนกับวัดช้างให้ของอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เป็นต้น และไม่แตกต่างกับศาสนาอิสลามเมื่อมีหลายๆ มัสยิดในพื้นที่เดียวกัน ความแตกแยกด้านศาสนาก็เกิดขึ้นด้วย เช่น ลัทธิใหม่ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ความทรงจำดีๆ ที่หมู่บ้านดอนชัย ชาวบ้านดอนชัย ตำบลสะเอียบ จังหวัดแพร่ เป็นชุมชนเข็มแข็ง รักความสามัคคีและศรัทธาในพุทธศาสนา เวลามีเรื่องการประชุมก็อาศัยวัดเป็นสถานที่ประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในบรรยากาศเป็นกันเอง ดังเช่นที่พวกเราได้สัมผัสในคืนวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๔๘ คนสะเอียบทำให้เราภูมิใจและสบายใจที่พวกเขามองพวกเราดังมิตรสหายที่มีปัญหาคล้ายกัน พวกเขาต่อสู้กับการที่รัฐจะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น พวกเราต่อสู้กับการที่รัฐสร้างเขื่อนปัตตานีและเขื่อนสายบุรีที่สร้างปัญหาเกิดขึ้นมากมาย เช่น น้ำท่วมใหญ่ในรอบ ๓๖ ปีที่ผ่านมา ปัญหาเหล่านี้คงไม่แปลกที่จะเกิดขึ้นในภูมิภาคของประเทศไทยที่ไม่มีความยุติธรรม วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๘ เสียงไก่ขันดังมาแต่ไกล มากับสายลมที่หนาวเหน็บเพื่อบอกว่าวันใหม่กำลังจะมา ทำให้เราต้องตื่นขึ้นมาเพื่อจะไปดูตลาดเช้า เราเรียนรู้วิถีชีวิตและทรัพยากรป่ายังมีให้ชาวบ้านเก็บมาขาย แต่ไม่เห็นปลาน้ำจืดที่จับเอามาจากธรรมชาติ ( ลำธาร ลำคลอง) จะมีก็ปลาดุก ปลานิล ปลาจีนที่เลี้ยงในกระชัง
เหยียบแผ่นดินลาวเป็นของขวัญกับชีวิต ในยามเช้ามีหมอกควันมาตามผิวน้ำโขงอันเย็นสบายครั้งแรกที่ไปเหยียบแผ่นดินลาวด้วยการข้ามแม่น้ำโขงอาศัยเรือรับจ้างแต่ต้องเสียค่าเหยียบแผ่นดินตั้ง ๒๐ บาท เวลาลาวเหยียบแผ่นดินไทยไม่รู้ต้องเสียค่าเหยียบแผ่นดินหรือเปล่า? มิน่าล่ะ อะไรจะมา รับได้หมดเลยแม้กระทั่ง FTA. ประเทศลาวเป็นประเทศกำลังพัฒนา ฉะนั้น ธรรมชาติแวดล้อมสมบูรณ์กว่าประเทศเราเห็นได้ชัดเจน แต่เมื่อไปเห็นในตลาดลาวนั้นแม่ค้าพ่อค้าส่วนใหญ่หน้าคล้ายๆ กับคนจีนแผ่นดินใหญ่แสดงว่าจีนกำลังจะมีอำนาจทางการค้าในภูมิภาคนี้ เรียนรู้แม่น้ำโขงกับกลุ่มอนุรักษ์เชียงของ แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงชาวบ้านและประชากรในหลายๆ ประเทศแต่น่าเสียดายที่จีนสร้างเขื่อนและระเบิดแก่งทำให้วิถีชีวิตของชาวบ้านเปลี่ยนไปจากการที่เคยจับปลาในแม่น้ำโขง กลายเป็นลูกจ้างโรงงาน ปลาบึกเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ขึ้นชื่อของแม่น้ำโขงเกือบจะไม่มีให้ลูกหลานได้เห็น เช้าวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๔๘ ไปตลาดในตัวอำเภอเชียงของเพื่อจะไปหาปลาแม่น้ำโขงเพราะว่าเราอยู่ปัตตานีกินแต่ปลาน้ำเค็ม คิดว่าจะได้กินปลาน้ำโขงสักครั้ง แต่ในตลาดไม่มีปลาให้เราเลือกเลยมีแค่ปลาชนิดเดียวเท่านั้นเองลำตัวยาวๆ สีขาวไม่แน่ใจว่าปลาอะไรและเอามาจากแม่น้ำโขงหรือเปล่า? มันตรงกันข้ามกับข้อมูลที่ได้มาว่า ณ ปัจจุบันยังมีปลากว่า ๒๐๐ ชนิดอยู่ในแม่น้ำโขงจากการวิจัยของชาวบ้าน ที่บ้านห้วยหินลาดใน ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าทำได้ ต้องยอมรับและนับถือชาวปกากฺญอที่มีจิตสำนึกในความเป็นมนุษย์ที่ดี มีจิตใจเข็มแข็งทั้งๆ ที่ชาวบ้านห้วยหินลาดในมีแค่ ๒๐ ครอบครัวแต่ก็สามารถดูแลป่าและจัดการป่าด้วยภูมิปัญญาจารีตและความเชื่อ สามารถดูแลป่า ๒๐,๐๐๐ กว่าไร่ ซึ่งจะไม่เห็นในประเทศไทยเท่าไรนัก แสดงให้เห็นถึงความสามัคคี ไม่พยายามทำลายป่า พยายามปลูกจิตสำนึกตั้งแต่เยาว์วัย พยายามรักษาประเพณีดังเดิม เช่น ผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานต้องใส่ชุดขาว ถ้าไปยุ่งกับเขาจะผิดผี และพิธีบวชป่าซึ่งอาจจะไม่มีในคำสอนของศาสนา แต่ก็สามารถรักษาป่าตรงนั้นได้ ด้วยความเชื่อว่าต้นไม้ที่ได้บวชจะมีความศักดิ์สิทธิ์ ความชั่วร้ายไม่สามารถไปรบกวนนับว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่จะให้ป่ารอดจากการทำลาย ศาสนาอิสลามก็เช่นกันหากคนเราเคารพธรรมชาติด้วยความเป็นมนุษย์ที่ดี ความศรัทธาในศาสนา ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่โลภ ธรรมชาติคงจะดีกว่านี้ ซึ่งแตกต่างกับชาวอาข่าที่สะเอียบในการจัดการป่าและพื้นที่สำหรับการเกษตร ชาวปกากฺญอแบ่งเขตความรับผิดชอบในการดูแล เวลาเก็บเกี่ยวใบชาจะช่วยกันเก็บโดยไม่แบ่งว่าเขตใครเขตมัน คนๆ หนึ่งสามารถไปเก็บในพื้นที่อีกของอีกคนได้แล้วนำมารวบรวมในที่เดียวกัน ในลักษณะเป็นกลุ่มเพื่อแบ่งรายได้จากการขายใบชาในอัตราเท่าเทียมกัน ชาวปกากฺญอจะปลูกชาโดยไม่ตัดต้นไม้ พวกเขาจะปลูกใต้ต้นไม้ใหญ่ ต้นชาอยู่ได้เคียงคู่ต้นไม้ใหญ่ ชาวปกากฺญออยู่รอดด้วยใบชา
ส่วนชาวอาข่านั้น พื้นที่ทำการเกษตรจะเป็นดอยหัวโล้น มีกระต๊อบเล็กๆ เป็นที่พักผลผลิตจากการปลูกข้าวโพดของชาวอาข่า ทำให้หลายๆ ดอยถูกทำลายและมีเจ้าของที่ชัดเจน แต่จะไปโทษว่าชาวเขาทำลายป่าโดยตรงก็คงไม่ได้ พวกเขาทำลายป่าเพื่อปากท้องเพราะเขาไม่มีทางเลือกทำไมเจ้าหน้าที่ไม่ไปจัดการให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้น จะไปโทษชาวเขาว่าน้ำท่วมเชียงใหม่เพราะชาวเขาทำลายป่า เพราะยังมีอีกมากมายที่ดอยถูกทำลายเพราะนายทุนปลูกส้มสายน้ำผึ้ง และลำไยเพื่อธุรกิจเป็นพันๆ ไร่ และมีหนังสือรับรองใช้พื้นที่ถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย สรุปว่าการไปเรียนรู้ในครั้งนี้ได้อะไรหลายอย่างที่เราไม่เคยได้รับจากที่ไหนมาก่อน นับว่าเป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่ต้องค้นคว้าและเรียนรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งโอกาสแบบนี้คิดว่าพวกเราเป็นคนโชคดี เพราะคงไม่มีโอกาสบ่อยครั้งนักที่จะเกิดกับตัวเองเช่นนี้ |
|||
| หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อที่อยู่พร้อมแสตมป์ ๖ ดวงต่อปีมายังที่อยู่ของมูลนิธิฯ |