เมืองโบราณ
พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ
วารสารเมืองโบราณ
สารคดีดอตคอม
วิทยาลัยการจัดการทางสังคม
แสดงความคิดเห็นผ่านสมุดเยี่ยมชม

ดรรชนีบทความ
อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม

จดหมายข่าวมูลนิธิฯ
ปีที่ ๑๒ ฉบับที่ ๗๑ มีนาคม-เมษายน ๒๕๕๑
     
   
เปิดประเด็น - ศรีศักร วัลลิโภดม
 

จากจักรพรรดิฝรั่งเศส–อังกฤษถึงจักรพรรดิอเมริกา : กระบวนการสนตะพายคนไทยสยาม

บันทึกจากท้องถิ่น - วลัยลักษณ์ ทรงศิร

 

เล็กนั้นดี ไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กสำหรับชาวบ้านในลาว

บันทึกจากท้องถิ่น - เหมือนพิมพ์ สุวรรณกาศ
  ทุ่งไหหิน : ดินแดนสำคัญที่เชียงขวาง
บันทึกจากท้องถิ่น - มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
  งานสมโภช ๑๐๐ ปี วัดจันเสนและเสวนาเรื่อง"การเรียนรู้และประสบการณ์ ๑ ทศวรรษ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจันเสน"
 
 

 

   
 

เล็กนั้นดี ไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กสำหรับชาวบ้านในลาว

 
 

 

“ พลังงานน้ำ ” แหล่งพลังงานเก่าแก่ที่สุดในโลกและสามารถนำมาใช้ใหม่ได้เสมอ การใช้พลังงานน้ำตัดปัญหาเรื่องการเผาไหม้ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในหลายประเทศพลังงานถูกนำกลับมาใช้เพื่อเป็นพลังงานทางเลือกสำหรับชาวบ้านที่อยู่ห่างไกลนอกเครือข่ายสายไฟฟ้าและสำหรับผู้คนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยการพัฒนาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่มีราคาถูกและระบบการเก็บสำรองไฟสำหรับแจกจ่ายไฟฟ้าในชุมชน

 

ลำธารตามซอกเขาในลาวแม้จะไม่มีแรงดันน้ำมาก แต่ก็สามารถนำมาใช้เป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าขนาดเล็กเพื่อใช้ในครัวเรือน โดยเทคโนโลยีง่ายๆ ที่ไม่แพงและทางรัฐบาลเป็นฝ่ายสนับสนุน และอุปกรณ์ที่ชาวบ้านใช้ผลิตส่วนตัวนี้ซื้อมาจากจีนในราคาถูก

กังหันน้ำขนาดเล็กและใหญ่ช่วยพัดน้ำในลำห้วยเข้าผืนนาตามริมน้ำปิงแต่เก่าก่อนคงเป็นภาพที่ชินตาของคนรุ่นหนึ่ง แต่ก็เลือนหายไปจากสังคมไทยเพราะผลกระทบจากการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่กั้นแม่น้ำปิงที่จังหวัดตาก แม้เขื่อนดังกล่าวจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าในปริมาณมากก็จริง แต่การใช้พลังงานน้ำตามธรรมชาติของชาวบ้านตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำคงเหลือแต่ความทรงจำและหลักฐานในประวัติศาสตร์เท่านั้น เมื่อนโยบายสร้าง สาธารณูปโภคพื้นฐาน [Infrastructure] กระทำอย่างจริงจังในแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับแรก การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่คือการนำเข้าความรู้จากต่างประเทศโดยนักเทคโนแครต [Technocrat] หรือผู้เชี่ยวชาญทางการใช้เทคโนโลยีที่ไปร่ำเรียนฝึกฝนมาจากเมืองนอกเพื่อจัดการนำพลังงานธรรมชาติมารับใช้เกษตรอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรม

กระบวนการผลิตด้วยการคิดใหญ่เหล่านี้กลายเป็นทางออกเพียงอย่างเดียวของนโยบายรัฐตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา จนกระทั่งผลกระทบจากโครงการใหญ่เหล่านี้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อชีวิต วัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจโดยมีแนวโน้มที่จะให้คนส่วนหนึ่งยอมเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม การอ้างนโยบายเช่นนี้เห็นชัดว่าถูกผูกเข้ากับประเด็นเรื่อง “ การเมือง ” มาทุกยุค ไม่มีรัฐบาลใดเลยที่จะสนับสนุนการค้นคว้ากลับไปทบทวนนโยบายพลังงานที่ผ่านมาว่าเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและจะนำความรู้ดั้งเดิมมาเสริมเพื่อให้คนไทยมีทางเลือกมากขึ้นหรือไม่

 

เพราะคนไทยทุกวันนี้เคยชินกับการใช้พลังงานที่หาซื้อง่ายๆ (เมื่อยังมีราคาไม่มากเท่านี้) เช่น น้ำมันมาปั่นไฟเพื่อสูบน้ำมากกว่าที่จะคิดถึงการใช้พลังงานธรรมชาติที่มีมาแต่ดั้งเดิม และไม่เคยเรียนรู้เลยว่า ชีวิตนอกภาคอุตสาหกรรมนั้นมีทางเลือกอื่นไหมที่จะนำพลังงานทางเลือกอีกมากมายมาใช้โดยไม่ต้องสิ้นหวังกับราคาที่สวนทางกับปริมาณน้ำมันที่ลดลง

การใช้พลังลมในพื้นที่กว้างและลมแรง การใช้แผงโซล่าเซลล์รับพลังงานแสงอาทิตย์ การใช้พลังงานน้ำขนาดเล็กเพื่อปั่นไฟฟ้าไว้ใช้ในครัวเรือน คือหลักการพื้นฐานเรื่องการใช้มอเตอร์หมุนแกนแม่เหล็กเพื่อผลิตไฟฟ้า ความรู้วิทยาศาสตร์ชั้นประถมที่พวกเราได้เรียนกันมาทั้งนั้น แต่ไม่เคยมีการนำไปใช้จริงสำหรับชาวบ้านธรรมดาๆ เพราะการผลิตแบบนี้ยุ่งยากและกระจายอำนาจในการผลิตไฟฟ้าเกินกำลังที่นโยบายพลังงานของรัฐจะสนับสนุน แต่ที่เป็นจริงมากกว่า นั่นคือนโยบายทางการเมืองในประเทศไทยนั้นแม้จะใช้คำหรูหราว่าทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เพื่อความสะดวกของประชาชนที่สามารถเข้าถึงพลังงานอย่างสม่ำเสมอ แต่สิ่งเหล่านี้ซ่อนเร้น “ การผูกขาด ” ทั้งเทคโนโลยีและการตลาดให้กับกลุ่มผลิตกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไว้อย่างชัดเจน

เราไม่เคยรับรู้ว่า การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่มีอยู่สม่ำเสมอทุกฤดูกาลในเมืองไทยนั้น ทำไมจึงไม่สามารถมีใช้กันได้โดยทั่วถึงทุกครัวเรือน ทำไมแผงโซล่าเซลล์และกระบวนการเก็บไฟฟ้าในบ้านจึงมีราคาแพงมากจนไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนเมื่อเทียบกับค่าไฟฟ้าที่ซื้อจากรัฐ เราไม่ทราบว่าพลังงานน้ำจากเขื่อนสามารถปั่นไฟได้เต็มกำลังเพียงใด คุ้มค่าต่อชีวิตผู้คนที่ได้รับผลกระทบหรือไม่ และเราก็ไม่ทราบว่าพื้นที่แห่งใด ท้องถิ่นไหน พืชพันธุ์ใดเหมาะสมกับการผลิตไฟฟ้าหรือพลังงานทางเลือกอื่นๆ หรือไม่

การทบทวนตัวเองและเปิดหูเปิดตารับรู้ข้อมูลจากภายนอกบ้าง จึงจะทำให้คนไทยเห็นข้อแตกต่างและเปรียบเทียบวิธีการใช้พลังงานใหญ่ๆ ของเราที่มีแต่จะหมดลงและแพงขึ้นทุกวันกับคนเล็กๆ ในประเทศเพื่อนบ้านที่ใช้พลังงานไม่มากนัก แต่มีโอกาสยั่งยืนกว่า และที่สำคัญนโยบายของรัฐที่แสดงถึงความไม่ยอมจำนนเพื่อยื่นโอกาสทางเลือกที่มีมากกว่าทางเดียวให้กับคนทั่วไป

คนไทยควรเดินทางไปเที่ยวประเทศลาวให้เห็นแล้วคิดอย่างปราศจากอคติ ไม่ใช่เพื่อไปค้นหาภาพอดีตของสังคมไทยที่เคยมี หรือในทางตรงข้ามกลัวการคิดแต่หวนหาอดีต เพราะสังคมที่ลาวยังไม่เร่งรีบ ยังมีเวลาคิดแบบเอื่อยๆ ทั้งบทเรียนในด้านดีและด้านเสียหายมีอยู่ทั่วไป หากพยายามทำความเข้าใจก็จะทำให้เราได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นมากมาย

ในหมู่บ้านห่างไกลบนภูเขาสูงที่มีลำธารมากมาย เราสังเกตเห็นการกั้นน้ำหลากหลายสายย่อยเพื่อให้น้ำไหลผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็กๆ แล้วโยงสายไฟต่อมาบนฝั่งที่มีแบตเตอรี่พิเศษเก็บพลังงานไฟฟ้าเหล่านี้ไว้ วิธีการดูไม่ยากหรือซับซ้อนอะไร สอบถามว่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเหล่านี้ซื้อหามาจากจีน

 

 

รายละเอียดของโครงการเหล่านี้เป็นโครงการเพื่อหมู่บ้านนอกเหนือเครือข่ายไฟฟ้าที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ได้รับเงินกู้จาก World Bank ร่วมกับ Global Environment Facility ผู้ปฏิบัติงานมีทั้งข้าราชการในกระทรวงและคนจากบริษัทที่รับจากภายนอก โดยเริ่มต้นเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๙๙ เป็นโครงการนำร่องในราคาถูก ปี ค.ศ. ๒๐๐๐-๒๐๐๑ สร้างให้นโยบายของรัฐบาลและการเตรียมกฎเกณฑ์ต่างๆ ปี ค.ศ. ๒๐๐๒ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเริ่มงานและมีการฝึกฝนคนจากบริษัทต่างๆ ปี ค.ศ. ๒๐๐๓ เป็นการกระจายเครือข่ายไปสู่งานของบริษัทผลิตไฟฟ้าต่างๆ และประมาณเดือนธันวาคม ค.ศ. ๒๐๐๔ ผลงานจากโครงการนี้ทำให้ประมาณ ๕,๐๐๐ ครัวเรือนมีไฟฟ้าใช้ทุกค่ำคืน

โดยโครงการนี้ขยายเวลาเพิ่มขึ้นไปจนถึงปี ค.ศ. ๒๐๐๕-๒๐๑๐ เพื่อให้คน ๓ หมื่นครอบครัวมีไฟฟ้าใช้ จุดมุ่งหมายของกระทรวงอุตสาหกรรมและหัตถกรรมคือ ภายในปี ค.ศ. ๒๐๒๐ ประเทศลาวจะมีเครือข่ายไฟฟ้าใช้ที่ ๗๕ % และ ๑๕ % มีไฟฟ้าใช้แบบนอกเหนือเครือข่าย

สามปีที่ผ่านมาทีมผู้เชี่ยวชาญชาวลาวได้ฝึกฝนกลุ่มชาวบ้านจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในบริษัทบริการพลังงานชาวบ้าน เพื่อทำงานในพื้นที่ที่ไม่มีเครือข่ายของสายไฟฟ้า เป็นกลุ่มที่สร้างทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีในการผลิตไฟฟ้าซึ่งแตกต่างไปแต่ละหมู่บ้าน บริษัทยังมีการใช้เทคโนโลยีที่หลากหลาย เช่น ก๊าซชีวภาพสำหรับหุงต้ม ก๊าชชีวมวลหรือเพื่อผลิตเครื่องกำเนิดไฟฟ้าใช้สำหรับภายในบ้านเรือน ระบบพลังงานแสงอาทิตย์และระบบพลังงานน้ำขนาดเล็กตามความเหมาะสมที่เป็นทางเลือกของชุมชนและปัจเจกบุคคล

แต่สำหรับครัวเรือน หมู่บ้านส่วนใหญ่เลือกใช้ “ ระบบไฟฟ้าแสงอาทิตย์สำหรับครัวเรือน ” หรือ Solar Home Systems เพื่อใช้ในพื้นที่โล่งมีเมฆน้อยและเป็นพื้นที่ภูเขา ในขณะที่อีกหลายหมู่บ้านเลือก “ ระบบพลังงานน้ำระดับหมู่บ้าน ”

ในกรณีการใช้แผงโซล่าเซลล์มีการพัฒนาระบบเช่าซื้อ ชาวบ้านจะซื้ออุปกรณ์โดยจ่ายเป็นรายเดือนในช่วงเวลาหลายปี ชาวบ้านจะเลือกผู้จัดการไฟฟ้าหมู่บ้านเป็นผู้ดูแลบำรุงรักษา และอุปกรณ์เหล่านี้มีค่าสำหรับชาวบ้านที่ยากจนมาก

ในกรณีของระบบการใช้พลังน้ำจะมีตัวแทนที่เป็น “ ผู้จัดการไฟฟ้าหมู่บ้าน ” เช่าซื้ออุปกรณ์ส่วนตัวของแต่ละคน เพื่อนำมาใช้ทำธุรกิจซื้อขายพลังงานไฟฟ้า ซึ่งทั้งสองกรณีนี้ด้วยวิธีนี้จะทำให้ผู้ใช้เป็นฝ่ายดูแลอุปกรณ์เป็นอย่างดี ทั้งผู้จัดการไฟฟ้าหมู่บ้านและบริษัทบริการไฟฟ้าจะได้รับค่าใช้จ่ายทุกเดือนจากชาวบ้านที่ใช้ไฟเพื่อทำให้กิจการดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง

เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากพลังงานน้ำขนาดเล็ก ใช้วิธีการกั้นน้ำด้วยฝายตามช่องน้ำหรือลำน้ำเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ หรือต่อกับสายไฟจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งจะมีวิธีการจ่ายไฟหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับผู้จัดการที่จะเลือกวิธีที่เหมาะสมเพื่อจ่ายไฟได้สม่ำเสมอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการเปิดโอกาสให้บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตแข่งขันกันทั้งในการให้บริการและการดูแลรักษา และขึ้นอยู่กับผู้ใช้ด้วย หากไม่มีการจ่ายเงินมากกว่า ๙๕ % ของประชากรก็จะยกเลิกการจ่ายไฟในหมู่บ้านนั้นต่อไป วิธีการเหล่านี้จะแทนที่การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากน้ำในอดีตซึ่งเคยเป็นสิ่งที่มีราคาแพง ไม่ปลอดภัย ไม่ค่อยแน่นอน หรือขึ้นอยู่กับช่วงหน้าน้ำให้มีความสม่ำเสมออันเนื่องมาจากเทคโนโลยีการผลิตและการตลาดที่เป็นธรรมและเหมาะสมด้วย

การพัฒนาการใช้พลังงานน้ำขนาดเล็กเพื่อใช้ในหมู่บ้านของลาวดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเพราะตั้งต้นจากรัฐบาล เป็นนโยบายที่ไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องจนสามารถกำหนดทิศทางได้เหมือนเช่นในเมืองไทย ทั้งนักวิชาการจากภายนอกและรัฐบาลลาวคิดว่าการใช้ไฟจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตครั้งใหญ่ เช่น เรื่องของยุงที่นำเชื้อไข้มาลาเรีย ความสะอาด โอกาสทางการศึกษา การใช้เวลาในช่วงเย็นหรือพลบค่ำสำหรับเพิ่มรายได้ การดูทีวีหรือฟังวิทยุที่เป็นเรื่องของการติดต่อฟังข่าวคราวจากโลกภายนอก อีกทั้งการได้ใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันก็เปิดโอกาสในการสร้างรายได้มากขึ้น

สำหรับผู้คนที่ทั้งชีวิตไม่เคยมีไฟฟ้าส่องสว่างแม้แต่ดวงเดียว หรือไม่มีไฟฟ้าใช้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง การใช้พลังงานน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กแบบนี้คงเป็นทางออกที่เหมาะสม ในขณะที่นโยบายการสร้างเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ขายเพื่อนบ้านอย่างไทยกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเช่นกัน การผลิตแบบคู่ขนานทั้งใหญ่และเล็กที่ไม่ทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่งคือบทเรียนจากเมืองลาวเพื่อนบ้าน

เมื่อปีสองปีที่ผ่านมานี้เองที่เริ่มมีความคิดสนับสนุนโดยรัฐบาลไทยและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ว่า สามารถใช้พืชบางชนิดมาผลิตเพื่อทดแทนสูตรการใช้น้ำมันแบบเดิมๆ ที่คุ้นเคย หากไม่ขาดแคลนพลังงานจนเข้าขั้นต้องแบ่งสันปันส่วนแล้ว เห็นทีเมืองไทยคงจะทบทวนระบบผูกขาดนี้ไม่ได้ และการคิดใหญ่แบบนี้น่าจะทำให้เกิดการผูกขาดและเบียดเบียนการผลิตอาหารแก่คนจำนวนมากเช่นกัน

พลังงานจากลม จากแผงโซล่าเซลล์ หรือจากแรงน้ำเพื่อปั่นไฟฟ้าที่เราละเลย ปล่อยทิ้งขว้าง ไม่เห็นว่าสำคัญ และไม่สร้างความคุ้นเคยว่าเราสามารถผลิตพลังงานทางเลือกได้ด้วยตนเอง ได้ด้วยความร่วมมือของชุมชน และไม่ใช่เรื่องที่ยากขนาดต้องซื้อเทคโนโลยีกันแต่อย่างใด เพราะเราชอบแต่เรื่องใหญ่ๆ ง่ายๆ

แต่ถูกห้ามด้วยการผูกขาด “ ไม่ให้คิดเรื่องเล็กๆ ”


วลัยลักษณ์ ทรงศิริ

 

 

 

   
ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อบทความนี้

 

 



เว็บไซต์ของมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์จัดทำขึ้น เพื่อเผยแพร่การดำเนินงาน ข่าวสาร ข้อมูลของมูลนิธิฯ บทความ จดหมายข่าว พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น กิจกรรม ตลอดจนความรู้ทางสังคมและวัฒนธรรม โดยมีคำจำกัดความกิจกรรมของมูลนิธิฯ ว่า " รวบรวม บันทึก ศึกษา ข้อมูลทางวัฒนธรรม สนับสนุนการอนุรักษ์เพื่อพัฒนา เผยแพร่เพื่อการศึกษาของสาธารณชน " ดังนั้น ทางมูลนิธิฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากท่านผู้มาเข้าชมได้รับสาระความรู้จากเว็บไซต์ของมูลนิธิฯ หรือหากต้องการนำข้อมูลหรือรูปภาพที่ได้จากเว็บไซต์นี้ไปใช้ประโยชน์เพื่องานด้านวิชาการ กรุณาแจ้งมาที่ webmaster ทางอีเมล์ หรือตามที่อยู่ด้านล่างนี้

ติดต่อมูลนิธิฯ ๓๙๗ ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐
ทาง E-mail: lek_prapai@yahoo.com โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๑๙๘๘-๙ , ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐ โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๓๓๔๐
เว็บมาสเตอร์ : อนุสรณ์ โพธิ์แก่นแก้ว