“ปฏิทินปกาเกอะญอ” เพื่อความเข้าใจในกะเหรี่ยง
บทความ       ขนาด   

“ปฏิทินปกาเกอะญอ” เพื่อความเข้าใจในกะเหรี่ยง

บทความโดย ปริเขต ศุขปราการ

เข้าชม 314 ครั้ง

 

                                    “ปฏิทินปกาเกอะญอ”เพื่อความเข้าใจในกะเหรี่ยง

 

 

            เคยเห็นไหมครับ?

 

            ลักษณะเป็นปฏิทินทั่วไป ๑ ปีมี ๑๒ เดือน เริ่มจากเดือนมกราคมไปถึงเดือนธันวาคมเหมือนกัน

 

            แล้วมันแปลกตรงไหน

 

            เพราะว่าเป็นปฏิทินของปกาเกอะญอ นะซิครับ ในแต่ละเดือนจะมีรูปภาพและคำอธิบายวิถีชีวิต การเพาะปลูกพืชไร่หมุนเวียนในรอบ ๑ ปี มี ๓ ภาษาให้เลือก คือ ปกาเกอะญอ ไทย และอังกฤษ สมกับเป็นยุคโลกาภิวัตน์จริงๆ

 

            เดือนมกราคม “แซะลอหนี่ซอโซ่”แปลว่าขึ้นปีใหม่ ในปฏิทินกำหนดให้วันที่ ๖ มกราคม เป็นวันปกาเกอะญอ   เริ่มรู้สึกว่าเป็นปฏิทินปากเกอะญอหรือยังครับ ?

 

            “หลังฤดูเก็บเกี่ยวประมาณสองเดือนราวต้นเดือนกุมภาพันธ์ก่อนการถางไร่รอบปีใหม่  พวกเราปกาเกอะญอจะทำพิธีขึ้นปีใหม่ที่เรียกว่า“แซะลอหนี่ซอโซ่”ในพิธีแต่ละบ้านจะผูกข้อมือเรียกขวัญ”นี่คือคำอธิบายในเดือนมกราคม ซึ่งต่อด้วยการเลือกที่ถางไร่ในเดือนกุมภาพันธ์

 

            การถางไร่ของปกาเกอะญอ เราชาวเมืองมักมองว่าเป็นการตัดไม้ทำลายป่า ทำลายต้นน้ำลำธาร หากได้อ่านศาสน์ที่แฝงมาในปฏิทินนี้ เราจะเห็นข้อกำหนดมากมายในการถางป่าของปกาเกอะญอ อย่างเช่น “ภูเขาลูกเดียวกันหากปีนี้เราถางตอนบน ตอนล่างเราจะไม่ถางในปีถัดไป..เขาแหลมยื่นโดยมีลำห้วยสองห้วยไหลบรรจบ เราจะไม่ถางไร่…หากกลับมาฝันเห็นไฟไหม้ มีดบิ่น ถือว่าไร่นั้นไม่ดีก็จะไม่ถาง แต่หากกลับมาฝันเห็นช้างก็ดี หรือน้ำเจิ่งนองก็ดี ถือว่าที่ถางไร่นั้นดี..”

 

            ปฏิทินปกาเกอะญอชุดนี้จัดทำโดยเครือข่ายปกาเกอะญอ เพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ผมได้จากการไปสำรวจที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี คุณวุฒ บุญเลิศผู้มอบให้เป็นลูกหลานกะเหรี่ยงสวนผึ้ง ตั้งใจมอบปฏิทินชุดนี้ให้พวกเราชาวเมืองรับรู้และเข้าใจปกาเกอะญอ ดังลำนำชีวิตปกาเกอะญอ

 

“ถิ่นที่เราอยู่เป็นถิ่นที่แม่อยู่มาก่อน

ถิ่นที่เราอยู่เป็นพ่ออยู่มาก่อน

ส้มโอหรือ แม่ก็ปลูกเอาไว้ให้

ส้มเกลี้ยงหรือ พ่อก็ปลูกเอาไว้ให้

เรากินและรักษาควบคู่กัน

เราได้กินเพียงพอตลอดไป”

 

 

 

                                                                                             

บันทึกจากท้องถิ่น :จดหมายข่าวมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ ฉ.๒๖ (กันยาย-ตุลาคม ๒๕๔๓)