ข่าวประชาสัมพันธ์

    โครงการท่องเที่ยวเพื่อชีวิตและธรรมชาติ

     มูลนิธิประไพ วิริยะพันธุ์

     

สังคมไทยนับเป็นสังคมหนึ่งที่มีความต่าง ความเหลื่อมล้ำกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป และถ้าพูดถึงความต่างระหว่างการใช้ชีวิตของคนเมืองกับคนชนบท ภาพที่ผุดขึ้นในความคิดของหลายๆ คนคงปรากฏออกมาเป็นภาพต่างสีที่ตัดกันอย่างชัดเจน

     ภาพคนเมือง ใช้ชีวิตรีบเร่ง รุดหน้าพัฒนา เป็นผู้บริโภคทรัพยากรธรรมชาติ(รายใหญ่) แต่น้อยครั้งเหลือเกินที่จะเข้าไปสัมผัสกับธรรมชาติและการอนุรักษ์อย่างใกล้ชิด

     ภาพคนชนบท จังหวะชีวิตดำเนินไปอย่างสงบเงียบเรียบง่าย ผูกพันอยู่กับวัฒนธรรมท้องถิ่น ธรรมชาติ และการอนุรักษ์

     ในความต่างของสีสันระหว่างภาพ แน่นอนว่ามีปัญหาแฝงตัวอยู่ นั่นก็คือ ความเข้าใจระหว่างฝ่ายอันเนื่องมาจากแบบแผนการใช้ชีวิต

     มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (ม.อ.ส.) ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการท่องเที่ยวเพื่อชีวิตและธรรมชาติเพื่อช่วยให้ต่างฝ่ายต่างมองกันและกันด้วยความเข้าใจ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาสังคมในขั้นต่อไป โครงการดังกล่าวเป็นการนำพาคนเมืองเข้าไปสัมผัสกับชาวบ้านจากชุมชนต่างๆ ที่ต้องการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมแนวความคิดในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ฯลฯ เพื่อให้เกิดการสนับสนุนจากภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชนที่จะช่วยกันประคับประคองสิ่งดีงามเหล่านี้ให้ยั่งยืนสืบไป

     โครงการดังกล่าวมีลักษณะกึ่งศึกษา กึ่งพักผ่อน โดยมีวัตถุประสงค์หลักๆ ได้แก่

     ๑.เพื่อเชื่อมความเข้าใจระหว่างชาวเมืองและชาวบ้าน ในเรื่องปัญหาการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมชุมชน อันจะนำไปสู่การมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม

     ๒. เพื่อเสริมศักยภาพขององค์การชุมชนในด้านการจัดการ

     ๓. เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

     พื้นที่ชุมชนที่จะลงไปสัมผัส แบ่งออกเป็น ๒ โครงการด้วยกัน ดังนี้

     โครงการ ๑ " ทางสัญจรสู่การเรียนรู้วัฒนธรรมชนเผ่าเมี่ยนและม้ง " ณ บ้านปางค่า จังหวัดพะเยา ชมการแสดงของชนเผ่า ตำนานเล่าขาน เดินป่าภูลังกา ตลอดจนตำนานการต่อสู้บนยอดดอย ฯลฯ ระหว่างวันที่ ๔-๘ ธันวาคม ๒๕๔๐ และ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๐ – ๓ มกราคม ๒๕๔๑ (สมทบค่าใช้จ่ายคนละ ๓,๔๐๐ บาท)

     โครงการ ๒ "สัมผัสคนต้นน้ำปิง ป่าชุมชนแม่ทา" จังหวัดเชียงใหม่ ชมโครงการเกษตรกรรมธรรมชาติ เดินทางสู่ป่าแม่ทาตามหาต้นน้ำปิง ตลอดจนเรียนรู้ความผูกพันระหว่างคนกับป่า ฯลฯ ระหว่างวันที่ ๔-๘ ธันวาคม ๒๕๔๐ และ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๐ – ๓ มกราคม ๒๕๔๑ (สมทบค่าใช้จ่ายคนละ ๓,๒๐๐ บาท)

     นอกจากนี้แล้ว ทาง ม.อ.ส. ยังมีโครงการที่จะนำพาท่านไปสัมผัสกับพื้นที่ชุมชนอื่นๆ ตามจังหวัดต่างๆ อาทิ สมุทรสงคราม เพชรบุรี น่าน แม่ฮ่องสอน เชียงราย ตรัง พังงา และนครศรีธรรมราช เป็นต้น

     หากคุณอยากพักผ่อนพร้อมๆ กับมีส่วนร่วมสร้างสรรค์สังคมโดยการทำความเข้าใจและเรียนรู้วิถีการดำเนินชีวิตของคนในชนบท "โครงการท่องเที่ยวเพื่อชีวิตและธรรมชาติ " คงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะนำพาคุณไปสู่วัตถุประสงค์ที่คุณต้องการได้ แม้ว่า...ภาพต่างสีระหว่างสังคมเมืองกับสังคมชนบทจะตัดกันอย่างชัดเจนสักเพียงใด แต่ความงดงามในความต่างย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ หากสังคมทั้งสองมีความเข้าใจในกันและกัน

     สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โครงการท่องเที่ยวเพื่อชีวิตและธรรมชาติมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม โทรศัพท์ ๖๙๑-๐๔๓๗-๘, ๖๙๐-๒๗๙๖ เพจเจอร์ ๑๖๒ เรียก ๐๓๖๒๘๐

     ร่วมรำลึกอดีตกับสัมพันธภาพที่จางหาย กับงาน "รถไฟไทยเส้นทางประสานอดีตสู่ปัจจุบัน "

     ชีวิตนี้จะมีสักกี่ครั้งที่จะได้นอนวัด กินข้าวก้นบาตร ทำกระทง ชมลิเก และทำกิจกรรมร่วมกับทางวัด โรงเรียน และชาวบ้าน เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในบางกอก ดังนั้นชมรม

     โบราณคดีและไทยศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้ร่วมกลุ่มบันแถลงจัดกิจกรรมนั่งรถไฟไปดูพิพิธภัณฑ์ ณ วัดจันเสน อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ระหว่างวันที่ ๑๔-๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๐ เดินทางไปโดยรถไฟสาย กรุงเทพฯ – พิษณุโลก (จันเสน) กลับโดยรถบัสปรับอากาศ

  • สัมผัสกลิ่นอายชุมชนเก่าแก่สองข้างทางรถไฟ จาก พ.ศ. ๒๔๔๐ – ๒๕๔
  • ชมพิพิธภัณฑ์ชุมชนที่ดีที่สุดในประเทศไทย
  • ชมภาพยนตร์ ๑๖ มม. เกี่ยวกับงานสงกรานต์วัดจันเสนเมื่อกว่า ๔๐ ปีก่อน
  • ทอดผ้าป่าหนังสือ
  •  ร่วมเสวนากับชาวจันเสน
  •  ร่วมงานลอยกระทงรอบเที่ยงคืน
  •  แวะชมเมืองเก่าสรรคบุรี และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน

     ขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม และสมัครได้ตั้งแต่วันที่ ๒๐ ตุลาคม – ๕ พฤศจิกายน ที่

     คุณศิริกุล บุญรักษา ชมรมโบราณคดีและไทยศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

     โทร. ๒๒๓-๑๐๑๘

     มูลนิธิประไพ วิริยะพันธุ์ โทร. ๒๒๔-๑๐๕๗

     ราคากันเอง (๕๐๐ บาท) รับจำนวนจำกัด

 

หากต้องการบอกรับเป็นสมาชิกจดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ กรุณาส่งชื่อ ที่อยู่พร้อมแสดมป์ ๖ ดวงต่อปี มาตามที่อยู่มูลนิธิฯ