บทความ

เมืองไชยเชษฐา แขวงอัตปือ

เข้าชม 6323 ครั้ง

 

  • ๑. เทือกเขาที่ล้อมรอบลุ่มน้ำเซกองและเซกะมาน
  • ๒. แผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งของแขวงอัตปือในลาวตอนใต้ ภาพจากวิกิพีเดีย
  • ๓. น้ำเซกองอันอุดมสมบูรณ์
  • ๔.ชาวลาวลุ่มกลับจากตลาดเช้าเดินเท้าข้ามสะพานเซกอง ที่ก่อสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๘
  • ๕.ภายในตลาดใหญ่เชิงสะพานเซกอง
  • ๖.ภาพตลาดอันอุดมสมบุรณ์
  • ๗.ตลาดเช้าของเมืองสามัคคีไช
  • ๘.ชาวบ้านขายของแบกะดิน
  • ๙.สิมรูปแบบที่พบได้ทั่วไปในอีสาน วัดฝั่งแตง เมืองไชยเชษฐา
  • ๑๐.ด้านหน้าสิมวัดฝั่งแตง
  • ๑๑.เจดีย์ที่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นที่ไว้อัฐิธาตุของพระผู้ใหญ่
  • ๑๒.ชิ้นส่วนพระพุทธรูปหินทรายแบบลาวล้านช้าง หลักฐานยืนยันตำนานเรื่องพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชกับการอพยพผู้คนสู่เมืองอัตปือ
  • ๑๓.ฐานพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิหินทราย
  • ๑๔.ธรรมมาสน์สีสันสดใสจากวัดฝั่งแตง
  • ๑๕.ลวดลายธรรมาสน์
  • ๑๖.ลวดลายธรรมาสน์
  • ๑๗.ซุ้มหน้าต่างขนาดเล็กพร้อมลวดลายธรรมาสน์
  • ๑๘.พ่อใหญ่ชาวลาวลุ่มบ้านฝั่งแตงเล่าเรื่องตำนานพระเจ้าไชยเชษฐาจากความทรงจำ
  • ๑๙.วิหารวัดหลวงเมืองเก่าวราราม อีกฝั่งน้ำหนึ่ง มีเจดีย์ที่สันนิษฐานว่าบรรจุพระบรมอัฐิของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
  • ๒๐.สิหารแบบล้านช้างผสมล้านนาราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑-๒๒
  • ๒๑.ด้านหน้าวิหาร
  • ๒๒.ด้านนหน้าวิหาร
  • ๒๓.เจดีย์ใหญ่ที่ชาวบ้านเชื่อว่าบรรจุอัฐิของพะไช บุตรชายของพระเจ้าไชยเชษฐา
  • ๒๔.เจดีย์เล็กที่คาดว่าบรรจุพระบรมอัฐิของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
  • ๒๕.บ้านเรือนของชาวบ้านลาวลุ่มในเมืองไชยเชษฐา
  • ๒๖.บ้านเรือนของชาวบ้านลาวลุ่มในเมืองไชยเชษฐา
  • ๒๗.บ้านเรือนของชาวบ้านลาวลุ่มในเมืองไชยเชษฐา
  • ๒๘.บ้านเรือนของชาวบ้านลาวลุ่มในเมืองไชยเชษฐา
  • ๒๙.บ้านเรือนของชาวบ้านลาวลุ่มในเมืองไชยเชษฐา
  • ๓๐.บ้านเรือนของชาวบ้านลาวลุ่มในเมืองไชยเชษฐา

 

 

เมืองไชยเชษฐา แขวงอัตปือ 

 

เรื่องและภาพ วลัยลักษณ์ ทรงศิริ

 

แขวงอัตปือ อยู่ทางเกือบใต้สุดของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและติดต่อกับสาธารณรัฐเวียดนาม จึงเป็นเส้นทางผ่านสำคัญในการเดินทางติดต่อระหว่างแผ่นดินภายในและบ้านเมืองทางริมฝั่งทะเลของเวียดนามที่กุยเยิน มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน และเมื่่อสมัยสงครามเวียดนาม อเมริกันทิ้งระเบิดอย่างหนักเพื่อตัดเส้นทางลำเลียงเสบียงในบริเวณ อัตปือ เซกอง และบางส่วนของแขวงสาละวัน เส้นทางนี้เรียกว่า “เส้นทางโฮจิมินห์” [Ho Chi Minh Trail]

 

ในเขตลาวตอนใต้ต่อจากจัมปาสักก็คือ เซกองและอัตปือ มีภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงและที่ราบสูง มีแม่น้ำสำคัญคือ แม่น้ำโขงไหลผ่านไปยังสตรึงเตรงหรือเมืองเชียงแตงในอดีตต่อเขตกัมพูชา ส่วนด้านตะวันออกเฉียงใต้คือที่ราบสูง “บอละเวน” พื้นที่กว้างใหญทั้งสูงและหนาว ปัจจุบันเป็นที่ปลูกกาแฟชั้นดีของลาว ผักที่ปลูกในอากาศหนาวเย็น เช่น พวกยอดผักซาโยเต้ เห็ดปลวกหรือเห็ดโคนตามฤดูกาล

 

แขวงอัตตะปือ มีเมืองสามัคคีไชหรือเมืองใหม่เป็นเมืองเอก นอกจากนั้นก็ประกอบด้วย เมืองไชยเชษฐา เมืองสนามไช เมืองสานไช และเมืองภูวง ผู้คนคือชนเผ่ากลุ่มต่างๆ รวมทั้งคนลาวลุ่ม ซึ่งพูดกลุ่มตระกูลภาษาไท-กะได ชาวข่ากลุ่มต่างๆ เช่น ตะโอย ตาเลียง แงะ ละเวน ละแว ที่พูดกลุ่มตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติกกลุ่มมอญ-เขมร และกลุ่มชาวม้ง เป็นต้น  และชาวกูยหรือกวยในท้องถิ่นทางอีสานใต้มักอ้างตำนานของตนเองว่าอพยพมาจากเมือง “อัตปือแสนปาง” ซึ่งเป็นถิ่นของชนเผ่าหลากลหายมากมาย นอกจากนี้ ในเมืองยังเต็มไปด้วยคนเวียดนามที่ข้ามเข้ามาค้าขายและมีบทบาททางเศรษฐกิจอย่างสูงทุกวันนี้  

 

สภาพแวดล้อมมีขุนเขาโอบล้อมและมีแม่น้ำเซกองและเซกะมานไหลผ่านเป็นแม่น้ำสายหลัก หมู่บ้านริมฝั่งน้ำเซกองและเซกะมาน มักเป็นถิ่นฐานของลาวลุ่มมาแต่เดิม ส่วนบนพื้นที่ห่างไกลบนภูเขาก็จะเป็นลาวเทิง แต่ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายย้ายกลุ่มลาวเทิงบางกลุ่มมาไว้ในเมืองและเป็นหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการทอผ้าและขายผ้าทอ กล่าวกันว่า “อัตปือ” มาจากคำแปลชื่อขี้ควาย ในภาษาเขมร เพราะมีฝูงควายป่าจำนวนมาก ชาวบ้านไปที่ใดก็จะพบแต่สิ่งนี้จึงเรียกว่า “อิตกระบือ” ในคำให้การเมืองอัตปือ พ.ศ.๒๔๓๔ ก็ยังกล่าวถึงชื่อนี้อยู่ เมื่่อลาวตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสจึงเรียกว่า “อัตปือ” จนถึงปัจจุบัน 

 

เมืองใหม่หรือเมืองสามัคคีไชอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับเมืองเก่าไชยเชษฐา แต่ปัจจุบันมีการสร้างสะพานเซกองเชื่อมทำให้เดินทางได้สะดวกขึ้น ส่วนตลาดประจำเมืองอยู่ก่อนถึงสะพานเซกอง เป็นศูนย์รวมการค้า มีข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ มากมายเดินได้สนุกทีเดียว

 

เมืองสามัคคีไชเป็นเมืองใหม่ แต่เมืองดั้งเดิมและมีความสำคัญมาแต่โบราณคือ “เมืองไชยเชษฐา”  

 

เมืองไชยเชษฐา ตั้งชื่อตามพระนามของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของชาวลาว แต่ทำไมจึงมาอยู่ที่เมืองอัตปือในดินแดนของชาวข่าอันห่างไกล

 

รัชกาลพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ถือเป็นยุครุ่งเรืองในประวัติศาสตร์ลาว ชาวลาวล้วนนับถือพระองค์ว่าทรงเป็นมหาราชและทรงเป็นวีรกษัตริย์พระองค์สำคัญ แต่ในปลายรัชกาล อำนาจของพม่าในช่วงนั้นยึดครองล้านนาได้สำเร็จแล้ว และกำลังมุ่งโจมตีเวียงจันทน์ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า พระเจ้าไชเชษฐาจึงนำกำลังพลมุ่งสู่ดินแดนทางใต้ที่ไกลกว่า ๘๐๐ กิโลเมตร

 

ในเอกสารประวัติศาสตร์ลาวบางเรื่อง กล่าวว่าในตอนปลายรัชสมัยสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชเจ้า เสด็จปราบการแข็งเมือง ณ เมืองรามรักโองการ หรือเมืองอัตปือต่อมา   แต่เนื่องจากถูกกลลวงจึงทำให้กองทัพของพระองค์ต้องตกอยู่ในวงล้อมระหว่างช่องเขาและถูกโจมตีจนแตกพ่าย ส่วนตัวพระองค์นั้นก็เสด็จหนีเข้าป่าแล้วก็หายสาบสูญไปราวปี พ.ศ.๒๑๑๔ ปี  ในเวลานั้นพระองค์ทรงมีพระราชโอรสพระองค์เดียวคือพระหน่อแก้วกุมาร ซึ่งเพิ่งประสูติจากบาทบริจาริกา อีกกระแสหนึ่งกล่าวว่าเป็นปัญหาในราชสำนัก เพราะถูกเสนาอำมาตย์ชื่อท้าวพระยานครและพระสังฆราช ลวงให้ไปปราบกบฏที่เมืององค์การ  เพื่อลอบปลงพระชนม์แล้วประกาศว่าพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้หายสาบสูญไป 

 

ส่วนหนังสือ “ความเป็นมาชนชาติลาวเล่ม ๒” หนังสือประวัติศาสตร์ลาวกล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่า พระเจ้าชัยเชษฐา ออกมาจากนครเวียงจันทน์ ต่อมาถูกคนในท้องถิ่นจับตัวเรียกค่าไถ่ แต่ชาวเมืองอิดกระบือนำทองไปไถ่ถอนมาได้ก็ในขณะร่างกายอ่อนแอมาก พระองค์ไม่อาจยกทัพไปตีเอาเมืองเวียงจันทน์คืนจากพม่า ในที่สุดสิ้นพระชนม์ที่อัตปือ ก่อนสิ้นพระชนม์ได้สร้างวัดหลายแห่งทิ้งไว้ โดยมีพระครูหูยาวจุบ่าพระสหายเป็นผู้ช่วยดำเนินการต่อ

 

แต่ในตำนานเมืองอัตปือที่ราชสำนักกรุงเทพฯ จดจากคำให้การของเจ้าเมืองอัตปือ เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๔ ก่อนที่จะตกเป็นของฝรั่งเศสกล่าวอ้างว่าพวก “ข่า” ช่วยพระเจ้าไชยเชษฐาที่หนีการเผชิญหน้ากับพม่ามาจากเวียงจันทน์ ตามตำนานกล่าวว่าท่านหายไปที่อัตปือแต่ไม่ได้ตายเพราะถูกช่วยเหลือจากพวกข่าไว้ได้ พวกข่ายอมรับให้เป็นหัวหน้า  กล่าวถึง

 

“พระไชย” คนลาวแต่จะเป็นคนลาวเมืองไหนไม่ปรากฏ ออกไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านอิตกระบือ ปลายเขตแดนเมืองนครจำปาสัก  พระไชยเที่ยวเกลี้ยกล่อมข่าขัดชาติข่านาที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ในบ้านอิดกระบือ เข้ามาตามชายภูหลวงข้างทิศตะวันตก ได้ข่าขัดชาติข่านา รวม ๑๔ ตำบลบ้าน  ไปข้างทิศตะวันออกได้้ ๒๐ เป็นเวลาราว ๖-๗ ปี พระไชยก็ป่วยถึงแก่กรรม

 

ดังนั้น พระไชย ในคำบอกเล่าจะเป็นพระองค์เดียวกับพระเจ้าไชยเชษฐาหรือไม่ แต่สามารถกล่าวได้ว่า การรวมตัวของกลุ่มข่านาซึ่งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มนั้น มีกลุ่มชาวลาวลุ่มตั้งตนเป็นหัวหน้า และต่อมาจึงเป็นเมืองขึ้นกับเมืองจำปาสัก และทำทองส่งสวยปีละ ๓ ชั่งทอง

 

แต่ในตำนานวัดธาตุจุลมณีซึ่งเชื่อว่าเป็นวัดที่บรรจุระบรมอัฐิกลับกล่าวว่า พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช มีพระมเหสี อยู่ ๓ พระองค์ ซึ่งพระมเหสีองค์สุดท้ายคือ นางสามสี เป็นธิดาของพระยาเมืององค์การ ซึ่งเป็นชื่อบ้านเมืองในอัตปือในอดีต ราว พ.ศ.๒๑๒๒ ท้าวพะไช ซึ่งเป็นพระโอรสของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ที่เกิดจากนางสามสี  ค้นพบพระบรมอัฐิของพระบิดา จึงได้สร้างวัดธาตุขึ้นเพื่อนำเอาพระอัฐิของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชบรรจุไว้ในธาตุองค์เล็กภายในวัด ภายหลังประสงค์สร้างพระธาตุองค์ใหม่ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเพื่อบรรจุพระอัฐิของพระบิดา แต่ท้าวพะไซได้เสียชีวิตก่อนที่จะสร้างธาตุองค์ใหม่เสร็จ ชาวบ้านจึงนำเอาอัฐิของท้าวพะไชบรรจุไว้ในธาตุหลังใหญ่ และเก็บพระอัฐิของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชไว้ในธาตุองค์เล็กดังเดิม

 

ส่วนเรื่องล่าบางกระแสจากชาวบ้านในท้องถิ่่น เชื่อกันว่าพระองค์จมน้ำตายในแม่น้ำเซกะมานหน้าเมืองไชยเชษฐา ไม่ได้เจ็บป่่วยสวรรคตแต่อย่างใด

 

พระเจ้าชัยเชษฐาถือเป็นผู้นำทางวัฒนธรรมของชนเผ่าข่าต่างๆ ด้วย พวกเขายังรอการกลับชาติมาเกิดใหม่ [Reincarnation] มีบันทึกไว้ว่าราว พ.ศ. ๒๑๒๒ ชนพื้นเมืองที่อัตปืออ้างว่าตนเองเป็นผู้วิเศษ เป็นพระเจ้าชัยเชษฐากลับชาติมาเกิด มี พลังอำนาจ มีฤทธิ์ จึงมีผู้คนติดตามมากมาย ซึ่งอาจจะเป็นพะไซ ผู้อ้างว่าเป็นบุตรที่เกิดจากนางสามสีแล้วสร้างเจดีย์บรรจุอัฐิธาตุของพระองค์ไว้ที่วัดธาตุจุลมณี หรือวัดหลวงเมืองเก่าวราราม ส่วนวัดที่คู่กันบนฝั่งน้ำเซกะมานตรงข้ามคือ วัดฝั่งแตง อยู่ทางบ้านฝั่งแตง สมัยสงครามเวียดนาม อเมริกาพยายามทิ้งระเบิดแบบปูพรม แต่ทั้งสองวัดนี้ ไม่เสียหายแต่อย่างใด ทำให้ชาวบ้านยิ่งนับถือศรัทธาเพิ่มขึ้นอย่างยิ่ง  

 

อย่างไรก็ตาม จากร่องรอยของการสร้างเมืองไชยเชษฐาที่ชัดเจน วัฒนธรรมของชาวลาวลุ่มกลุ่มใหญ่ในหมู่บ้านริมฝั่งแม่น้ำ และโบราณสถานรูปแบบวิหารแบบล้านช้างผสมล้านนา ซึ่งเป็นร่องรอยที่ชัดเจนของวัฒนธรรมในยุคพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์ลาวผู้ยิ่งใหญ่และต่อมาคือผู้นำของชาวข่าที่นี้ และทั้งหมดนี้อยู่ในท้องถิ่นแผ่นดินของชาวข่ากลุ่มต่างๆ ช่วยเติมเต็มหน้าประวัติศาสตร์ของชาวลาวได้อย่างกระจ่างชัดไม่ใช่น้อย

 

ความคิดเห็น


 

 

???? ??? ?? เมื่อ  ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๙:๐๗:๕๒
ความคิดเห็นที่ #11
Do you mind if I quote a couple of your posts as long as I provide credit and sources back to your site? My blog site is in the very same area of interest as yours and my users would definitely benefit from a lot of the information you provide here. Please let me know if this ok with you. Thank you!| ???? ??? ?? http://www.waypointretreats.com???? ??? ??
 
??? ??? ??? เมื่อ  ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๗ เวลา ๐๗:๐๖:๓๑
ความคิดเห็นที่ #10
%image_title% is without a doubt the most effective.| ??? ??? ??? http://www.exclusively-fiji.com??? ?? ?????
 
???? ?? ?? เมื่อ  ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๗ เวลา ๐๒:๐๖:๕๒
ความคิดเห็นที่ #9
Keep up the great work and producing in the crowd!| ???? ?? ?? http://www.waypointretreats.com???? ?? ?? 2014
 
???? ?????? เมื่อ  ๔ มิถุนายน ๒๕๕๗ เวลา ๐๐:๐๖:๐๓
ความคิดเห็นที่ #8
Nice weblog right here! Additionally your site lots up fast! What host are you using? Can I am getting your associate link on your host? I wish my website loaded up as fast as yours lol| ???? ?????? http://www.waypointretreats.com???? ?? ?? 2014
 
????? T??? เมื่อ  ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๗:๐๕:๐๘
ความคิดเห็นที่ #7
Thank you for including the lovely images-- so vulnerable to a feeling of contemplation.| ????? T??? http://www.pplvoice.com????? T???
 
zixiutang-capsule เมื่อ  ๑๐ มกราคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๑:๐๑:๕๓
ความคิดเห็นที่ #6
--
 
zixiutang-capsule เมื่อ  ๕ มกราคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๗:๐๑:๑๐
ความคิดเห็นที่ #5
-- zixiutang-capsule http://www.zixiutang-capsule.com/
 
slimfortebuy เมื่อ  ๓ มกราคม ๒๕๕๗ เวลา ๒๒:๐๑:๑๐
ความคิดเห็นที่ #4
--
 
zixiutang-capsule เมื่อ  ๓ มกราคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๗:๐๑:๒๙
ความคิดเห็นที่ #3
--
 
zixiutang-capsule เมื่อ  ๓ มกราคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๖:๐๑:๓๔
ความคิดเห็นที่ #2
--
 
サマンサタバサ 財布 新作 2013 เมื่อ  ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๒:๑๑:๔๖
ความคิดเห็นที่ #1
For most recent information you have to pay a visit internet and on the web I found this web page as a best site for latest updates.| サマンサタバサ 財布 新作 2013 http://www.quizverse.com/サマンサタバサデラックス-財布-c-22_23.html