เปิดประเด็น : ภาพอดีต
บทความ       ขนาด   

เปิดประเด็น : ภาพอดีต

บทความโดย ศรีศักร วัลลิโภดม

เข้าชม 682 ครั้ง

 

ภาพอดีต

 

            ในช่วงสงครามเย็นประมาณ ๔๐ ปีที่ผ่านมาจนถึงยุคไอเอ็มเอฟ สังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างแจ่มชัดสองอย่าง คือ การเติบโตอย่างไม่มีประสิทธิภาพของชนชั้นกลาง และช่องว่างระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ การขยายตัวของชนชั้นกลางเป็นผลจากการพัฒนาเศรษฐกิจระบบทุนนิยมตั้งแต่สมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่รัฐเปิดโอกาสให้คนกลุ่มต่างๆเข้ารุกล้ำและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่มีการควบคุมที่ถูกต้องและยุติธรรม เกิดผู้ได้โอกาสและฉวยโอกาสสร้างความร่ำรวยให้กับตนเองและพรรคพวกด้วยการคอร์รัปชั่นและละเมิดกฎหมายมากมาย บุคคลเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในวงราชการเกือบทั้งสิ้น ยุคสมัยของผู้มีอำนาจดำเนินมาจนถึงสมัย ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ และ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ จึงเกิดดุลยภาพอย่างหนึ่งในทางสังคมขึ้น เพราะปัญญาชนหนุ่มสาวและพวกรักชาติต้องเข้าป่า สร้างความกดดันไม่ให้พวกมีอำนาจและพ่อค้านักธุรกิจเข้าไปทำลายทรัพยากรธรรมชาติได้เหมือนเดิม

 

            แต่หลังจากที่รัฐสามารถประนีประนอมกับพวกเข้าป่าได้สำเร็จ และการปกครองบ้านเมืองเปลี่ยนมาเป็นการมีนายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งแล้ว การครองอำนาจก็เปลี่ยนมือจากพวกข้าราชการมาเป็นพ่อค้าที่ส่วนใหญ่เป็นนักฉวยโอกาสและไม่มีคุณธรรม ขยายพื้นที่ทางเศรษฐกิจรุกล้ำทรัพยากรธรรมชาติตามท้องถิ่นต่างๆ อย่างไม่ยั้งคิด มุ่งแต่จะผลิตเพื่อการส่งออกย่างไม่เพียงพอจนทำให้สภาพธรรมชาติที่เคยจรรโลงความอุดมสมบูรณ์และความร่มเย็นของผู้คนในแผ่นดินที่ดำรงมานับพันปีต้องพินาศลงอย่างยับเยิน

 

            ผู้เดือดร้อนและเสียหายอย่างมากก็คือ ชนชั้นยังชีพในท้องถิ่นที่เป็นชนกลุ่มใหญ่ในแผ่นดิน ที่ท้องถิ่นอันเป็นมาตุภูมิถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเขื่อนพลังน้ำ อ่างเก็บน้ำ โรงงานอุตสาหกรรม การขยายตัวของเกษตรแบบพืชไร่ การสร้างถนนหนทางและสถานที่ราชการ ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแต่ทำความล่มสลายให้กับสังคมท้องถิ่นทั้งสิ้น ทรัพยากรที่เคยใช้ยังชีพถูกแย่ง แม้แต่พื้นที่อยู่อาศัยที่อยู่มาหลายชั่วคนก็ถูกยืดครองและถึงกับให้โยกย้ายด้วยอำนาจเงิน สภาพเช่นนี้ดำเนินอย่างเสมอมาในยุคสงครามเย็นและยังคงดำรงอยู่ต่อไป จนมีคนสองรุ่นเกิดขึ้น คือ คนรุ่นก่อน การสร้างเขื่อนภูมิพลรุ่นหนึ่งกับคนรุ่นหลังสมัยการสร้างเขื่อน

 

            คนรุ่นก่อนการสร้างเขื่อนคือพวกที่เห็นธรรมชาติและความงดงามของแผ่นดิน ยังมีความทรงจำและสำนึกในอดีต ส่วนคนรุ่นหลังการสร้างเขื่อนคือพวกที่เกิดจากสภาพแวดล้อมที่เป็นเทียม ทั้งแม่น้ำ ลำคลอง ทุ่งนา ป่าเขา และสภาพท้องถิ่นบ้านเมือง คนรุ่นนี้มักรู้สึกห่างเหินธรรมชาติ สามารถโยกย้ายไปอยู่ที่ใดก็ได้ เช่น พวกกรรมกรอีสานที่ไปไหลตายในสิงคโปร์ และที่ไปขโมยเพชรซาอุ เป็นต้น ยิ่งกว่านั้นคนชั้นกลางบางกลุ่มก็มักจะภูมิใจกับการอยู่บ้านจัดสรรแบบทาวน์เฮาส์ และเดินซื้อของตามศูนย์การค้าติดเครื่องปรับอากาศในเมืองที่แวดล้อมไปด้วยมลพิษต่างๆ นานา เสพอบายมุข เล่นหุ้น เล่นหวยจนล่มจนหมดตัว รวมทั้งอีกจำนวนไม่น้อยที่ใช้ชีวิตอย่างไม่มีคุณค่า ติดยาเสพติดและเป็นเอดส์ตายกันอยู่เรื่อยๆ คนรุ่นนี้มักไม่อนาทรร้อนใจกับความเป็นอยู่ ไม่รู้สึกเสียดายชีวิต แต่ผู้เจ็บปวดเห็นจะเป็นคนรุ่นก่อนการสร้างเขื่อน เพราะยังมีสำนึกในรากเหง้าของความร่มเย็นเป็นสุขและชีวิตที่ดีงาม ทำให้ภาพอดีตกลายเป็นสิ่งที่โหยหาและอาดูร

 

            สำนึกอดีต (Nostalgia) คือ คุณค่าธรรมชาติอย่างหนึ่งของความเป็นมนุษย์เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์มีทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต การขาดสำนึกอดีตในคนรุ่นใหม่ของบ้านเมืองก็คือสิ่งที่ทำให้คนชาดความเป็นมนุษย์ หรือมิฉะนั้นก็อาจเป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่ของโลกปัจจุบันก็ว่าได้

 

 

 

 

 

 

ศรีศักร   วัลลิโภดม

เปิดประเด็น :จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ  วิริยะพันธุ์ ฉ.๑๖ (ม.ค.-ก.พ.๒๕๔๒)