บันทึกจากท้องถิ่น

   ผ่อสล่าแปงสะล้อ

    วิชญดา ทองแดง

     

ออกจะน่าทึ่งอยู่ไม่น้อยที่สะล้อและซึงรูปทรงสวยงาม เสียงไพเราะ อันเป็นสิ่งแสดงถึงเอกลักษณ์ทางดนตรีล้านนามาช้านานที่เราเห็นในวันนี้ ส่วนหนึ่งมาจากฝีมือของสล่า
( ช่าง ) สมบูรณ์ กาวิชัย ชายหนุ่มวัย ๒๓ ปี ชาวหมู่บ้านเมืองสาตร จังหวัดเชียงใหม่

     สมบูรณ์เล่าให้ฟังถึงเหตุแห่งความเป็นมาว่าตนเองชอบฟังเพลงตามขบวนแห่มาตั้งแต่เด็กๆไม่ว่าจะมีขบวนแห่งานใดๆเดินผ่านหน้าบ้านก็จะต้องวิ่งไปดูและเดินตามเสียง
ดนตรีที่ได้ยินทุกครั้ง มีเหตุการณ์ที่จำได้แม่นยำก็คือ วันหนึ่งในขณะช่วงอายุ ๑๒ ปี ได้ยินเสียงเพลงจากวิทยุแล้วรู้สึก เพราะจับใจแต่ไม่รู้ว่าเป็นเสียงของเครื่องดนตรีชนิด
ใดเมื่อความสนใจมีมากจนห้ามความอยากรู้ไว้ไม่ได้ จึงหิ้ววิทยุไปถามตา คำตอบที่ได้คือเป็น วงสะล้อ ซอ ซึง ตั้งแต่นั้นคำว่า " สะล้อและซึง " จึงฝังแน่นอยู่ในใจ

     ความตั้งใจอันมุ่งมั่นต่อมาก็คือ จะต้องเล่นเครื่องดนตรีเหล่านี้ให้ได้ เมื่อไปเดินเที่ยวที่ตลาดไนท์บาร์ซ่าในเวลาต่อมาก็พบเครื่องดนตรีทำจากไม้ คล้ายกีตาร์วางอยู่ เห็นรูปทรงสวยงามแปลกตาเข้าไปถามก็ได้ความว่าเป็นสิ่งที่ตนตามหามานานและนั่นคือที่มาของซึงตัวแรกในชีวิตซึ่งต้องเก็บสตางค์อยู่หลายวันเพื่อแลกกับจุดเริ่มต้นทาง
ดนตรีที่คิดหวังอยู่ในใจ

     สมบูรณ์คิดไว้แต่เพียงว่าวันที่ ๑๒ สิงหาคมนั้นโรงเรียนหยุด ตนเองก็จะได้นำเงิน ๑๕๐ บาทที่สะสมไว้ไปซื้อซึงเสียที แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม สมบูรณ์และเพื่อนร่วมชั้นใช้กระบี่ไม้ที่เป็นอุปกรณ์ในชั่วโมงพลศึกษาเล่นตีรันฟันแทงกัน กระบี่ในมือเพื่อนเสียบพลาดเข้าไปในข้อมือซ้ายของสมบูรณ์จนเป็นแผลขนาดใหญ่ แต่ด้วยความกลัวว่าหากผู้ใหญ่หรือเพื่อนๆ คนอื่นๆ มาเห็นเข้าจะอดเล่นซึงที่ใฝ่ฝันในวันรุ่งขึ้น ดังนั้นจึงซ่อนแผลไว้ไม่ให้ใครเห็น และแม้จะได้ซึงมาตามตั้งใจ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ต้องดีดซึงมือซ้ายจนถึงทุกวันนี้

    สมบูรณ์กล่าวติดตลกในความไม่รู้ของตนให้ฟังว่า พอได้เป็นเจ้าของซึงเรียบร้อยแล้ว ก็เห็นว่าซึงมี ๔ สายโดยแบ่งเป็นสองคู่ห่างกัน ด้วยความไม่รู้ว่าต้องดีดเป็นสายคู่
จึงไปหาหย่องมาแยกให้ทั้ง ๔ สายมีระยะห่างเท่าๆ กัน แล้วเอาไปให้ตาสอนดีด ตาหัวเราะชอบใจและบอกว่าไม่เคยเห็นซึงลักษณะนี้มาก่อนเลยในชีวิต

     แต่คำพูดของตาที่ว่า "ของอย่างนี้เขาไม่สอนกัน ถ้าอยากรู้ให้หัดเองคนเดียว " ที่ได้รับ ดังก้องกลบความขบขันในขณะนั้น ความโกรธที่คิดว่าตาหวงวิชาเข้ามาแทนที่ จึงเปลี่ยนใจวิ่งไปขอให้ลุงสอนให้แทนแต่ก็ได้รับคำตอบมาเช่นเดียวกันด้วยความที่ไม่เข้าใจความคิดของผู้ใหญ่ความรู้สึกที่จะต้องเอาชนะให้ได้จึงเกิดขึ้นบวกกับความอยาก
เล่นที่มีมาแต่เดิมเป็นแรงขับทวีคูณ สมบูรณ์จึงหาเทปเพลงพื้นเมืองมาฟังแล้วดีดตาม หัดซึงเองโดยไม่ต้องพึ่งใคร จนเริ่มจับจังหวะได้ เล่นเป็นทำนอง ฟังเป็นเพลง และได้เริ่ม เรียนรู้สิ่งที่ตาและลุงสอนทางอ้อมว่า สิ่งที่ได้มายากเย็น ฝึกฝนด้วยใจรักจริงจะทำให้เราเห็นคุณค่าและเป็นวิชาที่ติดตัวเราไปจนตาย

     สมบูรณ์บอกว่าเมื่อเล่นเป็นแล้วก็ควรจะแต่งแปงเครื่องดนตรีขึ้นเองได้ด้วยแม้ว่าซึง๓๐ตัวแรกในชีวิตที่สล่าสมบูรณ์ทำขึ้นจะไม่ได้ผลแต่ซึงตัวที่ทำหลังจากนั้นมารับรอง
ได้ว่าเสียงดีทุกตัว สล่าเล่าว่า แรกๆ ก็ตั้งใจไว้ว่าจะทำไว้ใช้เอง เมื่อมีคนมาขอซื้อจึงไม่ขายให้ ต่อมามีคนรู้จักมาขอให้ขายบ่อยขึ้นจึงตัดสินใจขายเมื่อ ๒ - ๓ ปีที่ผ่านมานี้เอง
แต่ไม่ค่อยอยากทำขายมากเพราะเอ็นดู(สงสาร)ไม้ไม่อยากทำลายชีวิตเขาจึงต้องรอให้ได้ต้นไม้ที่แห้งตายเองมาเป็นวัสดุจึงไม่สามารถกำหนดวันรับของที่แน่นอนให้ลูกค้าที่สั่ง
จองเครื่องดนตรีไว้ได้ แม้ว่าระยะเวลาในการประดิษฐ์เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นนั้น สล่าสมบูรณ์คำนวณให้ฟังว่า ปัจจุบันตนทำซึงตัวหนึ่งใช้เวลาทำ ๓ วัน สะล้อ ๒ วัน ส่วนขลุ่ย
ใช้เวลาเพียง ๑๕ นาทีเท่านั้น

     เคล็ดลับในการทำเครื่องดนตรีนั้น คนเฒ่าบอกเล่าต่อกันมาว่า " สะล้อใช้พร้าวหล่นลม ซึงใช้ไม้ฟ้าผ่า ขลุ่ยใช้ไม้ริมทาง " จึงจะทำให้เครื่องดนตรีมีเสียงดี นั่นคือมะพร้าวที่นำมาทำสะล้อต้องเป็นมะพร้าวที่แก่คาต้นจนหล่นลงมาจากต้นเอง มะพร้าวที่นำมาทำสะล้อนั้นต้องเป็นมะพร้าวที่ทางเหนือเรียกว่า " ฮักเกิ้ม " นั่นคือมีเนื้อ มะพร้าวติดอยู่กับตัวกะลาแน่นมากกว่ามะพร้าวทั่วไป กะลาบาง เปลือกข้างนอกบาง มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ ๑๐ เซนติเมตรลงมา โดยขนาดที่นิยมใช้อยู่ระหว่าง
๘ - ๙ เซนติเมตร แต่ถ้าต้องการสะล้อขนาดใหญ่ต้องใช้มะพร้าวหัวคนมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑๔ เซนติเมตร ในส่วนเลาของสะล้อนั้นนิยมใช้ไม้ประดู่หรือไม้ชิงชัน
ความยาว ประมาณ ๗๐ เซนติเมตร หน้าสะล้อต้องทำจากไม้สักเท่านั้น โดยเอาไม้มาฝานให้บาง ขูดด้วยคมแก้ว แล้วขัดด้วยกระดาษทรายให้เรียบ

     ส่วนไม้ที่นำมาทำซึงแล้วได้ซึงที่มีคุณภาพดี คือไม้ที่ถูกฟ้าผ่า ซึ่งค่อนข้างหายากโดยทั่วไป นิยมใช้ไม้สัก ไม้ขนุน ไม้ประดู่ ไม้ซ้อฯลฯ ปัจจุบันทั้งสะล้อและซึงใช้สายกีตาร์
แทนสายทองเหลืองที่เคยมีมาแต่เดิม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่องดนตรี ถ้าขนาดเล็กก็ใช้สายกีตาร์ สาย๑ และ ๒ อย่างละสองเส้น ถ้าขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ก็ใช้สาย ๒
และสาย ๓ สล่าสมบูรณ์บอกว่า หากฝีมือถึงระดับจะใช้สายกีตาร์ขนาดเดียวกันมาขึ้นสายให้ต่างกันก็ยังได้

     ส่วนเคล็ดลับในการทำขลุ่ยให้ได้เสียงดีนั้น ต้องใช้ไม้ไผ่ลำที่มียอดแยกออกมาจากกอ ถ้าได้ไผ่ลำเล็กๆ ข้อยาวๆ ด้วยละก็เป็นอันว่ารับประกันคุณภาพได้อย่างดี

     ด้วยความคิดที่ว่าของที่แพงคนมักจะหัด มากกว่าจะเก็บไว้ดูเล่น ปัจจุบันสล่าสมบูรณ์ตั้งราคา ซึงเล็กทำจากไม้ขนุนตัวละ ๑ , ๓๐๐ บาท แต่ถ้าเป็นไม้สักก็จะแพง
ขึ้นมาอยู่ที่ ๑ , ๕๐๐ บาท ซึงกลางไม้ขนุน ๑ , ๗๐๐ บาท ไม้สัก ๒ , ๐๐๐ บาท ซึงหลวง ( ซึงใหญ่ ) ไม้ขนุน ๓ , ๐๐๐ บาท ไม้สัก ๓ , ๕๐๐ - ๔ , ๐๐๐ บาท สำหรับ
ขลุ่ยนั้นราคาขายอยู่ในช่วง ๕๐ - ๑๐๐ บาท ต่อหนึ่งเลา

     ไม่ว่าเพลงลาวเสี่ยงเทียน เพลงลาวดวงเดือน เพลงมอญบางขุนพรหม หรือเพลงปราสาทไหวอันไพเราะจับใจที่สมบูรณ์ดีดซึงให้ฟังก่อนการร่ำลาและเพลงพื้นเมืองอีก
หลายสิบหลายร้อยเพลงที่ก้องกังวานอยู่ในวันนี้จะมีที่มาจากแหล่งกำเนิดเสียงใดๆแต่เสียงดนตรีจากวงสะล้อซอซึงยังพร้อมที่จะสะกดผู้มีใจรักดนตรีอีกหลายคนให้หยุดฟัง
และหลงใหล

     
แม้จุดเริ่มต้นจะต่างจากครูและช่างทางดนตรีผู้นี้ได้เดินมาแต่เสียงดนตรีพื้นบ้านที่ออกมาจากจิตใจจะยังคงอยู่คู่กับแผ่นดินล้านนาตราบที่คนรุ่นใหม่เห็นและตระหนักใน
คุณค่าของท้องถิ่นอย่างจริงจัง และถึงจะมีฝีมือในทางดนตรีและฝีมือเชิงช่างอยู่ในชั้นครูตั้งแต่วัยหนุ่ม สมบูรณ์กาวิชัยยังมีลักษณะของความอ่อนน้อมถ่อมตนแทรกอยู่ใน
อหังการทางดนตรีอย่างเต็มเปี่ยม และมีความคิดที่น่าหยุดฟังฝากไว้ว่า " ผมเล่นดนตรีเพราะความรักในเสียงดนตรี ไม่ได้คิดหวังรางวัล ไม่ได้ยึดการทำเครื่องดนตรีเป็น
อาชีพ แต่อยากทำให้คนอื่นเล่นเพื่อผ่อนคลาย มีดนตรีเป็นเพื่อนอยู่ตลอดเวลา

หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ