ไปตลาดน้ำอัมพวายามเย็นของวันหยุดสุดสัปดาห์ แม้อาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า แต่คนยังเนืองแน่น อากาศขมุกขมัวของหน้าหนาวไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศเย็นฉ่ำแต่อย่างใด นักท่องเที่ยวซึ่งเป็นคนไทยโดยส่วนมากกำลังบริโภค อดีต กันอย่างเมามัน เสียงเพลงสุนทราภรณ์ที่ถูกนำมาขับร้องใหม่เปิดก้องไปทั่วทั้งย่านตลาดที่เป็นปากคลอง สองฝั่งทุกบ้านร้านช่องที่เคยปิดเหงาก็เปิดขายของสารพัด และสามารถขายได้ทุกอย่าง บางแห่งต่อเติมขึ้นเป็นเกสต์เฮาส์สามชั้น แน่นอน ทั้งอาหาร ของที่ระลึก เป็นสินค้าที่ทำให้หวนหาอดีตของชีวิตอันร่มเย็นในจินตนาการทั้งของคนขายและคนซื้อไปเสียทั้งนั้น
ริมตลิ่งมีเรือก๋วยเตี๋ยว ข้าวต้ม ผัดไทย กาแฟ จอดซ้อนลำกันสองสามแถว หญิงสาวท่าทางมาดมั่นตะโกนจัดระเบียบคนซื้อและสั่งอาหารเป็นทอดๆ ไป บางคนนั้นเป็นสาวอัมพวาที่เป็นสาวชาวสวนเหมือนสมัยก่อนหรือไม่ก็ไม่แน่ใจแล้ว เพราะน้ำเสียงเฉียบขาดของเธอผู้หนึ่งตอบคำถามของลูกค้าที่หิวน้ำว่า น้ำสามขวดยี่สิบค่ะ ตลาดอัมพวาไม่มีของฟรี
ผู้คนบนสะพานตั้งท่าถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน เสียงคนคุมเรือรอรับคนที่ต่อรอคิวเพื่อไปชมหิ่งห้อยใต้ต้นลำพูดูวุ่นวายสับสน หลายคนนั่งรอเรือที่ยังมาไม่ถึงอย่างอดทน
ตลาดน้ำ ชีวิตชาวสวน แม่ค้าพ่อค้าพายเรือขายของ ความร่มรื่นของสวนมะพร้าว ย่านวัดเก่าและบ้านเรือนทรงไทย เป็นภาพในฝันอันร่มรื่นในวัยเยาว์ของคนวัยกลางคน และตัวแทนของความเป็นไทยแบบเดิมๆ ที่ยังมีแม่น้ำลำคลองและชีวิตกับสายน้ำที่สงบสุข
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของชาวตลาดอัมพวาที่รองรับอารมณ์ถวิลโหยหาอดีต ทุกวันนี้ไม่อาจรองรับการขยายตัวของการบริโภคอดีตที่ไม่มีขีดจำกัดในตลาดน้ำอัมพวาทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ได้อีกแล้ว
บันทึกจากท้องถิ่นที่เห็นมานี้ไม่อาจตั้งคำถามหรือตอบคำถามในประเด็นใดๆ ที่ลึกซึ้งไปมากกว่านี้ได้ สิ่งที่สะกิดใจนั้นมีเพียงแค่ ทำไมเราจึงโหยหาอดีตและบริโภคอดีตกันไปได้ถึงเพียงนี้ เราต้องการหลบหนีชีวิตในปัจจุบันเพื่อไปอยู่ ณ ที่แห่งใด
วลัยลักษณ์ ทรงศิริ |