สามชุกเคยเป็นเมืองท่าค้าขายริมแม่น้ำท่าจีน หลังจากที่มีการตัดถนนผ่าน ทำให้คนเริ่มหันไปใช้ถนนเป็นเส้นทางคมนาคมมากขึ้น ตลาดจึงเริ่มซบเซาส่งผลกระทบต่อชาวสามชุกทั้งวิถีชีวิต สังคม ความเป็นอยู่และด้านเศรษฐกิจ
ชาวตลาดสามชุกกลุ่มหนึ่งจึงรวมตัวกันในนาม คณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุก ได้พูดคุยเพื่อพยายามฟื้นฟูชุมชนและตลาดให้กลับมีชีวิตขึ้นใหม่ ในปี พ.ศ.๒๕๔๕ เมืองสามชุกได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองนำร่องของ โครงการปฏิบัติการชุมชนและเมืองน่าอยู่ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาเมืองแนวใหม่ โดยคนในชุมชนมีส่วนร่วมในการคิดพัฒนาเมืองของตนเอง
การพัฒนาตลาดสามชุกเชิงอนุรักษ์ได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ และได้รับความร่วมมือจากภาคีท้องถิ่นด้วยดี เช่น การฟื้นฟูตลาดสามชุก การอนุรักษ์อาคารสถาปัตยกรรมเก่า การปรับปรุง บ้านขุนจำนงจีนารักษ์ อาคารเก่าแก่ในชุมชนเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตชีวา เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกแก่คนรุ่นหลัง ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนและท้องถิ่น พร้อมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชน
ทางมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ได้มีส่วนร่วมโครงการพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นตามโครงการ ตลาดมีชีวิต พิพิธภัณฑ์มีชีวา โดยร่วมมือกับมูลนิธิชุมชนไท, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และสำนักงานการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้โครงการปฏิบัติการชุมชนและเมืองน่าอยู่ ซึ่งทางมูลนิธิฯ มีส่วนร่วมกับชุมชนสามชุกในการจัดทำพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ทางมูลนิธิฯ ได้เป็นที่ปรึกษาในการจัดทำพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ช่วยเก็บข้อมูลทางภาคสนามและแนะแนวทางเพื่อกระตุ้นให้นักวิจัยท้องถิ่นเก็บรวบรวมข้อมูลและสามารถสร้างประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่เป็นของตนเอง ก่อนที่จะนำไปสู่การจัดเรื่องราวถาวรต่อไป
ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดตัวแล้วในวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๔๗ ที่ผ่านมา ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงจีนารักษ์ ได้จัดนิทรรศการกึ่งถาวรเกี่ยวกับความสำคัญของลุ่มแม่น้ำท่าจีน ซึ่งสัมพันธ์กับพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของเมืองสามชุก ตลาดสามชุก สังคม และสภาพวิถีชีวิตของผู้คนสามชุก มีการแสดงประวัติเจ้าของอาคารพิพิธภัณฑ์ คือ ท่านขุนจำนงจีนารักษ์ และกล่าวถึงโครงการสามชุกเมืองน่าอยู่ มีการจัดแสดงผลงานศิลปะผ่านภาพวาดและลายเส้นเกี่ยวกับสามชุกของนักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง |